ไอพวกที่บอกไม่ชอบรถติดให้อยู่บ้านไป ใช้อะไรคิด
น่าแปลกเหมือนกันนะครับ
กับประโยคที่ว่า
"ถ้าไม่ชอบรถติดก็อยู่บ้านไป"
จริงๆแล้วปัญหารถติด มันเป็นปัญหาที่ควรแก้ครับ ไม่ใช่ปัญหาที่ควรรับได้ แล้วก็ไล่คนที่ไม่ชอบรถติดให้ไปอยู่บ้าน มันเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตล้วนๆเลยครับ ดูเป็นความคิดที่ผิดบิดเบี้ยว
ถ้าปัญหารถติดหมดไป
คนอาจจะมีเวลาเอาไปทำอย่างอื ่นมากขึ้น
คนอาจจะมีเวลาเอาไปคิดมากขึ้น
คนอาจจะมีเวลาไปพัฒนานวัตกรรมอะไรต่างๆเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนมากขึ้น
คนอาจจะมีเวลาเอาไปอยู่กับครอบครัว
คือการที่รถไม่ติด หรือการที่เอาเวลาจากรถติดไปทำอย่างอื่น
มันส่งผลดีกับชีวิตของตัวคนเรามากมายครับ
ดีกว่าการมานั่งอยู่บนรถ เหยียบคันเร่งไปเหยียบคันเร่งมาอยู่นั่น
การอยู่บ้านก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
แต่การที่ให้คนไม่ชอบรถติดไปอยู่บ้านมันเหมือน
mindset ป่วยๆของคนแปลกๆ
"การที่เราจะขับรถออกจากบ้านไปไหนมาไหน มันควรจะใช้เวลาที่ร่นระยะเวลากว่านี้ ไม่ใช่ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการเดินทางเพื่อไปถึงแล้วทำอะไรไม่ถึงชั่วโมงแล้วกลับอีก 1 ชั่วโมง"
แต่ที่พูดมาทั้งหมดนี้มันทำอะไรไม่ได้นะครับ
ให้ผมย้ายประเทศไปท ี่อื่นก็ย้ายไม่ได้เหมือนกันเพราะว่าลงหลักปักฐานที่นี่ไปแล้ว
สุดท้ายแล้วเราก็ต้องก้มหน้ายอมรับ
กรุงเทพฯเรารถติดหนักมากเนี่ยล่ะครับ
จบ555
#ประสบการณ์เรื่องรถ #มือใหม่หัดขับ #เตือนภัยอุบัติเหตุ #รอบรู้เรื่องรถ #เรื่องเกิดบนถนน
ในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก ปัญหารถติดถือเป็นความท้าทายหลักที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนเมืองไม่แพ้กรุงเทพฯ การยอมรับรถติดเป็นเรื่องปกติหรือการบอกให้คนที่ไม่ชอบรถติดอยู่บ้านไปนั้น เป็นมุมมองที่ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง แท้จริงแล้ว ปัญหารถติดเป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการการจราจรที่ต้องได้รับการวางแผนอย่างมีระบบ เช่น การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุม การสร้างโครงข่ายทางเลือกอย่างเช่น ทางจักรยาน หรือระบบจอดแล้วเดิน (Park and Ride) ตลอดจนการปรับปรุงระบบบริหารจัดการจราจรโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับปริมาณรถบนถนนเพื่อปรับสัญญาณไฟจราจรแบบ Real-time เมื่อรถไม่ติด ความสะดวกในการเดินทางจะช่วยให้คนมีเวลามากขึ้นสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะ การสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือการใช้เวลากับครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลดีต่อจิตใจและสุขภาพโดยรวม นอกจากนี้ การแก้ปัญหารถติดยังต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน เช่น การใช้รถสาธารณะ หรือการปรับเวลาการทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วน (Flexible Work Hours) รวมถึงสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีอย่างแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันช่วยวางแผนการเดินทางเพื่อลดปัญหาการแออัดบนถนน กล่าวโดยสรุป ปัญหารถติดไม่ใช่เรื่องที่คนจะต้องไปยอมรับด้วยการอยู่บ้านไว้เฉย ๆ แต่เป็นปัญหาที่สังคมต้องร่วมมือกันแก้ไขเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้กับทุกคนในกรุงเทพฯและเมืองใหญ่อื่น ๆ

จากใจคน ตจว เข้า กทม ทำธุระกี่ที รู้สึกไปไหนมาไหนลำบาก เดินทางกว่าจะถึง ทำธุระ อย่างเดียว เสียเวลาเป็นวัน นั่งรถไฟ ช่วงเลิกงาน ก็แน่นเกินไป บางทีโดนแย่งขึันด้วย ไม่ทันเค้า //อยู่แล้วเสียสุขภาพจิต😂