N 1試験聖書|N 5-N 1クライム版📚✨
N 1試験に合格しました!🎉はすべてのレベルを収集することです。運が良かったからではなく、レベルごとに異なる困難に直面したからだと言いました。今日は、私の最初の経験からの各Nのタイムラインと「シアンポイント」を共有したいと思います。
📍タイムラインと注意点(各難易度レベル):
•M.4-M.5:合格したN 5
•M.6: N 4試験に合格する
•⚠️難易度:「新しい文法、特に動詞の活用」を学ぶこと。この点は非常に重要です!合格できない場合や基礎がきつくない場合は、すべてのレベルで使用する必要があるため、非常に難しい高いレベルに進むことになります。
•1年生から2年生まで: N 3合格
•⚠️難易度:「漢字」に与えてください。落胆するのはますます難しくなっていますが、このレベルは日常生活で最も使用されているため、戦って、選んで、回って覚える必要があります!
•3年目: N 2を合格する
•⚠️難易度:文法も漢字も以前よりも複雑で複雑な「複雑な」ものです。
•1年後:ついにN 1に合格しました!🏆
•⚠️難易度:文法はN 2ほどではないかもしれませんが、「上級」が最高です!文法には多くの類義語があります。決定は、異なるポイントを見つける必要があるということです。
💡少しの時間版のための3つのヒント(一緒に勉強し、一緒に働く):
1️⃣システムに焦点を当てる。美しさには焦点を当てない。
私たちはアートラインではなく、美しい要約でもありませんが、黄色は文法であり、ピンクは認識できない漢字であるなど、明確な色のハイライトを使用しています。
2️⃣時間を節約する技術を使用してください。
私たちは移動中に日本のポッドキャストを聞き、試験前よりもリスニングの練習をするために1日15〜30分を蓄積しています。
3️⃣私はそれを修正しなければなりません。
自分自身を勉強することに集中してください。私はすぐに答えを見つけるためにどの点を疑問に思います。日本のコンテンツは常に上限があるので、手放さないでください。ベースが緩んでいる場合、高いレベルは非常に簡単に落ちます。
💬何年かかりますか?
私たちにとって、スタートからN 1までは約7-8年かかります。成功は近道ではありません。各人には独自のリズムがあります。誰かと競争する必要はありません。ただ歩くのをやめないでください!
Nにはまっている人は誰ですか?または漢字認識について話し合いたいです。コメントは話すことができます。すべての質問に答えることを歓迎します!👇
การสอบผ่าน JLPT N1 ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จากประสบการณ์ตรงที่ได้สะสมมาในช่วง 7-8 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นจากระดับ N5 จนถึง N1 ผมพบว่าการวางแผนเรียนและการเข้าใจ "จุดปราบเซียน" ในแต่ละระดับเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น แนะนำให้เน้นการเรียนรู้ไวยากรณ์และผันกริยาอย่างเป็นระบบเพื่อวางพื้นฐานให้แน่นก่อน เพราะไวยากรณ์ในแต่ละระดับจะซับซ้อนและเชื่อมโยงกันไปเรื่อยๆ สำหรับช่วงสอบระดับกลางอย่าง N3 จุดสำคัญคือการเพิ่มความชำนาญในคันจิ ที่จะเจอได้มากขึ้นและซับซ้อนกว่าเดิม การจดจำด้วยการเขียนซ้ำและใช้แอปพลิเคชันช่วยทบทวนคำศัพท์เป็นวิธีที่ได้ผลมาก นอกจากนี้ การใช้พอดแคสต์หรือการฟังภาษาญี่ปุ่นอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน เช่น ขณะเดินทาง จะช่วยฝึกทักษะฟังอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องจัดสรรเวลาเรียนเป็นพิเศษ ในระดับสูงขึ้นเช่น N2 และ N1 ไวยากรณ์จะมีความ "แอดวานซ์" และคล้ายกันหลายโครงสร้างมาก การฝึกเปรียบเทียบและหาความแตกต่างของไวยากรณ์ที่มีความหมายใกล้เคียงกันจะช่วยให้เข้าใจและใช้ภาษาได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ต้องอย่าปล่อยให้ข้อสงสัยค้างคาใจ เพราะแต่ละเนื้อหาจะต่อยอดกันไป ถ้าฐานความรู้หลวม จะส่งผลต่อการเรียนในระดับสูงได้ สุดท้าย การบริหารเวลาสำคัญมาก หากต้องเรียนไปพร้อมกับทำงาน แนะนำให้ใช้เทคนิคเช่น การจดโน้ตเป็นระบบสี และการเรียนแบบแบ่งเวลาเล็กๆ ในแต่ละวัน แทนการเร่งอ่านก่อนสอบครั้งเดียว ก็จะช่วยลดความเครียดและทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อย่าลืมว่าทุกคนมีจังหวะของตัวเอง ไม่มีเส้นทางลัดสู่ความสำเร็จ แค่เดินไปต่ออย่างไม่หยุดยั้ง ก็จะสามารถพิชิตการสอบ JLPT ได้เหมือนกัน!

