Automatically translated.View original post

Three days and two nights of Kanchanaburi during the Summer ☀️

Open a new experience. First trip. 📍

A budget of 1,500 baht is withdrawn by train. 🚂

D-1 to Thonburi-Kanchanaburi railway station

The 257 procession, round 7.45, we went to Eravana Falls, down Kanchanaburi.

Get off MRT Bang Khun Nont Exit 1

There will be two red cars running to Thonburi railway station, but they can walk (not sure about the price, because we walked).

Or you can go up to Charan Station close by.

It takes about 3 hours to about 11: 00.

🍁 to Kanchanaburi Station, walk out in front of the station and cross the shore to wait for the blue bus across from 7-11, can hitchhike there, but wait a long time, can look around the car as a picture, take 1.30 hours, cost 60 baht.

🏡 to stay. We'll sleep at the resort the first night.

D-2 leaves at 12: 00.

Take the blue bus as usual. Travel to Erawan National Park. Admission fee is 60 baht for adults, 30 baht for children, 300 baht for foreigners.

D-3 returns to Bangkok. Departs 12: 00 p.m. as before.

Travel back by train 258 around 2.45 pm. We get off at Charan Nam Station for 24 baht to Bangkok at 6 pm. The return is very hot. Anyone going to Kanchanaburi must see the weather.

Cost 🚂🏡☘️

- Travel fee from 262 Baht

- Accommodation fee (resort + tent) about 800 baht

- The value depends on the need.

Caution ❌🆘

We had to choose the season well before we decided to go to Kanchanaburi. We went in the summer. Not happy at all. Very hot.

I'll be reviewing the properties at Monday Resort and the park tent on the next EP.กาญจนบุรี

# Kanchanaburi # Train

# May

4/18 Edited to

... Read moreสำหรับคนที่เสิร์ช “อำเภอเมืองกาญจนบุรี” แล้วอยากได้ทริปที่ทำได้จริงแบบไม่ต้องมีรถส่วนตัว เราว่าฐานหลักของการเที่ยวคือ “อยู่ในตัวเมืองก่อน แล้วค่อยออกไปเอราวัณ” จะประหยัดแรงและไม่พลาดรถรอบสำคัญค่ะ พิกัดในอำเภอเมืองกาญจนบุรีที่เหมาะกับการเริ่มทริป - โซนสถานีรถไฟกาญจนบุรี: ลงรถไฟแล้วหาของกิน/น้ำให้พร้อม เพราะถ้าจะต่อรถบัสไปเอราวัณต้องรอเป็นรอบ ๆ (บางวันรอนาน) แนะนำซื้อของที่ 7-11 แถวฝั่งตรงข้ามจุดรอรถไว้ก่อน - โซนแม่น้ำแคว-สะพานข้ามแม่น้ำแคว: อยู่ไม่ไกลจากในเมือง เหมาะกับการเดินเล่นตอนเย็น ถ่ายรูป และหาคาเฟ่/ร้านอาหาร ไม่ต้องเร่งเวลาเท่าการไปน้ำตก - โซนศาลหลักเมือง/หอประวัติเมือง (ถ้ามีเวลา): เป็นอีกจุดที่ทำให้ “มาอำเภอเมืองกาญจนบุรี” แล้วได้ฟีลเที่ยวเมืองจริง ๆ ไม่ใช่แค่ผ่านไปเอราวัณอย่างเดียว ทริคเดินทางในเมือง + ต่อรถไปเอราวัณให้ราบรื่น - ถ้าจะไปเอราวัณด้วยรถบัสสีฟ้า ควรเผื่อเวลา “รอรถ” และ “รถติดช่วงออกเมือง” โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงหยุดยาว - ถ่ายรูปตารางเวลารถบัส/ป้าย BUS STOP และเบอร์โทรบนป้ายไว้เลย (ช่วยมากเวลาต้องวางแผนกลับ) - ช่วงซัมเมอร์แนะนำออกเช้าให้สุด ถ้าออกเที่ยงแบบเราอาจเจอแดดแรงมาก โดยเฉพาะขากลับเข้าตัวเมือง ไอเท็มที่อยากให้เตรียม ถ้าเที่ยวอำเภอเมืองกาญจนบุรีช่วงหน้าร้อน - หมวก/ร่ม + กันแดด + เสื้อแขนยาวบาง ๆ (แดดแรงจริง) - น้ำดื่ม + เกลือแร่ (นั่งรถไฟ/รอรถบัสนาน ๆ จะเพลีย) - รองเท้าลุยน้ำ/รองเท้าที่เกาะพื้นดี ถ้าตั้งใจไปน้ำตกเอราวัณ - พัดลมหรือผ้าเย็นสำหรับบนรถไฟขากลับ เพราะช่วงบ่ายร้อนอบมาก ไอเดียจัดตาราง 3 วัน 2 คืน (ยึดอำเภอเมืองเป็นฐาน) วันแรก: ถึงตัวเมืองกาญฯ → เช็คอินที่พักในเมือง/รีสอร์ต → เดินเล่นโซนแม่น้ำแควช่วงเย็น วันที่สอง: ออกไปอุทยานแห่งชาติเอราวัณ (เผื่อเวลารถบัส) → กลับเข้ามาหาของกินในเมือง วันที่สาม: เก็บจุดใกล้ที่พัก/ซื้อของฝากในตัวเมือง → กลับรถไฟตามรอบที่เล็งไว้ สุดท้าย ถ้าเป้าหมายคือ “เที่ยวอำเภอเมืองกาญจนบุรีแบบประหยัด” เราว่าคีย์คือทำแผนให้ยืดหยุ่น เผื่อรถเลท และหลบแดดช่วงเที่ยงให้ได้ ทริปจะสนุกขึ้นเยอะค่ะ