Automatically translated.View original post

With the manifest.

What does everyone think about the manifest?

Well, we had to ask to go back earlier. Before we moved the country was then, we had no idea of moving the country. (Scared of trouble)

But because of 2022, we were heartbroken, and at that time, the situation of COVID 2019 was very heavy, causing a new generation of people to move.

Let's move the country to find a better future.

When two situations happened, we had an idea. Why don't we move?! But we don't want to go to Asian countries and we are too old to go to work and travel visas in Australia or to Canada (but far away).

So we looked for new avenues to move to Europe, but other ways are time-consuming and difficult (use shortcuts). Find a girlfriend in Europe, hahahaha. Because we want to move to the country and this is the easiest way for us.

I don't believe it. After two years, we moved forward.

When we were determined... it really happened!

4/15 Edited to

... Read moreการ manifest คือการตั้งใจและยืนยันกับตัวเองถึงสิ่งที่ต้องการอย่างชัดเจน ซึ่งไม่ได้เป็นแค่การพูดหรือคิดลอยๆ แต่เป็นการสร้างภาพอนาคตที่ต้องการให้เกิดขึ้นจริง โดยมีความเชื่อมั่นและลงมือทำตามพลังนั้นอย่างจริงจัง ในชีวิตส่วนตัว เราเคยไม่คิดจะย้ายประเทศเลย เพราะกลัวความลำบากและไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นยังไง แต่หลังจากเจอสถานการณ์โควิด-19 ที่กระทบกับชีวิตและใจคนจำนวนมาก รวมถึงการอกหักที่ทำให้ต้องตั้งคำถามกับชีวิตเดิม ๆ เราก็เริ่มเปิดใจและลองปรับแนวคิดที่ว่า "ทำไมเราจะไม่ลองเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง" การตั้งเป้าหมายด้วยการ manifest ช่วยให้เราโฟกัสกับสิ่งที่อยากได้จริง ๆ อย่างในกรณีนี้ คือต้องการย้ายไปยุโรปทั้งที่ไม่ได้มีวิธีการง่ายๆ หรือวีซ่าที่เหมาะสมในทันที การมองหาวิธีลัด เช่น การหาคู่ชีวิตที่อยู่ยุโรปก็ดูเหมือนเป็นแนวทางที่ไม่ธรรมดา แต่เราเชื่อและลงมือทำอย่างเต็มที่ สิ่งที่สำคัญกว่าคือความแน่วแน่และไม่ยอมแพ้ อีกเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังคือพลังของการเปิดรับโอกาสถึงแม้ว่าจะดูยาก หรือไม่เคยวางแผนมาก่อน การตั้งเป้าหมายและ manifest ยังทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้น ทำให้เราตัดสินใจและวางแผนชีวิตได้ดีขึ้น เช่น การทำความเข้าใจวีซ่า การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในยุโรป การพัฒนาทักษะภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงการเตรียมใจรับกับความท้าทายต่าง ๆ สุดท้ายแล้ว การ manifest ไม่ใช่เรื่องของเวทมนตร์หรือแค่คิดบวกเท่านั้น แต่เป็นการผสมผสานของความตั้งใจจริง การวางแผน การทำงานหนัก และการเชื่อมั่นในตัวเอง ประสบการณ์ของเราหลังสองปี คือความรู้สึกที่ว่าสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ กลับกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง จากคำว่า "กลัวลำบาก" เป็น "กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า" และนั่นคือพลังของการ manifest ที่เราอยากให้ทุกคนได้ลองพิสูจน์กันดู หวังว่าเรื่องราวนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังลังเลหรือกลัวการเปลี่ยนแปลง ให้เชื่อมั่นว่า "ถ้าเราตั้งใจและทำจริง สิ่งที่เราฝันไว้ก็สามารถเกิดขึ้นได้"