คำนิยามประเทศไทย สำหรับกษัตริย์ภูฏาน

ระบาทสมเด็จพระเจ้าจิกมีทรงเล่าเรื่องราวส่วนพระองค์เกี่ยวกับ

อิทธิพลของประเทศไทยในพิธี่มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิต

กิตติมศักดิณมหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ซาบซึ้งกินใจณมหาวิทยาลัย

จุฬาลงกรณ์ สมเด็จพระเจ้าจิกมีใคซาร์นัมเกลวังชกแห่ง

ภฎานทรังแป่งปันความคิดคำนึ่งอันลีกซึ้งเกี่ยวกับ

ความผูกพันที่มีมายาวนานกับประเทศไทยโดยทรงระลึกถึงว่าแกง

เขียวหวานไทยช่วยประคับประคองพระองค์ในสมัยที่

ทรงเป็นนักศึกษาที่คิดถึงบ้านและทรงยกย่องการผสมผสานอัน

เป็นเอกลักษณ์ของความเมตตาตามหลักพุทธศาสนาและจิตวิญญาณ

นั้กรบของประเทศไทย

ก่อนที่จะได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด็สาขา

การพัฒนาระหว่างประเทศพระมหากษัตริย์แห่งภูฎานทรง

สร้างความประทับใจแก่นักวิชาการเจ้าหน้าที่และ

นักศึกษาด้วยเรื่องราวต่างๆตั้งแต่สมั้ยที่ทรงศึกษาและแสวงหา

อาหารที่ให้ความรู้สึกอบอ่นใจในบอสตันและลอนดอน

ไปจนถึงบทเรียนอันลึกซึ่งที่ทรงได้รับจากการสังเกต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัซกาลที่ 9ผู้เป็นที่รัก

ของประเทศไทย

"เมื่อครั้งที่ผมยังเป็นนักศึกษาทั้งในอเมริกาและ

อังกฤษ ผมก็เหมือนกับนักศึกษาหลายๆคนที่อยู่ไกล

บ้านและมักคิดถึงบ้าน"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

านและมักคิดถึงบ้าน"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงตรัส"ไม่มีร้านอาหารดูถานเลยไม่ว่าในมอสตั้น

ลอนดอน หรือที่ไหนก็ตามแล้วผมก็ได้ค้นพบอาหาร

ไทยใครื่องเทศข้าวความอบอุ่น มันอาจจะไม่

เหมือนภูฎานเสียที่เดียว แต่ก็ใกล้เคียงมันคืออาหารที่

ทำให้ผมรั้สึกสบายใจ"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงตรัสว่าร้านอาหารไทยทุกร้านให้ความ

รู้สึกเหมือน "บ้านหลังเล็กๆ"และทรงเสริมด้วยความ

อบอุ่นตามแบบฉบับของพระองค์ว่า "ข้าพเจ้าบอกไม่ได้เลยว่าแกงเขียว

หวานช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้กี่ครั้งในช่วงหลายีที่ผ่านมา"

ระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่ทรงเล่าถึงการนำเสนอผลงานของ

เพื่อนร่วมชั้นชาวไทยสมัยที่ทรงศึกษาซึ่งสร้างความ

ประทับใจไม่รู้ลึม

เพื่อนร่วมชั้นบรรยายว่าประเทศไทยเป็นประเทศพทธศาสนาที่เต็มไป

ด้วยการปฏิบัติธรรมในชี่วิตประจำวันมีวัดวาอาราม

อย่ทัวประเทศและพระสิงฆ์เดินเท้าเปล่าในยามเช้าตรู่แต่

แล้วก็เกิดเหตูการณ์พลิกผันที่ไม่คาดคิดขึ้น

eyLs1cesglsleasruonylo11, LCeSOGLn2SM,

มวยไทย'หรือมวยสากลห้องนั้นเงียบลงทันที่"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงเล่า "พระนางทรงยิ้มและถาม

ว่า นี่หมายความว่าอย่างไร?'แล้วพระนางก็ทรงตอบ

คำถามของพระองค์เองมันหมายความว่าเรามีความเมตตาแต่เรา

ไม่ยอมอ่อนแอ เรารักสันติแต่เราไม่ยอมจำนน"

พระบาทสมเต็จพระเจ้าอยู่ทรงตรัสว่า "ข้าพเจ้าไม่เคย

ลืมคำเหล่านั้นเลยความขัดแย้งทึ่งดงามนั้น-

ความเมตตาตามหลักพทธศาสนาและจิตวิญญาณนักรบ-คือสิ่งที่นิยามประเทศไทยและเป็นการผสมผสานที่จะเป็นประโยซน์ต่อประเทศชาติไปอีกหลายศตวรรษ"

#พระมหากษัตริย์ไทย#ภูฏาน #kingbhutan

2025/12/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในบทความนี้ ได้บอกเล่าถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างพระมหากษัตริย์ภูฏานและประเทศไทยผ่านมุมมองที่ซึ้งใจและอบอุ่น โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุกได้ทรงเล่าถึงช่วงเวลาที่ทรงเป็นนักศึกษาต่างประเทศที่คิดถึงบ้านและพบความอบอุ่นจากอาหารไทยอย่างแกงเขียวหวาน ซึ่งเปรียบเสมือน "บ้านหลังเล็กๆ" ที่คอยประคับประคองจิตใจของพระองค์ เรื่องราวนี้สะท้อนถึงความหมายและอัตลักษณ์ของประเทศไทยที่พระองค์ทรงเห็นว่าไม่ใช่เพียงแค่ประเทศหนึ่งในภูมิภาค แต่เป็นประเทศที่มี "ความเมตตาตามหลักพุทธศาสนาและจิตวิญญาณนักรบ" ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลึกซึ้งและแปลกประหลาดที่นำไปสู่ความมั่นคงและสันติภาพ แม้จะมีความขัดแย้งแบบสงบเสงี่ยมก็ตาม การที่พระองค์ทรงเล่าถึง "มวยไทย" หรือมวยสากลที่ทำให้ห้องเรียนเงียบลงทันทีนั้น สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่แข็งแกร่งและสง่างามของไทย และพระราชดำรัสถึง "ความเมตตาแต่ไม่ยอมอ่อนแอ รักสันติแต่ไม่ยอมจำนน" เป็นการบ่งบอกถึงจิตใจที่เข้มแข็งผสานกับความเป็นมิตรภาพและความรักชาติอย่างแท้จริง นอกจากนั้น การกล่าวสุนทรพจน์นี้ยังชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์ไทยและภูฏานที่แน่นแฟ้น ซึ่งช่วยเสริมสร้างความร่วมมือในด้านการพัฒนาระหว่างประเทศและสร้างความประทับใจแก่นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา รวมถึงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เป็นคุณค่า บทเรียนจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นส่วนหนึ่งที่เสนอให้เห็นถึงความเคารพและการยกย่องที่พระองค์ภูฏานมีต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างของความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และความอ่อนน้อม โดยสรุปแล้ว คำนิยามประเทศไทยจากมุมมองของกษัตริย์ภูฏานนี้เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของไทยในใจของผู้นำระดับโลก เป็นประเทศที่ไม่เพียงแต่มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและงดงาม แต่ยังมีหัวใจที่เปิดกว้างด้วยความเมตตาและความเข้มแข็งที่ผสมผสานอย่างลงตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การรักษาและพัฒนาต่อไปในอนาคตอันยาวนาน