Automatically translated.View original post

Love didn’t hurt me. I erased myself.

Fade (I'm missing)

Is the song of loving someone poor, "unconsciously erase yourself."

Allowing, changing, adjusting and being quiet.

Not because I want to be a good person.

But because of fear of being dumped

A cracking and haunting auto-tuning sound.

Is the voice of the person who is still speaking

But there's no identity left.

"I loved you... and I disappeared."

# subscribe # Fade, I'm gone # sadtrap # autotune # Thai artist

1/20 Edited to

... Read moreในชีวิตจริง หลายคนอาจเคยเผชิญกับความรักที่ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองค่อยๆ หายไปเหมือนในเพลง Fade (ฉันหายไป) ที่สื่อถึงการยอมเปลี่ยนแปลง ปรับตัว และเงียบ เพราะกลัวการสูญเสียคนสำคัญ ความรู้สึกนี้ไม่ได้แค่เรื่องของการรักเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลบตัวตนของตัวเองเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรัก ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกสูญเสียตัวตนและความเป็นอิสระไปโดยไม่รู้ตัว การใช้เสียงออโต้จูนในเพลงช่วยเพิ่มมิติของความแปลกแยกและความไม่แน่ใจในตัวตน เสียงที่แตกและหลอนเหมือนเสียงของคนที่ยังพูดอยู่แต่ไม่มีตัวตน เหมือนกับความรู้สึกที่หลายคนเจอเมื่ออยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้ต้องปิดเสียงของตัวเองเพื่อรักษาความสัมพันธ์นั้น จากประสบการณ์ส่วนตัว การเข้าใจว่าเราควรมีความรักและความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องลบตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก การรักษาความเป็นตัวเองและยังคงความเป็นอิสระภายในความรักนั้นไม่ได้หมายความว่าเรารักน้อยลง แต่เป็นการรักในแบบที่สมดุล ไม่สูญเสียตัวตน การรับรู้และยอมรับความรู้สึกเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้โดยไม่ทำร้ายตัวเอง สุดท้าย การสื่อสารเปิดใจในความสัมพันธ์และตั้งขอบเขตที่ชัดเจนช่วยป้องกันไม่ให้ใครต้องลบตัวเองไปเพราะกลัวการถูกทิ้ง เพลง Fade จึงไม่เพียงแต่เป็นเสียงสะท้อนของความเจ็บปวดเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนหนึ่งในการรักที่ควรจะเป็น คือรักที่ไม่ทำร้าย และไม่ลบล้างตัวตนของใครเลย