"LOCAL MYTHS: ความงามตามพื้นเพ"
"LOCAL MYTHS: ความงามตามพื้นเพ" เมื่อเรื่องเล่าท้องถิ่นกลายเป็นพลังสร้างสรรค์ร่วมสมัย
ความงามที่แท้จริงถูกกำหนดโดยใคร นี่คือคำถามสำคัญที่นิทรรศการ "LOCAL MYTHS: ความงามตามพื้นเพ" ชวนเราติด เพราะความงามไม่ได้เกิดขึ้นจากสายตาสากลที่มองจากศูนย์กลางเพียงอย่างเดียว หากยังหยั่งรากลึกอย ู่ในเรื่องเล่า ตำนาน ความทรงจำ และวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น
นิทรรศการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Local Networking Project (พ.ศ. 2568) ภายใต้การริเริ่มของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งสำรวจแนวคิด The Intrinsic Aesthetic หรือ “ความงามตามพื้นเพ” โดยให้ศิลปินจากหลากหลายภูมิภาคออกเดินทางสืบค้นประวัติศาสตร์ที่ไม่ถูกบันทึกในกระแสหลัก เรื่องเล่าปากเปล่า วิถีชีวิตร่วมสมัย และความเชื่อที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุ เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่ทั้งร่วมรากและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน
ผลงานที่จัดแสดงสะท้อนมิติทางสังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง เช่น ณพล ผาธรรม กับผลงาน 'ขิตโขง' ที่เล่าถึงแม่น้ำโขงซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตจากการสร้างเขื่อนและสภาพอากาศ ผ่านเสียงเกริ่นลำกลอนอี สานผสานดนตรีสังเคราะห์ เพื่อสื่อถึงความบีบคั้นของผู้คนริมฝั่งน้ำ ขณะที่ นูรียา วาจิ ใช้ผืนผ้า ดิน และร่องรอยการเย็บในผลงาน 'Stroke' เพื่อบันทึกความทรงจำของพ่อที่เคยผูกพันกับแม่น้ำสายบุรี แต่ปัจจุบันกำลังถูกกลืนหายไปกับการพัฒนา
ในอีกมิติหนึ่ง หอสิน กางธ่งมหาสารคาม นำเสนอผลงาน 'ถ้าบ่เฮ็ด กะบ่ได้กิน' ผ่านการสำรวจเศรษฐกิจไส้เดือนในชุมชนร้อยเอ็ด งานประติมากรรม สื่อผสม และกลไกไฟฟ้าถูกใช้เป็นเครื่องมือสะท้อนการดิ้นรนเอาตัวรอดของผู้คนหลังวิกฤตโรคระบาด ขณะที่ คีต์ตา อิสรั่น และ ฮายานี มะลี ถ่ายทอดบทบาทสตรีมุสลิมะห์ในสามจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านแฟชั่นสื่อผสมในผลงาน 'Motherhood' ที่แฝงไว้ด้วยความเปราะบาง ภาระ และความงดงามของการเป็นแม่
ความสนุกเชิงขบถปรากฏใน ผลงานของ สปีดี้ แกรนด์มา กับผลงาน 'สปีมา แกรนดี้' ที่เล่าเรื่อง “คุณยาย” ผ่านสี่ยุคสมัยด้วยอารมณ์ขี้เล่นแต่จริงจัง ขณะที่ ปรัชญ์ พิมานแมน และ รอซี ฮารี พาผู้ชมสำรวจประวัติศาสตร์ปาตานีใน 'Aurea Chersones' ผ่านตำนาน จารึก และการค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอความผสมผสานของศาสนาและวัฒนธรรมที่ก่อรูปความหมายของคำว่ามลายูในอีกมิติหนึ่ง
ศิลปินอีกหลายท่านก็ได้ตีความ “ความงามตามพื้นเพ” ในมิติที่แตกต่างกันออกไป เช่น สุรสิทธิ์ มั่นคง กับผลงาน 'ธรณีประตู' ที่หวนกลับไปยังป่าคำชะโนดในอุดรธานี ดินแดนแห่งตำนานพญานาคและความศักดิ์สิทธิ์ ถ่ายทอดผ่านวิดีโอจัดวางที่สะท้อนความศรัทธาและพลังเหนือธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในร่องรอยของป่า ขณะที่ มลายู ลีฟวิ่ง ใช้สื่อผสมใน 'ANONYMOUS LETTER…' เพื่อตั้งคำถามกับภาพจำเมืองสีแดงที่ถูกสร้างผ่านสื่อและความเข้าใจผิด พร้อมเชิญชวนผู้ชมเข้าสู่ห้องรับแขกของเรือนมลายู เพื่อร่วมสร้างความจริงใหม่ผ่านบทสนทนา
อีกด้านหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองโลกก็ถูกตีความผ่านผลงานของ ปุญญิศา ศิลปรัศมี ใน 'เมขลา – รามสูร' ที่เปรียบเทียบค่ายทหารในกรุงเทพฯ และอุดรธานีช่วงสงครามเย็นกับตำนานพื้นบ้านเรื่องฟ้าแลบ-ฟ้าผ่า เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างตำนานกับสงคราม ส่วน ปณชัย ชัยจิรวัฒน์ ใช้เหตุการณ์วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 เป็นจุดตั้งต้นในผลงาน 'Eclipse' เพื่อชวนคิดถึงการครอบงำ อำนาจ และการบดบัง ผ่านภาษาสัญลักษณ์ที่ทั้งลึกลับและยากเข้าถึง
สิ่งที่เราในฐานะผู้ชมงานจะได้รับจากนิทรรศการนี้ไม่ใช่เพียงการชมผลงานศิลปะ แต่คือกา รได้เดินทางสำรวจ “ราก” ของพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย ผ่านสายตาของศิลปินที่เป็นทั้งนักวิจัยและผู้ตีความร่วมสมัย เราจะได้เห็นความเชื่อมโยงของตำนาน ประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังตนเองว่า ความงามคืออะไร และ เราจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และความหลากหลายนี้ในอนาคตได้อย่างไร
-----
🗓 ระยะเวลาจัดแสดงแล้ววันนี้ - 10 ตุลาคม 2568
📍สถานที่จัดแสดง: ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ( Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร )
🕚 เวลาทำการ: 10.00 - 20.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
💵 เข้าชมฟรี
🚍 การเดินทาง: BTS สนามกีฬาแห่งชาติ
🚘 มีที่จอดรถยนต์ส่วนตัว

































