“The Void” สำรวจสภาวะสุญญากาศของด้านมืด

#InsomniaInExhibition

ในสภาวะสุญญากาศของจิตใจ เราควรเลือกจะซ่อนเก็บซ่อนด้านมืดไว้ หรือ เปิดเผยมันออกมา “The Void” นิทรรศการที่ชวนเรามาเผชิญหน้ากับสภาวะสุญญากาศ โดย ศิลปิน วรท จารุศิริกุล

“The Void” หรือ สภาวะสุญญากาศ ถูกศิลปินตีความเป็นสภาวะที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการคงอยู่กับการเลือนหาย คล้ายการยืนอยู่ริมขอบผาที่ต้องตัดสินใจว่าจะก้าวต่อไปอย่างไร มันไม่ใช่เพียงพื้นที่แห่งความกลัว หากแต่เป็น โครงสร้างพื้นฐานของอารมณ์มนุษย์ที่ทุกคนต้องพบเจอ และอาจแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักเพื่อไปสู่เส้นทางใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก

ศิลปินหลงใหลในความสัมพันธ์ระหว่างจิตวิญญาณ กายวิภาค และความมืดลึกลับที่ถูกซ่อนอยู่ในมนุษย์

ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานสะท้อนมุมมองเชิงเซอร์เรียลิสม์ (Surrealism) ผสมผสานความจริงกับตรรกะแห่งความฝัน จนเกิดภาพแทนของจิตไร้สำนึก ความทรงจำ และสิ่งที่ถูกกดทับ จุดเริ่มต้นของงานหลายชิ้นมาจากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันหรือช่วงเวลาสำคัญ ที่ถูกตีความใหม่เป็นภาพลักษณ์คลุมเครือ แต่ชวนให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงได้ในเชิงประสบการณ์

ผลงานใน “The Void” ถ่ายทอดบรรยากาศของการ ลอยค้างอยู่ระหว่างการสูญเสียและการค้นพบ ผ่านโทนสีเย็นอย่างม่วง น้ำเงิน เทา และดำ ซึ่งสร้างอารมณ์กดดัน ว่างเปล่า แต่ก็มีความงดงามซ่อนอยู่ เราจะเห็นถึงเส้นสายหมุนวน พื้นผิวที่พลิ้วไหว คล้ายพลังงาน คลื่น หรือหมอก ซึ่งอาจบ่งบอกถึงความคิดและอารมณ์ที่ยังไม่คลี่คลาย ผลงานหลายชิ้นทำให้เรารู้สึกทั้งงดงามและอึดอัดในเวลาเดียวกัน สะท้อนถึงด้านมืดที่ซ่อนอยู่ในมนุษย์ ซึ่งไม่เคยถูกกล่าวถึง

----------

📍สถานที่จัดแสดง: TARS Unlimited (ถนนทรงวาด, กรุงเทพฯ)

🗓 ระยะเวลาจัดแสดง: วันนี้ - 28 กันยายน 2567

⏰️ เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 14.00 - 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

💵 เข้าชมฟรี

#TARSUnlimited #InsomniaScene #นิทรรศการศิลปะ #ทรงวาด

THIS IS UNLIMITED
2025/9/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมก่อนจะไปดู “The Void” เราแนะนำให้เผื่อเวลาสัก 40–60 นาที แล้วค่อยๆ เดินดูตั้งแต่ภาพใหญ่ไปภาพเล็ก จะได้ “รับอารมณ์” ของงานเต็มๆ เพราะคาแรกเตอร์เด่นของนิทรรศการนี้คือโทนสีเย็นอย่างม่วง น้ำเงิน เทา ดำ และลายหมุนวนคล้ายคลื่น/หมอก ที่พาเราเข้าไปอยู่ในภาวะกึ่งกลางระหว่างการคงอยู่กับการเลือนหายตามคอนเซ็ปต์สุญญากาศ ทริคที่เราลองแล้วเวิร์กคือยืนดูภาพแต่ละชิ้นให้พ้นระยะ “อ่านรายละเอียด” ก่อน (ถอยออกมานิดนึง) แล้วค่อยเดินเข้าไปใกล้เพื่อดูพื้นผิวสีที่หนา การปาด การไหลของสี และจังหวะเส้นหมุนวน พอทำแบบนี้จะเห็นว่าแต่ละภาพไม่ได้ให้ความมืดแบบน่ากลัวอย่างเดียว แต่มันมีความสวยแบบกดดันๆ เหมือนความรู้สึกที่ยังคลี่คลายไม่จบ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของงานเซอร์เรียลที่ทำให้เรานึกถึงความทรงจำหรืออารมณ์ที่เคยกดไว้โดยไม่รู้ตัว ถ้าอยากถ่ายรูป แนะนำให้เลือกมุมที่มีผนังปูนเปลือย/สีชมพูที่ลอกนิดๆ กับภาพโทนม่วงเข้ม เพราะคอนทราสต์มันทำให้ภาพดู “มีเรื่องเล่า” มากขึ้น โดยเฉพาะชิ้นใหญ่ที่ชื่อ THE VOID ที่ลายหมุนวนสีม่วงเข้มจะเด่นมากในเฟรม ส่วนโซนโต๊ะกระจกที่มีชิ้นงานเล็กๆ เหมาะกับการถ่ายดีเทล แต่ควรระวังแสงสะท้อนจากกระจก (ลองขยับมุมกล้องเล็กน้อยจะช่วยได้) การเดินทางไป TARS Unlimited (ถนนทรงวาด) เราไปช่วงบ่ายๆ คนยังไม่แน่น เดินช้าๆ ได้สบาย ถ้าอยากได้ความสงบในการดูงาน แนะนำไปวันธรรมดาหรือไปช่วงเปิด 14.00 น. จะมีพื้นที่ให้ยืนค้างหน้าภาพนานๆ โดยไม่เกร็ง สำหรับคนที่ค้นหาคำว่า “แกนีมีด” แล้วหลุดมาเจอโพสต์นี้: นิทรรศการนี้ไม่ได้เกี่ยวกับมีดหรืออุปกรณ์ทำครัวนะ แต่ถ้าคุณกำลังหาที่ไปเพื่อ “รีเซ็ตใจ” หรืออยากดูงานที่พูดถึงด้านมืด ความว่างเปล่า และอารมณ์ที่อธิบายยากๆ แบบไม่ต้องใช้คำเยอะ ที่นี่ตอบโจทย์มาก และที่สำคัญคือเข้าชมฟรี (จัดแสดงถึง 28 กันยายน 2567, เปิดอังคาร–อาทิตย์ 14.00–18.00 น. ปิดวันจันทร์)