Automatically translated.View original post

2026 will be a more fun year for makeup!

2025/12/1 Edited to

... Read moreถ้าปี 2026 อยากแต่งหน้าสนุกขึ้นแบบ “แต่งได้จริง” ฉันแนะนำให้เริ่มจากเลือก 1 เทรนด์เป็นลุคหลัก แล้วค่อยเติมดีเทลให้เข้ากับหน้าเรา จะไม่รู้สึกว่าแฟชั่นเกินไปและออกจากบ้านได้สบายๆ 1) Balmy Skin (ผิวฉ่ำใสเล่นแสง) ทริคคือ “ชุ่มชื้นก่อนปกปิด” ฉันจะลงสกินแคร์ให้ผิวอิ่ม (มอยส์เจอไรเซอร์/ครีมเจล) แล้วตามด้วยไพรเมอร์เนื้อโกลว์บางๆ จากนั้นใช้รองพื้นหรือสกินทินต์ที่บางเบา แต้มเฉพาะจุดที่ต้องการ ปิดงานด้วยคอนซีลเลอร์ใต้ตาและข้างจมูกเล็กน้อย ไฮไลต์ให้เนียนสวยสุดคือแตะที่โหนกแก้ม สันจมูก และหัวตาแบบน้อยๆ จะได้ผิวฉ่ำแต่ไม่มัน 2) Pastel Eyes (ตาพาสเทลละมุน) พาสเทลจะขึ้นง่ายเมื่อมี “เบสตา” ก่อน ฉันชอบใช้คอนซีลเลอร์หรืออายไพรเมอร์บางๆ แล้วค่อยลงสีม่วง/เขียว/ฟ้าอ่อนแบบไล่ขอบฟุ้ง ถ้ากลัวโป๊ะให้เริ่มจากลงสีอ่อนที่หางตาหรือใต้ตาเป็นพอยต์เล็กๆ แล้วค่อยเพิ่มความเข้มทีละนิด จบด้วยมาสคาร่าสีน้ำตาลหรือดำก็ได้ตามโทนลุค 3) Neutral Tone (โทนนู้ดอุ่นเนียนตา) ลุคนี้เหมาะวันเร่งรีบมาก เพราะแค่เลือกพาเลตต์น้ำตาลอุ่นๆ + บลัชพีช/นู้ด ก็สวยแล้ว เคล็ดลับคือคิ้วอย่าเข้มเกิน ใช้ลิปนู้ดที่มีอันเดอร์โทนอุ่น จะช่วยให้หน้าดูละมุนและดูแพงแบบไม่พยายาม 4) Soft Goth (ดาร์กแบบมินิมอล) ถ้าอยากลองสายดาร์กแต่ยังใส่ได้ทุกวัน ให้เน้น “สีเข้มแค่ 1 จุด” เช่น อายไลเนอร์หางคมๆ หรือสโมกกี้เบาๆ ที่ขอบตา แล้วจับคู่กับริมฝีปากสีกุหลาบเข้ม/พลัมหม่น จะได้คาแรกเตอร์แต่ไม่หนักหน้าเกินไป 5) Messy Girl (ยุ่งสวยแบบเป็นธรรมชาติ) คอนเซ็ปต์คือไม่ต้องเนี้ยบทุกจุด ฉันชอบใช้บลัชครีมแตะด้วยนิ้วให้ดูฟุ้งๆ ลงลิปแบบเบลอขอบ และปัดคิ้วให้มีเส้นขนธรรมชาติ เหมาะกับวันสบายๆ แต่ยังดูมีสไตล์ ไอเดียหาเรฟ+ลองลุคด้วยแอปแต่งหน้า เวลายังไม่แน่ใจสี ฉันจะเซฟเรฟแต่งหน้าที่ชอบไว้ก่อน แล้วลองโทนด้วยแอปแต่งหน้า/ฟิลเตอร์แต่งหน้าเพื่อดูว่า “พาสเทล” หรือ “นู้ดอุ่น” เข้ากับหน้าเรามั้ย จากนั้นค่อยเลือกซื้อสีที่ใกล้เคียง จะช่วยลดการพลาดได้เยอะ ทริคสุดท้าย: เลือก 1 เทรนด์ + 1 ดีเทล เช่น Balmy Skin + Pastel Eyes หรือ Neutral Tone + Soft Goth (แค่ไลเนอร์) วิธีนี้ทำให้แต่งหน้า 2026 ดูใหม่ขึ้นทันที แต่ยังเป็นตัวเองและใช้ได้ในชีวิตจริง