วิธีกรอกใบตม.จีน อัปเดตปี2026🇨🇳🛫

ใครกำลังจะบินไปจีน แล้วเห็นใบ ตม. แจกบนเครื่อง

อย่าเพิ่งเหงื่อตก 😅

กรอกไม่ยาก แค่รู้ว่าแต่ละช่องเขาอยากได้อะไร

มาดูแบบ กรอกตามจริง ไม่มั่ว ไม่โดนเรียกถามเพิ่ม

📝 วิธีกรอกใบ ตม. จีน (Arrival Card)

1️⃣ Surname – นามสกุล (ตามพาสปอร์ต)

2️⃣ Given names – ชื่อจริง

3️⃣ Date of birth – วันเกิด (ปี/เดือน/วัน ค.ศ.)

4️⃣ Passport No. – เลขพาสปอร์ต

5️⃣ Arrival Flight No. – เลขไฟลต์ขาเข้า

6️⃣ Personal phone No. – เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ

7️⃣ Cities intended to visit in China – เมืองที่ไป

8️⃣ Hotel name in China – ชื่อโรงแรมที่พัก

9️⃣ City – เมืองที่พัก

🔟 Sex – เพศ (Male / Female)

1️⃣1️⃣ Nationality – สัญชาติ

1️⃣2️⃣ Chinese name – ชื่อภาษาจีน (ถ้ามี ไม่มีก็เว้น)

1️⃣3️⃣ Visa No. – หมายเลขวีซ่า (ถ้าเข้าแบบฟรีวีซ่า ไม่ต้องกรอก)

1️⃣4️⃣ Purpose of visit – จุดประสงค์การเดินทาง

👉 มาเที่ยวให้ติ๊ก F = Tourism

📌 ทริคเล็ก ๆ แต่สำคัญ

เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่ ชัด ๆ

ข้อมูลต้องตรงกับพาสปอร์ตและตั๋วบิน

ไม่รู้จริงอย่าเดา เว้นได้เว้น

สรุปสั้น ๆ

ใบ ตม. จีน ไม่ได้ยาก

แค่ใจเย็น อ่านตามช่อง

กรอกครบ เที่ยวสบาย

ผ่านด่านแบบหล่อ ๆ ตั้งแต่ก้าวแรก 😎✈️

#รีวิวที่เที่ยว #รวมแพลนเที่ยว #เช็คอินกินเที่ยว #รีวิวที่พัก #ติดเทรนด์

1/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมอัปเดตให้แบบคนเดินทางเองบ่อย ๆ นะคะ/ครับ หลายคนสับสนว่า “ปี 2026 ไปจีนต้องกรอก ตม. ออนไลน์ไหม” หรือ “ต้องสแกน QR code เข้าเมืองหรือเปล่า” ซึ่งหน้างานจริงอาจเปลี่ยนตามสนามบิน/เมืองที่ลง และนโยบายช่วงนั้น ๆ ด้วย แต่หลัก ๆ มี 3 อย่างที่ควรเตรียมไว้ จะได้ไม่ชะงักตอนถึงด่าน 1) ใบ ตม. จีน (Arrival Card) ต้องเตรียมข้อมูลอะไรล่วงหน้า - เลขเที่ยวบินขาเข้า (Arrival Flight No.) และเมืองปลายทางที่ลงจริง - ที่อยู่ที่พักในจีน: ชื่อโรงแรม (Hotel name in China) + เมือง (City) - เบอร์โทรติดต่อ (Personal phone No.) แนะนำใส่เบอร์ที่ติดต่อได้จริง เช่นเบอร์ไทยที่โรมมิ่ง/เปิดรับสายได้ หรือเบอร์จีนถ้ามี - จุดประสงค์การเดินทาง (Purpose of visit) ถ้าไปเที่ยวส่วนใหญ่ติ๊ก F = Tourism ตามแบบฟอร์ม 2) ถ้ากรอก ตม. จีน “ออนไลน์ 2026” ต้องทำยังไง บางช่วง/บางสนามบินจะมีระบบให้กรอกผ่านมือถือหรือคีออสก์หน้าด่าน (ลักษณะเป็นแบบฟอร์มออนไลน์) พอกรอกเสร็จจะได้หน้าจอยืนยันหรือ QR code ให้ยื่น/สแกน ตอนเดินทางฉันจะทำแบบนี้เพื่อกันพลาด: - เปิดเว็บ/สแกน QR ที่สนามบิน “จากป้ายทางการ” เท่านั้น (อย่ากดลิงก์มั่ว) - กรอกเป็นภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่ตามพาสปอร์ตเหมือนในตัวอย่างใบ Arrival Card - เซฟหน้าจอยืนยัน/แคปหน้าจอไว้ เผื่อเน็ตช้า - ถ้าระบบล่มหรือไม่บังคับ ส่วนมากยังมี “ใบกระดาษ” ให้กรอกแทนได้ ให้เตรียมปากกาติดตัวไว้ 3) เรื่องวีซ่า/ฟรีวีซ่า ต้องกรอกช่อง Visa No. ไหม - ถ้าเข้าจีนด้วย “ฟรีวีซ่า/มาตรการยกเว้นวีซ่า” โดยทั่วไปช่อง Visa No. มักเว้นได้ตามที่บทความหลักบอก - แต่ถ้ามีวีซ่าจริง ให้กรอกเลขวีซ่าตามที่ติดในพาสปอร์ต และเช็กชนิดวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์ (เที่ยว/ธุรกิจ/เรียน) 4) ข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกเรียกถามเพิ่ม (เจอบ่อย) - ชื่อ-นามสกุลสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต (ใส่คำนำหน้า/เว้นวรรคแปลก ๆ) - วันเกิดใส่รูปแบบผิด (แนะนำยึด ปี/เดือน/วัน ค.ศ.) - ใส่ชื่อโรงแรมไม่ชัด หรือไม่รู้เมืองที่พัก (อย่างน้อยใส่ชื่อโรงแรม + เมืองให้ครบ) - เดาเลขไฟลต์/เดาเอกสาร ถ้าไม่มั่นใจ “เว้น” ดีกว่า “มั่ว” 5) คำถามที่คนชอบถาม: “กรอก QR code เข้า จีน” คืออะไร ส่วนใหญ่หมายถึง QR จากระบบกรอกข้อมูลเข้าประเทศ/สุขภาพ/ตม.ออนไลน์ (ขึ้นกับช่วงเวลา) หลักการคือ กรอกข้อมูลให้ตรงกับพาสปอร์ตและแผนเดินทาง แล้วใช้ QR หรือหน้าคอนเฟิร์มไปยืนยันที่ด่าน ถ้าเห็นให้สแกนหน้างาน ให้ทำตามป้าย/เจ้าหน้าที่ของสนามบินนั้น ๆ ทริคสุดท้ายของฉัน: ก่อนเครื่องลง 1 ชั่วโมง เปิดตั๋วเครื่องบิน + หน้าจองโรงแรม + พาสปอร์ตไว้ในมือถือ พอแจกใบ ตม. หรือให้กรอกออนไลน์จะไหลลื่นมาก ผ่านด่านไวแบบไม่ต้องกลับไปแก้หลายรอบ