Inner Child ในตัวเรากำลังทำงานอยู่รึป่าวนะ?

เคยนอยด์จนเสียศูนย์เพียงเพราะ ‘แชตหนักขวา’

หรือคำพูดเล็ก ๆ ของคนอื่นไหม... ทั้งที่ความจริงเราโตพอจะคุมทีม หรือจัดการโปรเจกต์ยาก ๆ ได้แบบผ่านฉลุยแล้วแท้ๆ

.

ถ้าเคย... นั่นแหละค่ะคือจังหวะที่ Inner Child ในตัวเรากำลังทำงาน

ความรู้สึกที่ดู ‘เกินเบอร์’ แบบนี้ จริงๆ ไม่ใช่เพราะเราอ่อนแอ แต่มันคือปุ่มความจำในอดีตที่ถูกสะกิดขึ้นมา เด็กคนนี้มักจะโผล่มาในรูปแบบของความน้อยใจ ความกลัวโดนทิ้ง หรือความรู้สึกว่าเราไม่สำคัญพอ ซึ่งมักจะเป็นแผลเก่าที่เรายังจัดการไม่จบ

.

การเข้าใจ Inner Child เลยไม่ใช่เรื่องโลกสวย แต่มันคือการรู้จัก ‘ปุ่มกด’ ในใจตัวเองให้ชัดขึ้นว่า ทำไมบางสถานการณ์ถึงมีอิทธิพลกับเรานัก เพื่อที่เราจะได้ก้าวต่อไปในฐานะผู้ใหญ่ที่สมาร์ท และไม่ปล่อยให้อดีตมาคุมเกมชีวิตในปัจจุบัน

.

โตแล้วก็จริง... แต่ตัวเราในวันวานยังคงส่งเสียงอยู่ในบางจังหวะชีวิตเสมอ แค่รู้จักฟัง และรู้วิธีปลอบตัวเองให้เป็น แค่นั้นเราก็ก้าวต่อได้แบบผู้ใหญ่ที่สง่างามแล้วค่ะ 🤍✨

.

#InnerChild #SelfAwareness #inzpy

4/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตประจำวัน หลายครั้งที่เรารู้สึกนอยด์หรือเสียศูนย์กับเรื่องเล็ก ๆ เช่น การที่ใครบางคนไม่ตอบแชตทันที หรือคำพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีนัยยะอะไร แต่กลับทำให้หัวใจเรากลับมาเต้นแรง และรู้สึกแย่ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ นั่นเป็นเพราะ Inner Child หรือเด็กข้างในของเรากำลังถูกกระตุ้นขึ้นมา จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยรู้สึกแบบนี้บ่อย ๆ เวลาได้รับฟีดแบ็กงานที่ไม่ตรงใจ หรือแม้แต่ตอนที่อ่านบรรยากาศคนรอบตัวแล้วพบว่ามีอาการที่ไม่เหมือนเดิม ความรู้สึกกลัวโดนทิ้งและไม่สำคัญกลายเป็นความเจ็บปวดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคือบาดแผลเก่าที่เรายังไม่ได้เยียวยาอย่างเต็มที่ การเข้าใจ Inner Child ช่วยให้เราสามารถแยกแยะอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ว่ามาจากสถานการณ์ปัจจุบันจริง ๆ หรือเกิดจากอดีตที่เรายังแก้ไม่จบ วิธีหนึ่งที่ผมใช้คือการแยก Fact และ Feeling ออกจากกัน เช่น เมื่อเขาอ่านแชตแล้วไม่ตอบ (Fact) แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือเขาไม่สนใจเรา (Feeling) เมื่อเราจับแยกตรงนี้ได้ก็ทำให้ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกเก่าที่เคยเจ็บปวดมาแต่เด็กมาควบคุมอารมณ์เราอีก อีกส่วนที่สำคัญคือการรู้จักฟังเสียงเด็กข้างในนั้นและปลอบโยนตัวเองแทนการปฏิเสธหรือหลอกตัวเองว่ารู้สึกไม่เป็นไร เพราะการยอมรับว่าเราเจ็บหรือกลัวนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดูแลใจให้เป็นสุขมากขึ้น ดังนั้น Inner Child ไม่ใช่ศัตรูที่ต้องทิ้งหรือลืม แต่เป็นส่วนหนึ่งของเรา ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะโตขึ้น แต่เสียงของเด็กในใจยังคงปรากฏอยู่ในบางจังหวะ หากเรารู้วิธีรับรู้และดูแล เลือกที่จะตอบสนองเด็กคนนั้นอย่างอบอุ่น เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและสง่างามในแบบผู้ใหญ่จริง ๆ