ความรู้สึกหลังดู: one piece: into the grand line

ในฐานะแฟนวันพีซเราประทับใจมาก แอบชอบกว่าซีซั่นแรกด้วย เล่าเรื่องอะไรสมูทขึ้น บาลานซ์ความสมจริงและการ์ตูนได้ดี เห็นความรับฟีดแบ็กไปปรับ รู้สึกได้ถึงการตั้งใจทำงานของทีมเบื้องหลัง เพราะใส่easter eggเซอร์ไพรซ์แฟนคลับไว้เพียบเลย เรานั่งดูไปกรี๊ดไป

ในภาคนี้เราได้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครมากขึ้น สังเกตได้ว่าเขาพยายามเฉลี่ยให้เห็นไดนามิกและเคมีระหว่างกลุ่มหมวกฟางโดยการสลับกันจับคู่ไปมาจนครบอย่างแนบเนียน เรานั่งยิ้มตลอดเรื่องเลยเพราะได้เห็นโมเม้นระหว่างตัวละครครบ และพอเขาทำแบบนี้น้ำหนักความสัมพันธ์บนเรือเลยแข็งแรงมากขึ้น

ในส่วนแคสติ้งจากตอนเห็นประกาศก็ว่าเหมือนแล้ว พอมาดูในเรื่องที่จับแต่งองค์ทรงเครื่องครบยิ่งเหมือน บางคนอย่างกับหลุดออกมาจากการ์ตูน แม้วิกบางคนอาจจะยังดูไม่ค่อยเนียนตา แต่ความตัวละครและเซ็ตติ้งโลกมันแปลกไปหมดอยู่แล้วก็ไม่เป็นไรแหละ อนาคตเดี๋ยวมียิ่งกว่านี้อีก555

เราประทับใจตัวละครหลายตัวเลยแต่ที่ชอบสุดในภาคนี้คืออุซป ช็อปเปอร์ ดร.ฮิลรุค และดร.คุเรฮะ โดยเฉพาะสามคนท้าย ชอบบทสนทนาและการรับส่งระหว่างกันทำเราอินน้ำตาซึม นักแสดงช่วงเกาะดรัมเล่นกันดีจริงๆ เบลนความเป็นการ์ตูนจากคาแรคเตอร์ เสื้อผ้าหน้าผมกับความเป็นมนุษย์ออกมาได้ดีมาก

ภาคนี้อุซปออร่าจับมาก สปอร์ตไลท์ส่องสุดๆ ในฐานะคนที่เอาใจช่วยอุซปมาตลอดตั้งแต่ในการ์ตูน ได้เห็นพาร์ทพูดถึงความกล้าความกลัวที่เป็นcoreของเขาชัดๆมันดี๊ดี และคุณเจคอบก็นำเสนออุซปออกมาได้พอดี วิธีพูดอะไรเหมือนไปหมด (แต่ก็แอบเท่ไปมากและโวยวายน้อยกว่าในการ์ตูนอ่ะนะ ส่วนตัวเราไม่ติดเพราะเขาก็ปรับให้ดูเป็นคนขึ้นและยังเก็บมุมขี้กลัวที่ชอบถอยหลังก่อนอยู่)

ช่วงลาบูนและอดีตช็อปเปอร์น่าจะเป็นส่วนเนื้อเรื่องที่เราชอบสุดเพราะเขาทำให้มันกระชับแล้วยังสามารถเข้าไปถึงใจได้ เป็นส่วนที่มีการปรับวิธีเล่าที่รู้สึกว่าทำได้ดีมากเลย อีกทั้งยังทึ่งในซีจีที่ทำให้แววตาของทั้งสองตัวสื่ออารมณ์ความรู้สึกออกมาได้ นั่งจ้องตาแล้วไม่ไหวน้ำตาคลอเบ้า แถมทำออกมาได้น่ารักมากจนเราหลุดพูดคำว่าน่ารักไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งระหว่างดู

