รถเมล์
จำเป็นต้องนั่งหรอกนะรถเมล์ เพราะเมารถทุกอย่าง เมล์ ตู้ เก๋ง ที่นั่งรถเมล์ได้เพราะมีลมผ่านหน้าตลอด #รถเมล์
เราเป็นคนเมารถง่ายมากเหมือนกัน เมล์ ตู้ เก๋งคือมีสิทธิ์เวียนหัวหมด เลยอยากแชร์ “ทริคแก้เมารถเมล์” แบบที่เราลองทำแล้วช่วยได้จริง เผื่อใครต้องนั่งรถเมล์ประจำแต่ทรมานทุกครั้ง 1) เลือกที่นั่งให้ถูกก่อน ถ้าเลือกได้ เราจะพยายามนั่งช่วง “กลางคัน” แถว ๆ ใกล้ประตู/กลางรถ เพราะตรงนี้การโคลงน้อยกว่าท้ายรถ และไม่สะเทือนเท่าหน้าสุด บางครั้งได้ที่นั่งริมหน้าต่างยิ่งดี เพราะได้ลมผ่านหน้า ช่วยลดอาการมึนได้เยอะ 2) โฟกัสไปที่ข้างหน้า/เส้นขอบฟ้า เวลารถออกตัวหรือเลี้ยว เราจะพยายามมองไปด้านหน้า หรือมองไกล ๆ ออกนอกหน้าต่างแทนการก้มดูมือถือ เพราะการอ่าน/เลื่อนจอทำให้อาการเมารถเมล์กำเริบเร็วมาก ถ้าจำเป็นต้องใช้มือถือจริง ๆ ใช้สั้น ๆ แล้วพักสายตา 3) “ลม” สำคัญมาก เหตุผลที่เรานั่งรถเมล์ได้เพราะมีลมผ่านหน้า ถ้าขึ้นคันที่อากาศอับ เราจะหาที่นั่งใกล้หน้าต่าง หรือพกพัดลมพกพา/พัดมือเล็ก ๆ ช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัด ลดคลื่นไส้ได้ดี 4) อย่าขึ้นรถตอนท้องว่างหรืออิ่มจัด เราจะกินอะไรเบา ๆ ก่อนขึ้นรถ เช่น ขนมปัง กล้วย แครกเกอร์ แล้วจิบน้ำพอประมาณ ไม่กินมัน ๆ หรือกาแฟเข้มก่อนเดินทาง เพราะบางวันจะทำให้เวียนหัวง่ายขึ้น 5) ของที่ช่วยได้ (เลือกให้เหมาะกับตัวเอง) - ลูกอม/หมากฝรั่งรสมิ้นต์ ช่วยให้ปากไม่ขมและรู้สึกสดชื่น - ยาดม/น้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่เราชอบ (บางคนชอบเปปเปอร์มินต์) - ยาแก้เมารถ: ถ้าจำเป็นจริง ๆ เราจะกินก่อนขึ้นรถประมาณ 30 นาที แต่ต้องอ่านฉลากและระวังง่วง (โดยเฉพาะถ้าต้องทำงานต่อ) 6) เทคนิคเล็ก ๆ ตอนรถติดหรือรถกระชาก ตอนรถติด ๆ หยุด ๆ เราจะนั่งหลังตรง หายใจยาว ๆ ช้า ๆ และพยายามไม่หันหัวตามอะไรรวดเร็ว ถ้ารู้สึกเริ่มคลื่นไส้ ให้รีบมองออกนอกหน้าต่างรับลม หรือเปลี่ยนโฟกัสไปที่การหายใจ 7) ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้พะอืดพะอม กลิ่นควัน/กลิ่นอับบนรถทำให้เราเมารถเมล์ไวมาก ถ้าเจอคันที่กลิ่นแรง เราจะใช้แมสก์ช่วยกรองกลิ่น หรือใช้ยาดมเล็กน้อย (แต่ไม่ดมจนแสบ) และเลี่ยงนั่งใกล้จุดที่คนกินอาหาร สุดท้าย ถ้าเมารถหนักจนจะอ้วกจริง ๆ อย่าฝืน รีบกดกริ่งลงไปพักหายใจข้างนอกก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อจะปลอดภัยกว่า สำหรับเราพอได้ “ลมผ่านหน้า + ไม่เล่นมือถือ + เลือกที่นั่งกลางคัน” อาการดีขึ้นชัดเจน ใครมีทริคอื่นมาแชร์กันได้นะ
