ไม่มีงาน 6 เดือนแต่ยังอยู่ได้ใช้ชีวิตปกติได้ด้วยสิ

วันนี้มารีวิวการไม่มีงาน 6 เดือน

แต่ยังสามารถใช้ชีวิตปกติได้ด้วย...mindset แบบนี้

อันดับแรกต้องขอเล่าก่อนว่าผมเป็นฟรีแลนซ์

ทำ content ลง tiktok

ซึ่งในช่วงปีนี้ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจย่ำแย่

แถมผมยังเป็นคนเลือกงาน งานที่คอนเฟิร์มในการทำคลิป tiktok ของผมก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก เลยกลายเป็นช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่ไม่มีงานเลย

ตอนแรกก็คิดว่าไม่กี่เดือนเป็นเรื่องปกติเพราะว่าผมก็รองานทุกวันอยู่แล้วไม่ได้วิ่งตามงาน แต่ไม่มีงานมา 6 เดือน เราก็รู้สึกแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติ

แต่ผมอยู่ได้ด้วยเงินเก็บที่เก็บมาตลอด 3 ปีในการทำงาน

ถามว่าเอาเงินเก็บมาใช้มันปกติหรือเปล่า มันไม่ปกติหรอกครับ แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีใช้

ปกติผมใช้เงินตกวันละ 1,000 บาท

ซึ่งถ้าเป็นคนปกติ ถ้าไม่มีงานหรือตกงาน 6 เดือน ก็ไม่มีทางที่จะใช้วันละ 1,000 บาท ได้เป็นเวลา 6 เดือนหรอกครับ

ผมใช้ mindset ในการแก้ผ่านวิกฤตินี้

มาด้วยการสะสมเงินมาตั้งแต่ต้น

หลายๆคนคงคิดว่าเงินหลายๆแสนที่ผมเก็บไว้เป็นเงินสด

คนเอาไปลงทุนนั้นนู่นนี่มากกว่าในเวลาปกติ

แต่ผมเลือกที่จะเก็บเอาไว้เป็นแสนไม่เอาไปทำอะไรด้วยซ้ำไป

ด้วย mindset ที่ว่า

เงินที่ไม่ได้เย็นจริงๆก็จะไม่ได้เอาไปลงทุน

เรียกได้ว่าเก็บเงินสดไว้กับตัวนั่นแหละครับ

ด้วยความที่ผมมีอาชีพการงานที่ไม่ได้มั่นคงเป็นฟรีแลนซ์

มันเลยทำให้ผมรอดพ้นจากวิกฤตในครั้งนี้ไปได้

ตอนนี้อัพเดทล่าสุดงานเริ่มมาปกติแล้วนะครับ

ผมก็ยังอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องยืมเงินใคร

ผมยังอยู่ได้โดยที่ใช้ชีวิตปกติ

ผมยังอยู่ได้โดยที่ยังเหลือเงินเก็บแล้วก็ยังมีใช้

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเศรษฐกิจไม่แน่ไม่นอนครับ

รวมถึงหน้าที่การงานของคุณทุกคนด้วย

ควรมีเงินสดเก็บติดตัวไว้เยอะๆเลยครับ

ไม่ใช่แค่ให้คุณสามารถใช้ได้เปล่าๆ 6 เดือน

แต่ต้องให้คุณสามารถใช้ได้เปล่าๆ 1 ปีเลย

แล้วค่อยเอาเงินส่วนเกินจากตรงนี้ไปลงทุนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตครับ ไม่งั้นเพราะไม่มีกินก็ต้องไปยืมคนอื่น

เป็นภาระคนอื่นอีก

ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

#เก็บเงิน #รีวิวค่าใช้จ่าย #ออมทอง #ทริคประหยัดเงิน

2025/10/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการไม่มีงานเป็นเวลานานโดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ถือเป็นปัญหาที่หลายคนอาจเจอได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะบทเรียนที่สำคัญจากประสบการณ์ของฟรีแลนซ์รายนี้ คือการมี mindset หรือแนวคิดในการวางแผนการเงินในระยะยาวอย่างรัดกุม ไม่ใช่แค่เก็บเงินก้อนใดก้อนหนึ่งไว้แบบไม่คิดอะไร แต่เป็นการเตรียมความพร้อมที่แท้จริงโดยมีเงินสดนี้ไว้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตในช่วงที่รายได้ไม่แน่นอน โดยทั่วไปแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะเห็นว่าการเก็บเงินสดจำนวนมากเป็นเรื่องไม่จำเป็น เพราะกลัวว่าตนเองจะพลาดโอกาสในการลงทุนที่ทำเงินได้ดีและเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการเก็บเงินสดที่ "เย็น" หรือเงินที่ไม่ได้สัมผัสหรือนำไปลงทุนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้คุณสามารถใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการยืมเงินจากผู้อื่นเมื่อเจอสภาวะตกงานหรือเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เรื่องของ mindset ที่ไม่เร่งรีบหางานหรือวิ่งตามงานเร่งด่วน แต่เลือกงานที่เหมาะสมและมั่นใจว่าจะได้เงินสร้างความมั่นคงในงานอย่างยั่งยืน ก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้มีเวลาจัดการกับเงินของตัวเองได้ดีขึ้น โดยรวมแล้วการบริหารค่าใช้จ่ายและการลดรายจ่ายในแต่ละวันให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม เช่น จำกัดเงินใช้จ่ายวันละ 1,000 บาท ก็เป็นอีกวิธีช่วยให้เงินเก็บสามารถอยู่กับเราได้นานขึ้น สำหรับใครที่ยังไม่เคยมีเงินสำรองใช้ยามฉุกเฉิน แนะนำให้เริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายการเก็บเงินที่จะต้องพอใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างน้อย 6 เดือน หรือเป็นอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมั่นคง ท้ายที่สุดนี้ สภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมและรับมืออย่างมีสติ ซึ่งอาชีพที่ไม่มั่นคงอย่างฟรีแลนซ์อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทำงานประจำ แต่การวางแผนการเงินและ mindset ที่ดีสามารถช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

7 ความคิดเห็น

รูปภาพของ auntypooky
auntypooky

จริงค่ะ นั่นคือเหตุผลที่ว่า เราต้องมีงานมากกว่า 1 งาน เเละมีเงินที่เป็นแบบ passive income ด้วยค่ะ

รูปภาพของ แม่ณูกับลูกแมวทั้ง๑๑
แม่ณูกับลูกแมวทั้ง๑๑

รายได้รายจ่ายทุกคนไม่เท่ากันเงินเก็บก้อเช่นกันค่ะ ปล.ทุกๆคนอยากมีเงินเก็บไว้ใช้ระหว่างตกงานรองานกัรทั้งนั้น

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม