Automatically translated.View original post

Give out the name committed

1/14 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ที่ผมได้ใช้ Conventional Commits ในงานพัฒนาโปรเจกต์ต่างๆ พบว่าการใช้ชื่อ commit ตามหมวดหมู่ที่ชัดเจนอย่าง feat, fix, style, refactor, chore, docs, test, build, และ ci นั้นช่วยให้ทีมงานสื่อสารผ่าน Git ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากชื่อ commit เหล่านี้สามารถบอกได้ทันทีว่า commit นั้นทำอะไร เช่น "feat(cart): add voucher input button" หมายถึงเพิ่มฟีเจอร์ในส่วนตะกร้าสินค้า หรือ "fix(login): resolve timeout issue on safari" หมายถึงแก้บั๊กในส่วนล็อกอิน ทำให้เวลารีวิวโค้ดหรือตรวจสอบประวัติการเปลี่ยนแปลง เราไม่ต้องเสียเวลาคลิกเข้าไปดูโค้ดทีละครั้ง นอกจากนี้ การมีหมวดหมู่เช่น style, refactor, และ perf ยังช่วยให้ทีมเข้าใจว่างานนั้นเกี่ยวกับการปรับปรุงความสวยงามของโค้ด การจัดระเบียบโค้ดใหม่ หรือปรับปรุงประสิทธิภาพระบบตามลำดับ ในส่วนของงานเอกสารและงานบ้านอย่าง chore และ docs ก็เป็นสิ่งสำคัญที่มักถูกมองข้าม แต่ทำให้โปรเจกต์สะอาดและมีความสมบูรณ์ เช่น การลบไฟล์ที่ไม่ใช้งานแล้ว หรือการอัปเดตคู่มือการใช้งาน ผมแนะนำให้ทุกคนลองนำแบบ Conventional Commits มาใช้ในโปรเจกต์ของตัวเอง เพราะช่วยให้การทำงานกับ Git เป็นระเบียบ ชัดเจน และลดความสับสนในการทำงานร่วมกันอย่างมาก แม้ว่าตอนแรกจะต้องปรับนิสัยเล็กน้อย แต่ประโยชน์ที่ได้รับนั้นคุ้มค่ามากจริงๆ ลองเปลี่ยนจากการใช้คำว่า "update" แบบทั่วไป มาเป็นการระบุประเภท commit ตามหลักการนี้ดูนะครับ แล้วจะรู้สึกว่าการทำงานง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพขึ้นแน่นอน