自動翻訳されています。元の投稿を表示する

iPhone 18 Pro Maxが確認されました。これはアップグレードです。

🔥地球上で最強のものがここにあります!9月のAndroid側には振動があります。

複数のソースからのデータがサプライチェーンラインでレビューされた後、iPhone 18 Pro Maxのすべての主要な仕様が確認されました。これは実際の年の大きなアップグレードです!👇

---

💎世界初の2 nmチップの発売

第1世代TSMCの2 nm製造過程A 20 Proチップが付属しています。

CPUが15%強化されました

GPUは25%にジャンプしました。

AIのパワーが倍増しました。

30%以上のエネルギーを節約しましょう。

3 nmチップ時代にさよならを言い、少しずつアップグレードしてください。熱と電力管理が明らかに改善されました。

12 GB LPDDR 5 X標準のRAM

VC液体冷却システムにより、熱伝達が30%改善され、機械はもはや手持ちではなくなりました。

---

📸フリップレベルのカメラのアップグレード

メインカメラは、初めて10段階のf/1.4-f/4.0実用的な調整可能な絞りをサポートしています。

夜間撮影、露出が40%増加しました。

個別モードの背後に溶け込み、DSLRのように自然です。

Pro Maxモデルは、特別なSamsungの3層スタックCMOSセンサーを使用しています。

ダイナミックレンジを飛躍的に増やしてください。

ウルトラワイドカメラが48 MPにアップグレードされ、1 cmマクロをサポートしました。

Pro Maxセクションには、特別なバージョン固有の6倍ペリスコープズームレンズが搭載されました。

AI美容システムを搭載したフロントカメラが24 MPにアップグレードされました

---

🔋頑丈なバッテリーです。1回の充電で2日間の使用が実現し始めます。

最初の5000 mAh貫通バッテリー

中国語版は約5050 mAhです。

外国語版は5100-5200 mAhかもしれません。

ロービームイーティング2 nmチップを使用する場合、

使用時間が13時間から16時間に増加しました。

最大45時間の動画をご覧ください。

一般から中級まで2日間、1回分の料金でご利用いただけます。

45-50 W互換性のあるワイヤー敏感充電

30 Wワイヤレス

30分の充電で約70%

---

🚀信号の問題は永久に欠落しています。

Appleが自社開発したC 2 5 Gモデムを使用しており、Qualcommへの依存を減らしています。

信号の安定性が最大50%向上しました。

5 G NR-NTN衛星通信の第一世代をサポートしています

エレベーター、地下駐車場、遠隔地でも、システムは自動的に衛星を切り替えます。

チャット、ウェブビュー、または一般的な使用は快適です。

衛星はもはや単なる緊急機能ではありません。

---

✨。画面は以前よりもスペースがいっぱいです。

ダイナミックアイランドは、幅を20.76 mmから13.49 mmに縮小しました。

その地域は35%減少しています。

画面の下にFace IDの一部が隠されています。

これまでで最も薄いスクリーンエッジで。

これにより、スクリーンと機械の比率が95%に浸透します。

6.9インチのLTPO+OLEDスクリーン

2600匹のnit上の最高の明るさ

---

🎨ニューカラーアニュアル

今年のメインカラーは「ダークチェリーレッド」(バーガンディレッド)です。

カラーオプション:くすんだブルー、ダークスペースグレー、チタニウムシルバー

カメラモジュールはわずかに浮き上がっています。

体の厚さは約8.9 mmです。

重さは約240〜243グラムです。

---

💰開始価格は変わりません。

スタート価格9,999元(256 GB)

