รีวิว ราคี The Stain
รีวิว ราคี The Stain :หนังผีที่ไม่ใช่หนังผี องค์ประกอบดี แต่บทแอบ ช็อตฟีล !
.
ออกมาจากโรงปึ้บ ถึงขั้นต้องถามตัววเองว่า มันเรื่องเดียวกันกับตัวอย่างที่เราดูไหมเนี่ย ความรู้สึกแอบไปในทางผิดหวังและเสียดายมาก ทั้งที่ตัวหนังมีวัตถุดิบที่โคตรดีมาก ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง ได้ตัวท้อปวงการ GL BL มาเลยอ่ะ คือเพราะตอนเห็นตัวอย่างหนังคือคิดว่าปังเเน่ๆนอนหลอนอีโรติกชัวร์ แต่มันไม่ใช่แบบนั้นอะสิ มัน มีทั้งจุดที่อยากอวยยศให้ และจุดที่แอบกรี๊ดดังๆในใจ เสียดายของแบบสุดๆ เหมือนกัน วันนี้เลยอยากจะมาร่ายยาวรีวิวแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุม เอาให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจไปดูหนังนะ ยิ่งถ้าใครเป็นคอหนังไทยแล้วพอจะตามข่าวมาบ้าง จะรู้ว่าสารตั้งต้นของโปรเจกต์นี้มันเคยถูกวางไว้เป็นหนังระดับตำนานอย่าง "บุปผาราตรี" เพราะหนังมีลายเซ็นคล้ายๆกัน ก่อนจะถูกรื้อ ถอยหลัง แล้วปั้นทิศทางใหม่จนกลายมาเป็น ราคี ในเวอร์ชันนี้
.
เรื่องย่อคร่าวๆ เมื่อ มาลี หญิงสาวผู้มีอดีตดำมืด โชคชะตานำพาให้เธอมายังอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งเพื่อเผชิญความทรงจำในวัยเด็ก เธอได้พบกับ ปราณ นักเบลนด์ชาเจ้าของแบรนด์ชาดอกไม้ไทย ทั้งคู่มีบางอย่างผูกสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งทางความทรงจำ ความรัก และความลับที่ค่อย ๆ เปิดเผย แต่ความสัมพันธ์ของทั้ งสองถูกสั่นคลอนเมื่อมีบุคคลที่สามและสี่เข้ามาในวงจร อัสนัย เพื่อนสนิทคนเดียวของปราณ และ น้ำใส สาวไฮโซนักจิตวิทยาบำบัด กระทั่งความลับของอดีตได้ถูกเปิดเผย ความตายก็เข้ามา ทุกคนต่างถูกบีบให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่ตนซ่อนไว้
.
สิ่งแรกที่ให้คะเเนนแบบไม่หักคะแนนเลยคือเรื่องของ "งานภาพและโปรดักชัน" ครับ ค่ายนี้เขายังคงรักษามาตรฐานความเล่นใหญ่และใส่ใจในรายละเอียดได้ปัง โดยเฉพาะเซ็ตติ้งหลักอย่างเรือนกระจกบนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ มันสวย ดูลึกลับ ดูแล้วรู้สึกยกระดับจิตใจได้เลย รวมถึงฉากเลิฟซีนหรือความอีโรติกในเรื่อง ที่หลายคนอาจจะคาดหวังความหวือหวา ซึ่งบอกเลยว่า อิงฟ้า อาโป ทำถึงแสดงได้เปลืองตัวมากก เสวเว่ออ แต่ก็ไม่ได้ดูอนาจารนะ เป็นฟิลงานศิลป์มากกว่า
.
