Automatically translated.View original post

What kind of foreign net ✈️📱 eSIM or Roaming is more worth?

Anyone who has a plan to travel abroad, save this post! Come see the obvious differences. 👇

📲 eSIM.

Fits

• A lot of people use the internet. Look at social maps all day.

• Multiple countries in one trip 🌍

• Do not want to change the SIM card

Advantage

✅ Variety Package Daily / Weekly / Unlimited

✅ use the local network. The speed is more stable.

✅ Buy online. QR scans work.

The downside

⚠️ Mobile must support eSIM.

⚠️ Must be set slightly before using

🌐 Roaming

Fits

• Short trip 2-3 days

• Focus on answering and dialing. Use the same number more conveniently. ☎️

• Don't want to set anything up

Advantage

✅ Open the pack with the original network. Use immediately.

✅ Can receive Thai calls normally

The downside

⚠️ The price is often higher than eSIM.

⚠️ Some countries, the signal may be unstable.

💸 What kind of summary is worth it?

If emphasizing "Value + Heavy Net Use," 👉 eSIM is more cost effective.

If you focus on "convenience, use the same number," 👉 Roaming answers the problem.

Choose to suit our travel style so you don't miss every moment. 📸✨

# Total travel plans # Check in to eat # Accommodation review # Trending

3/7 Edited to

... Read moreหลายคนทักมาถามเพิ่มว่า “แพ็กเกจ eSIM ท่องเที่ยวใช้ได้กี่วัน ราคาเท่าไหร่?” กับ “eSIM เทียบโรมมิ่งค่ายไทย อันไหนคุ้มกว่า” เราเลยสรุปจากที่เคยใช้จริงให้เป็นไกด์เลือกแบบเร็วๆ (เผื่อเซฟไว้ก่อนออกเดินทาง) 1) eSIM ต่างประเทศ: จำนวนวัน/ราคาโดยประมาณ - ส่วนใหญ่มีให้เลือก 1, 3, 5, 7, 10, 15, 30 วัน (แล้วแต่ผู้ให้บริการ) - ราคาโดยรวมจะขึ้นกับประเทศ/โซนและปริมาณเน็ต เช่น แบบรายวัน 1–3 วันมักเริ่มหลักร้อย, แบบ 7–15 วันมักขยับเป็นหลายร้อยถึงหลักพันต้นๆ - ถ้าเป็น “ไม่จำกัด” ให้ดูหมายเหตุเรื่อง FUP (ใช้เกินแล้วลดสปีด) จะได้ไม่คาดหวังเกินจริง 2) Roaming ค่ายไทย: เหมาะเมื่อไหร่ถึงคุ้ม - ถ้าทริปสั้น 1–3 วัน และต้อง “รับสาย/OTP/โทรออกด้วยเบอร์ไทย” บ่อยๆ โรมมิ่งมักสะดวกกว่า เพราะเปิดแพ็กแล้วใช้ต่อได้เลย - แต่ถ้าใช้เน็ตหนักๆ ทั้งวัน (แผนที่/โซเชียล/อัปโหลดรูป) ค่าแพ็กโรมมิ่งบางแบบจะสูงกว่า eSIM ชัดเจน แนะนำเช็กเพดานความเร็ว/ปริมาณเน็ตก่อนกดซื้อ 3) ใช้ eSIM กับเปิดโรมมิ่งต่างกันอย่างไร (ฉบับใช้งานจริง) - eSIM: ได้เน็ตผ่านเครือข่ายท้องถิ่นเป็นหลัก (หลายครั้งเสถียรและเร็วกว่า) แต่ต้องมีเครื่องรองรับ และต้องตั้งค่า/เลือกซิมสำหรับดาต้าให้ถูก - Roaming: ใช้เครือข่ายเดิมของเราไปจับสัญญาณต่างประเทศ ข้อดีคือเบอร์เดิมอยู่ครบ แต่บางประเทศอาจมีอาการหน่วง/หลุด ขึ้นกับพาร์ทเนอร์เครือข่าย 4) เช็กลิสต์เลือกซื้อ eSIM ให้ไม่พลาด - เช็กมือถือรองรับ eSIM ไหม (บางรุ่นรองรับเฉพาะบางโซน) - ทริปเดียวหลายประเทศ: เลือกแบบ “Regional/Asia/Europe” จะคุ้มกว่าซื้อแยกประเทศ - ดูว่าระบุ 4G/5G และมี Hotspot/Tethering ได้ไหม (บางแพ็กล็อก) - วิธีเริ่มนับวัน: บางเจ้าเริ่มนับตอน “เปิดใช้งานครั้งแรก” ไม่ใช่ตอนซื้อ ควรอ่านเงื่อนไข - เตรียมอินเทอร์เน็ตไว้ตอนติดตั้ง/สแกน QR (ทำที่ไทยหรือที่สนามบินก็ได้ แต่ควรมี Wi‑Fi) 5) eSIM ที่มีประกันเดินทางด้วย คุ้มไหม? - เรามองว่าเหมาะกับคนที่ “จะซื้อประกันอยู่แล้ว” และอยากจบในที่เดียว แต่ให้เทียบ 2 อย่าง: ความคุ้มครองประกัน (วงเงิน/ดีเลย์ไฟลต์/กระเป๋าหาย) และความคุ้มของเน็ต (วัน/GB/ประเทศ) - ถ้าประกันที่แถมให้วงเงินน้อยหรือเงื่อนไขเยอะ อาจแยกซื้อประกันที่ถูกใจ แล้วเลือก eSIM ที่เน็ตคุ้มสุดจะดีกว่า 6) ซื้อ eSIM ผ่าน Traveloka ดีไหม เทียบกับซื้อที่อื่น - ข้อดีที่เจอบ่อย: มีโปร/โค้ดลด จ่ายง่าย และรวมหลายเจ้ามาให้เลือก - ข้อที่ควรเช็กก่อนกด: ผู้ให้บริการเป็นเจ้าไหน, เครือข่ายปลายทาง, รีวิวเรื่องความเร็ว/หลุด, และการซัพพอร์ต (มีแชตช่วยตอนติดตั้งไหม) ทริคส่วนตัวของเรา: ถ้าต้องใช้เบอร์ไทยรับ OTP ตลอด ให้เปิดโรมมิ่ง “เฉพาะเสียง/SMS” ไว้ และใช้ eSIM เป็นดาต้าหลัก จะได้ทั้งความคุ้มและไม่พลาดการติดต่อสำคัญ