บทแอคชั่นที่เป็นจุดอ่อนในซีซั่นที่แล้วมารอบนี้ถือว่าทำได้ดีขึ้นนะ อาจจะยังมีติดขัดอยู่ แต่การเปลี่ยนมุมกล้องและการตัดต่อช่วยแก้ความรู้สึกเบาๆแบบเก่าไปได้เยอะเลย ซีนแอคชั่นที่ประทับใจสุดต้องยกให้โซโล ได้โชว์ของที่สุดแล้ว

มาถึงส่วนที่ไม่ค่อยชอบและแอบเสียดายที่สุดคือพาร์ทของตัวเอกเรื่องอย่างลูฟี่ จริง ๆ น้องเป็นตัวละครโปรดเราด้วยแหละเลยคาดหวังเยอะ แต่พอมาดูแล้วรู้สึกไม่ถึงในจินตนาการและความรู้สึกส่วนตัวเลยแอบติดใจ แต่คงจะเป็นการตีความใหม่เพื่อให้บาลานซ์ความเป็นมนุษย์มากขึ้นด้วยเราเลยอาจจะยังไม่คุ้น แล้วจริงๆก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่ไม่ชอบ เพราะมีหลายจุดเหมือนกันที่เห็นลูฟี่ในการ์ตูนซ้อนทับ และก็มีการปรับบางอย่างที่รู้สึกว่าเวิร์ค แต่ก็มีที่รู้สึกว่าภาพตรงหน้าห่างไกลกว่าภาพลูฟี่ที่รู้จัก คะแนนในใจที่ให้เลยแอบน้อยกว่าตัวละครอื่นหน่อยนึง แต่ก็เข้าใจได้เพราะลูฟี่เป็นตัวละครที่การ์ตู๊นการ์ตูนสุดในเรื่อง การจะเล่นให้สมดุลพอดีระหว่างการ์ตูนกับคนเลยยาก ซึ่งเราก็ยังชื่นชมอินากินะ เพราะเขาเอาอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องใช้สายตาสื่ออารมณณ์หลายครั้ง เพียงแต่อาจจะยังหาจุดสมดุลไม่เสถียร เราคนดูเลยยังรู้สึกอารมณ์เหวี่ยงๆ

แต่ปัญหาที่เราติดที่สุดจริง ๆ คือบทแอคชั่นไม่ค่อยส่งเพราะเราไม่รู้สึกถึงความเก่งของลูฟี่ได้เท่าในการ์ตูน ความช่างสังเกต เรียนรู้เร็ว มีไหวพริบ ปรับตัวเก่ง และความครีเอททีฟในการต่อสู้ที่เป็นจุดเด่นมันไม่ชัด ซีนสู้กับบอสก็ทำได้ค่อนข้างเบา ยิ่งมีซีนแอคชั่นของโซโลเปรียบเทียบด้วยแล้วยิ่งเห็นระยะห่างชัด ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมีตัวละครซันจิอีกตัวที่เรารู้สึกเสียดายเพราะฉากแอคชั่นของเขาไม่ชูเท่าไหร่ทั้ง ๆ ที่ต้องให้ความรู้สึกเก่งเสมอโซโล (เรานอยซีนสู้ในปราสาทดรัมอ่ะ ไม่ค่อยชอบ)

โดยรวมอาจจะไม่ใช่ผลงานที่สมบูรณ์แบบเพราะก็ยังมีแผลอยู่หลายจุด มีหลายอย่างถูกปรับและเปลี่ยน มีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาและตัดออกไป ทั้งถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่แก่นเรื่องและสิ่งที่เคยทำให้เราตกหลุมรักในการ์ตูนยังคงอยู่ เราเลยมองข้ามได้ในหลายๆอย่าง และคาดหวังกับเอาใจช่วยให้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นได้อีก เพราะแม้ร่างกายภายนอก รูปร่างการเล่าและนำเสนอเปลี่ยน แต่หัวใจไม่ได้หาย การได้รับชมการ์ตูนในดวงใจจากมุมมองใหม่ๆนี้เลยมีความสุขมากค่ะ