แต่สิ่งที่มีปัญหา ของหนังเรื่องนี้คือ บทข องหนัง ที่ทำให้จริตของตัวละครกลับดูประดิษฐ์ ดูเเข็งไปหน่อย อย่างเช่นตัวละคร "มาลี" ที่อิงฟ้าแสดง คุณแม่เล่นลากชุดราตรีแต่หัววันเลย คือสับเกิน ใส่ชุดเดรสราตรีสีแดงจัดเต็มเดินไปเดินมาบนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ ซึ่งมันดูผิดที่ผิดทาง จนพระเอกยังต้องเอ่ยปากทักอ่ะ แต่ก็เข้าใจได้อยู่จากอาชีพของตัวละคร และตัวละคร ปราณ ที่อาโปแสดง คือบทแข็งมาก เหมือนอ่านไดอาล็อกจากนิยาย ส่วนหนัง อัสนัย และ น้ำใส อันนี้เริ่ดบอกเลยว่าแสดงดี ปัง น่าตบมากน้ำใสเนี่ย ตัวหนังเองก็ใช้เวลาปูเรื่องนานมากกับการเล่าเรื่องแบบสลับมุมมองและสลับไทม์ไลน์อดีต-ปัจจุบัน ไปแล้วครึ่งเรื่อง ซึ่งจริงๆ พาร์ทหนังผีจริงๆ มีอยู่นิดเดียวท้ายๆของหนัง มันเลยทำให้เราหลุดโฟกัสไปบ้าง
.
และเมื่อมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญคือตอนที่มาลีพลัดตกตึกเสียชีวิต โทนหนังก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ จากหนังโรแมนติก อิโรติก ดราม่าสยองขวัญที่มีความ Slow Burn จู่ๆ ก็สับสวิตช์กลายเป็นหนังผีคอมเมดี้ฟีล ซ่องแตก ซะงั้น! ซึ่งถ้าถามว่าความน่ากลัวอยู่ตรงไหน ตอบเลยว่าแทบไม่มีครับ ไม่มีจังหวะตุ้งแช่ ผีมาลีไม่ได้กลับมาเพื่ออาละวาดเอาชีวิตใคร แค่เกรี้ยวกราดเพราะอยากอยู่กับคนรัก แต่ในความช็อตฟีลของการเปลี่ยนโหมดนี้ ส่วนตัวมองว่า สิ่งที่กู้ชีพหนังไว้ได้และได้คะเเนนจากคนดูเพิ่มคือ ความตลก มุกตลกในเรื่องนี้ทำงานได้ดีมาก ชื่นชมนะ ดีจริงๆ ยังคิดเลยว่าถ้าทำเป็นตลกผีตลกน่าจะรุ่ง เพราะจังหวะการด้นสดของ พี่แจ๊ส ชวนชื่น และ พี่ฮาย อาภาพร คือโคตรธรรมชาติและมาถูกที่ถูกเวลาสุดๆ ขโมยซีนหนักมาก ช่วยดึงกราฟความสนุกของหนังให้พุ่งขึ้นมา และทำให้ช่วงครึ่งหลังกลายเป็นหนังผีตลกหอเเต๋วแตกไปเลยอ่ะ
.
พูดถึงเรื่องการแสดงกันบ้าง ขอบอกเลยว่าทีมนักแสดงนำคือ ตัวพ่อ ตัวแม่วงการ BL GL ไทย ช่วยพยุงหนังเรื่องนี้ไว้อย่างแท้จริง อาโป ในบทปราณ สามารถถ่ายทอดอินเนอร์ความซับซ้อนและอารมณ์ที่อยู่ข้างในออกมาได้ลึกซึ้งมากแต่ก็อย่างที่บอกบทและไดอาล็อกแอบแกง ส่วน อิงฟ้า วราหะ ในบทมาลี คือความเจิดจรัสที่สุดในเรื่อง เป๊ะ ปัง 10 10 10 มงลง มีเสน่ห์ เย้ายวน และเซ็กซี่มาก เอาอยู่ทุกซีนอารมณ์ แต่คนที่กลายเป็น MVP ม้ามืดของเรื่องนี้สำหรับแอดคือ เจษ ช่วงแรกเขาอาจจะดูมาแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ แต่พอถึงองก์สุดท้ายของการเฉลยปม เจษระเบิดพลังการแสดงออกมาได้ถึงพริกถึงขิงจนแทบจะกลบทุกคนในซีนมิด ปาดหมด ส่วน ฟรีน สโรชา ในบืน้ำใส คืออยากตบมากแสดงได้แอ้บใสน่าตบสุดๆ
.
