รังสีอำมหิต

Energy Shock: ทำไมร่างกายถึงร้อนจัดจนน้ำแข็งยังสยบไม่ได้? ถอดรหัสรังสีจากลูกค้าที่พุ่งเข้ากระทบดวงจิต"

ลูกค้าที่มีความเครียดสูง รังสีพลังงานความหนักและเหนื่อยล้าจะรุนแรงมาก ที่เขาเรียกว่า แผ่รังสีอำมหิต

ความจริงไม่ใช่ว่า คนนั้นเป็นคนใจร้ายใจดำ

แต่เพราะความเครียดที่สะสมอยู่ข้างใน

ทำให้มวลอากาศหนักๆขยายรอบตัวเขา

บางคนดูดุดันขึ้น หน้าตาหมองคล้ำ

คนอื่นไม่อยากเข้าใกล้ เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย

ความร้อนนี้ไม่ได้มาจากเชื้อโรค แต่มาจาก "อารมณ์และจิตสัมผัส" ที่รุนแรงของลูกค้าที่พุ่งเข้ามากระทบอย่างจัง

บางคนความเครียดจะพุ่งขึ้นศรีษะ ใบหน้าและกรามเกร็งค้างเหมือนหม้อแรงดันต่ำ

บางคนรู้สึกจุกแน่นหน้าอกบริเวณลิ้นปี่คอหอย เหมือนมีความรู้สึกบางอย่างที่ต้องการระบายออกแต่ระบายออกไม่ได้

เมื่อการกัวซาพลังงานถูกถ่ายเทออกไป ลูกค้าอาจจะรุ้สึกสบายตัวขึ้น เหมือนระบายสิ่งหนักๆจากหน้าอกออกไป

แต่พลังงานความหนัก ความเครียด เหล่านั้นมันจะถ่ายเทมาที่หมอนวดแทน

คนที่มีพลังงานลบในตัวสูง หรือความเครียดสะสมในร่างกายสูง คนที่อยู่ใกล้จะรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก และระแวงตลอดเวลาว่า จะทำอะไรผิดไหม หรือเราควรพูดไม่ควรพูดอะไรกับใคร

คนที่มีพลังงานใสสะอาด คนที่ยืนใกล้ๆจะรู้สึกสบายใจ

ปลอดภัยที่จะพูดคุย ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน

Bamsora Experience

#bamsora #guashaspecialist

7/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์จริงที่ผมได้พบเจอในการทำงานกับลูกค้าที่มีอาการแผ่รังสีอำมหิต พบว่าความเครียดสะสมสร้างพลังงานลบที่ล้อมรอบตัวลูกค้า เหมือนมวลอากาศหนักๆที่ขยายคลุมร่างกายส่งผลให้ผู้ที่อยู่ใกล้รู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก และเกิดความไม่สบายใจโดยไม่ทราบสาเหตุ สิ่งนี้ไม่ใช่ผลจากโรคทางกายภาพ แต่เกิดจากอารมณ์และจิตสัมผัสที่รุนแรง มักแสดงออกทางร่างกายเช่น ใบหน้าหมองคล้ำ กรามเกร็ง หรือรู้สึกแน่นหน้าอก บริเวณลิ้นปี่และคอหอยซึ่งเป็นสัญญาณของพลังงานความหนักที่ต้องการระบายแต่ติดขัด การใช้เทคนิคกัวซาเป็นการช่วยระบายและถ่ายเทพลังงานด้านลบนี้ออกไป ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายขึ้น ราวกับปลดปล่อยน้ำหนักที่เก็บกดอยู่ภายใน อย่างไรก็ตามพลังงานนี้จะถูกส่งผ่านมายังผู้ให้บริการนวดหรือกัวซา จึงจำเป็นต้องมีการดูแลพลังงานของตัวเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันผลกระทบจากพลังงานลบ การทำความเข้าใจเรื่องรังสีอำมหิตและพลังงานความเครียดนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ทำงานด้านดูแลสุขภาพกายและใจ หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สามารถป้องกันและรับมือกับพลังงานลบจากผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การเสริมสร้างพลังงานบวกด้วยการดูแลตัวเอง เช่น การนั่งสมาธิ ฝึกหายใจลึกๆ หรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง พร้อมรับมือกับความเครียดและพลังงานด้านลบได้ดียิ่งขึ้น ท้ายที่สุด การรู้จักสังเกตร่างกายและอารมณ์ของตนเองเมื่ออยู่กับคนที่มีพลังงานลบ จะช่วยให้สามารถจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีสติ ไม่จมอยู่กับความเครียดและพลังงานรบกวน ช่วยให้ความสัมพันธ์ในสังคมและการทำงานราบรื่นยิ่งขึ้น