大容量版は価格がわずかに上がる可能性があります。

9月中旬に発売予定です

予約受付は9月下旬に開始されます。

10月上旬から利用可能

中国は最初にリリースされた国です。

#アップルイベント #iPhone 18 Pro Max #クラブ、ゲーム、テクノロジー #トレンド

5/29 に編集しました

... もっと見るจากที่ได้ติดตามข่าวคราวและสเปกของ iPhone 18 Pro Max พบว่าการอัปเกรดครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะการใช้ชิป A20 Pro ในกระบวนการผลิต 2 นาโนเมตร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้จริง ทำให้ประสิทธิภาพ CPU และ GPU เพิ่มขึ้นมาก พร้อมการประหยัดพลังงานสูงสุดถึง 30% ซึ่งในแง่การใช้งานจริง ผมเห็นว่าน่าจะช่วยให้มือถือใช้งานได้ยาวนานในแต่ละวันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ระบบระบายความร้อนแบบ VC Liquid Cooling ที่เคลมว่าถ่ายเทความร้อนได้ดีขึ้น 30% เป็นอีกจุดที่ผมมองว่าสำคัญ เพราะโทรศัพท์ที่ร้อนมักส่งผลต่อประสิทธิภาพและความรู้สึกเวลาถือ โดยเฉพาะเวลาถ่ายภาพหรือเล่นเกมหนัก ๆ ซึ่งน่าจะตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่ชอบใช้งานหนักๆ ได้ดี สำหรับเรื่องกล้องก็ถือเป็นจุดเด่นที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะกล้องหลักมีรูรับแสงที่ปรับได้จริงถึง 10 ระดับ ผมคิดว่าเป็นครั้งแรกที่ iPhone ทำได้ เข้ากับแนวโน้มกล้องมือถือที่ต้องการความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้ถ่ายภาพกลางคืนดีขึ้น ช่วยละลายหลังโหมดบุคคลได้อย่างเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกล้อง DSLR เลยทีเดียว กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 48MP รองรับการถ่ายมาโครที่ระยะ 1 ซม. เป็นฟีเจอร์ที่ตื่นเต้นมากสำหรับคนชอบทำคอนเทนต์ภาพละเอียด ทั้งนี้เลนส์ Periscope Zoom แบบ 6 เท่าของรุ่น Pro Max ก็น่าสนใจในแง่การซูมไกลที่ชัดเจนมากขึ้น แบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000mAh เป็นครั้งแรกของ iPhone ทำให้การใช้งานทั่วไปถือว่ามีความอิสระจากการชาร์จมากขึ้นจริง สามารถใช้งานได้ยาวถึง 2 วันโดยการชาร์จเพียงครั้งเดียว ช่วยแก้ปัญหาที่พบในรุ่นก่อน ๆ ได้ดี ส่วนระบบชาร์จไวทั้งสาย 45-50W และไร้สาย 30W ก็ถือว่าเร็วและสะดวกสบายสำหรับคนใช้งานประจำวัน ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือโมเด็ม C2 5G ที่ Apple พัฒนาขึ้นเอง ทั้งเพิ่มเสถียรภาพและลดการพึ่งพา Qualcomm ซึ่งทำให้สัญญาณดีขึ้นถึง 50% และยังรองรับ 5G NR-NTN Satellite Communication ช่วยให้การเชื่อมต่อในพื้นที่อับสัญญาณหรือพื้นที่ห่างไกลดีขึ้นมาก เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความมั่นใจในการใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ หน้าจอขนาด 6.9 นิ้วแบบ LTPO+ OLED ที่มีความสว่างสูงสุดกว่า 2600 nits พร้อมขอบจอบางสุด และพื้นที่จอที่มากขึ้น 95% ของตัวเครื่อง รวมถึง Dynamic Island ที่เล็กลงก็ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานเต็มตาและดูน่าสนใจมากขึ้น สีใหม่ที่ออกแบบมาอย่าง Burgundy Red ก็เพิ่มความพรีเมี่ยมและความสวยงามให้กับ iPhone รุ่นนี้อย่างลงตัว รวมถึงตัวเครื่องที่ยังคงน้ำหนักและความหนาสมดุล ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกสบายในชีวิตประจำวัน โดยรวมแล้ว iPhone 18 Pro Max ถือเป็นการอัปเกรดที่ครบเครื่องและน่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่รอคอยการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีและฟีเจอร์ของสมาร์ตโฟนปีนี้ ผมคาดว่าหลังเปิดตัวช่วงกลางเดือนกันยายนและวางขายจริงปลายเดือนตุลาคม จะได้รับการตอบรับที่ดีอย่างแน่นอน เพราะฟีเจอร์ใหม่ ๆ ทั้งด้านชิปกล้องและแบตเตอรี่ช่วยยกระดับประสบการณ์ใช้งานมือถือให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น