แก่นของคำว่า "ราคี" ที่หนังพยายามจะสื่อ มันคือความมัวหมองและบาดแ ผลในจิตใจที่เกิดจาก สถาบันครอบครัว ตัวละครทุกคนล้วนมีด้านมืด เหมือนเราทุกคน ไม่ขาว หรือดำสนิท มีปมจากการถูกเลี้ยงดูที่บิดเบี้ยวจนนำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง มันสะท้อนสังคมที่เราอยู่ให้เห็นว่ามนุษย์เรามักจะสร้างภาพลักษณ์ที่สวยงามหรือเปลือกนอกมาห่อหุ้มตัวเองไว้ แต่ลึกๆ แล้วทุกคนล้วนมีความวิปริตและกิเลสตัณหาซ่อนอยู่ น่าเสียดายอ่ะ ที่หนังมีวัตถุดิบที่โคตรจะดีแบบนี้ แต่กลับจับมาขยี้ได้ไม่สุดทางนัก
.
สรุปแล้วแอดคิดว่า ราคี บทมีความสะเปะสะปะและเปลี่ยนอารมณ์ฉับพลันจนคนดูปรับตัวตามไม่ค่อยทัน แต่ถ้ามองข้ามเรื่องรอยรั่วของบทไป นี่คือหนังไทยที่แปลกใหม่ดี ไปดูอาโป อิงฟ้า ก็คุ้มค่าตั๋วละ งานภาพสวย การแสดงระดับโอเค และมีความตลกที่ดูเอาบันเทิงดี มันก็ไม่แย่ขนาดนั้น แต่ก็นะ ไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองละกั น จะได้รู้ว่าชอบ ไม่ชอบ หนังเข้าฉายแล้วตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ในโรงภาพยนตร์
#รีวิวหนัง #TheStainMovie #EngfaWaraha #ApoNattawin #Jesjpp #SrchaFreen
จากประสบการณ์ที่ไปชมราคี The Stain ที่โรงหนัง ต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ผสมผสานหลายอารมณ์ได้อย่างน่าสนใจ แม้ว่าตอนดูแล้วจะรู้สึกว่าเรื่องราวบางช่วงมีจังหวะสับสน และบทภาพยนตร์อาจจะดูแข็งหรือแปลกไปบ้าง แต่ก็ต้องชมในส่วนของงานภาพและโปรดักชันที่จัดเต็มมาก ๆ โดยเฉพาะฉากเรือนกระจกบนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ที่สวยและดูมีความลึกลับช่วยเติมเต็มบรรยากาศของหนังให้โดดเด่นไม่น้อย ส่วนการแสดงของนักแสดงนำอย่างอาโป และอิงฟ้านั้นทำได้ดีมาก สามารถถ่ายทอดความรู้สึกและความซับซ้อนของตัวละครออกมาได้อย่างลึกซึ้งโดยเฉพาะบทบาทของมาลีที่แสดงโดยอิงฟ้าให้ความรู้สึกเป๊ะ ปัง และมีเสน่ห์มาก ในขณะที่มุขตลกที่เพิ่มเข้ามาในตอนท้ายหนังช่วยเพิ่มความบันเทิงและทำให้ภาพรวมของหนังไม่น่าเบื่อจนเกินไป ถึงแม้ว่าบางจังหวะที่หนังเปลี่ยนอารมณ์อย่างกะทันหันอาจจะทำให้คนดูบางคนปรับตัวตามไม่ทัน แต่ก็ถือว่าสร้างความแปลกใหม่ในวงการหนังไทย อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของราคี The Stain ก็คือการสะท้อนภาพของความมืดมนในตัวมนุษย์และบาดแผลในสถาบันครอบครัว ที่ทำให้ตัวละครแต่ละตัวมีความซับซ้อนและมีด้านมืดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเล่าเรื่องแบบสลับมุมมองและไทม์ไลน์ที่ผ่านมา-ปัจจุบัน เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เรื่องราวน่าติดตามมากขึ้น แต่อาจจะทำให้ผู้ชมบางส่วนรู้สึกหลุดโฟกัสได้บ้าง สรุปแล้ว ’ราคี The Stain’ เป็นหนังไทยที่กล้าทดลองและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบชมหนังที่มีงานภาพสวย ผสมผสานระหว่างโรแมนติก อีโรติก ดราม่า และความสยอง แต่ไม่เบื่อกับจังหวะหนังที่มีการเปลี่ยนแปลงโทนบ่อย ๆ หนังเรื่องนี้ก็น่าลองเสี่ยงดูที่โรงหนังครับ
