ขับรถฝนตกต้องมีmindsetแบบไหนกันมาฟัง
ช่วงนี้ฝนตกหนัก
วันนี้มาแชร์ mindset ในการขับรถขณะฝนตกหนัก
อันดับแรกความใจเย็น
การใจเย็นนี้เป็น concept สำคัญมากๆ
เพราะว่าเราจะขับรถแบบทำความเร็วไม่ได้มาก
เพราะว่าฝนตก รถข้างหน้าก็ต้องช้าด้วยเช่นกันเพื่อความปลอดภัย
อันดับ 2 ความมีน้ำใจ
บางทีบางครั้ง เราขับรถมีคนออกจากเลนส์ข้างๆ หรืออาจจะขับรถไม่ค่อยถูกใจเราบ้าง คอมเล่น บ้างด้วยความที่ไม่เห็นทางชัดเจน หรือลืมเปิดไฟเลี้ยวค้างไว้บ้างด้วยความที่ฝนตกหนักอาจจะไม่ได้ยินเสียงไฟเลี้ยว หรืออื่นๆเราก็อาจจะอย่าเพิ่งไปวีนใส่คนอื่นเวลาขับรถ
อันดับ 3 ความปลอดภัยต้องมาก่อน
ในการขับรถแบบฝนตกหนักๆ
ความปลอดภัยต้องลาก่อนแน่นอน เราต้องขับแบบใจเย็นๆค่อยทีค่อยอาศัย แล้วเราจะถึงที่หมายแบบปลอดภัยโดยที่ไม่ได้มีอุบัติเหตุ
ฝากถึงคนที่กำลังขับรถในช่วงเวลาฝนตกหนักๆ
ค่อยๆใจเย็นๆ ทุกอย่างจะดีเองเมื่อเราใจเย็น
ค่อยๆขับตามจังหวะไป
#ประสบการณ์เรื่องรถ #มือใหม่หัดขับ #เตือนภัยอุบัติเหตุ #รอบรู้เรื่องรถ #เรื่องเกิดบนถนน
เวลาคนค้นหาเรื่อง “ขี่รถตากฝน” หลายคนกังวลเรื่องอันตรายบนถนนมากกว่าความเปียกค่ะ นอกจาก Mindset ที่ต้องใจเย็น มีน้ำใจ และยึดความปลอดภัยเป็นหลักแล้ว ฉันมีทริกเล็กๆ ที่ใช้จริงเวลาโดนฝนแบบไม่ทันตั้งตัว เผื่อช่วยให้พร้อมขึ้นในครั้งต่อไป 1) ก่อนออกตัว: เช็กสภาพรถให้ “พร้อมสู้ฝน” - ที่ปัดน้ำฝน/น้ำฉีดกระจก: ถ้าปัดแล้วเป็นคราบหรือสะดุด ให้เปลี่ยนหรือเติมน้ำฉีดกระจก เพราะทัศนวิสัยคือทุกอย่าง - ยางรถและดอกยาง: ฝนตกแล้วถนนลื่น ถ้ายางเริ่มโล้นจะเสี่ยงเหินน้ำมากขึ้น - ไฟหน้า-ไฟท้าย: เปิดให้คนอื่นเห็นเรา (โดยเฉพาะฝนหนักๆ ที่มองยาก) 2) ระหว่างทาง: วิธีขับ/ขี่ให้ “มองเห็น-คุมรถอยู่” - ลดความเร็วและเพิ่มระยะห่าง: ฉันจะเว้นมากกว่าปกติ เพราะระยะเบรกยาวขึ้นในพื้นเปียก - หลีกเลี่ยงเบรกกะทันหัน: ใช้วิธีผ่อนคันเร่งก่อน แล้วค่อยแตะเบรกนุ่มๆ - ระวังแอ่งน้ำและรอยต่อถนน: ถ้าเห็นแอ่งน้ำลึก ฉันจะไม่หักหลบแรงๆ แต่ชะลอให้ผ่านอย่างนิ่งๆ เพื่อกันรถเสียอาการ 3) ถ้าจำเป็นต้อง “ขี่รถตากฝน” (มอเตอร์ไซค์) - ใส่เสื้อกันฝนที่ไม่บังการมอง/ไม่ปลิว: แบบเสื้อ-กางเกงจะคุมตัวได้ดีกว่าแบบคลุมทั้งตัวในลมแรง - ใช้วิสัยทัศน์ให้คุ้ม: เช็ดกระจกหมวกกันน็อก/ใช้แผ่นกันฝ้า ถ้าฝ้าขึ้นแล้วมองไม่ชัด ให้จอดหลบฝนก่อน - ขับตามร่องล้อรถคันหน้าแบบเว้นระยะ: ช่วยลดน้ำกระเด็นขึ้นมาบังตา แต่ต้องไม่ตามชิด 4) เมื่อฝนหนักจนมองแทบไม่เห็น: “จอดพัก” ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ ฉันยึดหลักเลยว่า ถ้าฝนลงจนมองเส้นถนนไม่ชัด หรือเริ่มรู้สึกตึงเครียดมาก ให้หาที่ปลอดภัยเพื่อจอดรอ (ปั๊ม/ที่จอดรถ/จุดพัก) ดีกว่าฝืนไปต่อ เพราะแค่ 10–15 นาที ฝนอาจซาลงและเราจะกลับมาคุมสถานการณ์ได้ สุดท้าย Mindset ที่ช่วยมากที่สุดเวลาเจอฝนคือ “ไม่รีบ ไม่แข่ง ไม่เอาชนะถนน” ใจเย็น+มีน้ำใจจะทำให้เราเผื่อพื้นที่ให้ตัวเองและคนอื่น ลดโอกาสเฉี่ยวชนได้จริง และถึงจะขี่รถตากฝนหรือขับรถฝนตก ก็มีโอกาสกลับถึงบ้านแบบปลอดภัยมากขึ้นค่ะ

ที่ท่องไว้ขึ้นสมอง ถ้าฝนตก จะไม่ขับเลนขวาใ้ต้ทางด่วนทุกเส้น เพราะ ถนนจะลื่นมาก(ละอองฝนจับผิวถนน) จะยอมขับเลนซ้ายตากฝนไปเรื่อยๆ.. ...เคยเห็น วิ่งตามกันมาไม่เร็ว แตเบรคไม่อยู่ ชนท้ายกันหลายคัน..