#onepiece #onepiecenetflix #onepieceliveaction #วันพีซ #ซีรี่ย์netflix

3/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากที่ได้ชม One Piece: Into the Grand Line แล้ว ต้องบอกเลยว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ค่อนข้างน่าสนใจและเรียกความประทับใจได้ไม่น้อย ซีรีส์นี้ตั้งใจนำเสนอเรื่องราวในโลกที่แฟนการ์ตูนรู้จักกันดี แต่ในรูปแบบที่มีความสมจริงมากขึ้น เพิ่มเติมเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหมวกฟางได้ลึกซึ้งและเข้มข้นยิ่งขึ้น ความรู้สึกเมื่อเห็นเคมีระหว่างตัวละครที่สลับจับคู่กันอย่างกลมกลืน ส่งผลให้ทิศทางเรื่องราวมีความแข็งแรงและน่าติดตามมากขึ้น สิ่งที่สะดุดตาคือการแคสติ้งนักแสดงที่ดูเหมือนตัวละครต้นฉบับมาก ยิ่งเมื่อถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องครบถ้วน บางคนเหมือนหยิบมาจากการ์ตูนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม บางตัวละครอาจมีส่วนที่ยังดูไม่เนียนตานัก เช่นวิกผมและคอสตูมที่ไม่ได้สมจริงจนเกินไป แต่ก็ยังยอมรับได้เพราะคาแรคเตอร์และโลกของ One Piece เองก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนจริงทุกอย่าง บทของตัวละครอย่างอุซปและช็อปเปอร์ถูกขับเคลื่อนออกมาได้น่าสนใจและมีพลัง แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความกลัวที่ครอบงำจิตใจ ทั้งยังมีการผสมผสานความเป็นการ์ตูนและความเป็นมนุษย์ได้อย่างลงตัว ยิ่งช่วงเล่าเรื่องอดีตของช็อปเปอร์ผ่านลาบูน ก็ทำให้รู้สึกซาบซึ้งไปกับความอบอุ่นและความน่ารักจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แม้ซีรีส์จะปรับปรุงบทแอคชั่นซึ่งเป็นจุดอ่อนจากซีซั่นก่อนให้ดีขึ้นไม่น้อย รวมถึงซีนสู้ของโซโลที่โดดเด่นสุด ๆ แต่ก็ยังมีบางส่วนโดยเฉพาะฉากแอคชั่นของลูฟี่และซันจิที่รู้สึกว่ายังไม่ถึงกับสร้างความประทับใจในด้านความเก่งกาจและไหวพริบเท่าการ์ตูน ซึ่งอาจเกิดจากการตีความตัวละครใหม่ที่เน้นความสมจริงและมนุษยภาพมากขึ้น ทำให้บางครั้งอารมณ์ของผู้ชมเกิดความรู้สึกไม่ต่อเนื่องเท่าไร โดยรวมแล้ว One Piece: Into the Grand Line ถือเป็นการทดลองที่น่าชื่นชม แม้จะไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็เสน่ห์และจิตวิญญาณของการ์ตูนต้นฉบับยังคงอยู่ และมีสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจให้สำรวจและชื่นชม หวังว่าในอนาคตซีรีส์จะพัฒนาและปรับปรุงได้สมดุลมากขึ้น เพื่อให้แฟน ๆ ได้สัมผัสความสนุกในมุมมองใหม่ ๆ อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ผมเองในฐานะแฟนวันพีซ ยังรู้สึกตื่นเต้นและตั้งตารอผลงานตอนต่อไปที่จะทำให้เราได้กรี๊ดและอินไปกับเรื่องราวในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน