เรียนปริญญาโทยังไงให้ไม่หมดไฟไปก่อน?

💌 6 วิธีเติมไฟให้ตัวเอง ฉบับเราปี2 ป.โท🤍🕯️🥞

1. เข้าวัด ทำบุญ ไหว้พระ🌞

เราไม่ได้เป็นสายมูหรือทำเพราะงมงาย แต่รู้สึกว่าการได้เข้าวัด ไหว้พระ หรือนั่งอยู่ในที่เงียบ ๆ ช่วยให้ใจเราสงบขึ้นมาก

บางวันที่หัวเต็มไปด้วยเรื่องเรียน งานวิจัย หรือ deadline พอได้ไหว้พระแล้วเหมือนสิ่งที่เราแบกไว้กับความคาดหวังของตัวเองมันเบาลง พอที่จะกลับไปจัดการกับมันต่อ

2. Enjoy กับงานอดิเรก🥞

ช่วงที่เรียนหนัก เราพยายามหาเวลาให้กับงานอดิเรกของตัวเอง

เพราะสำหรับเรา งานอดิเรกไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำให้ productive

บางอย่างทำเพราะชอบก็พอแล้ว การได้กลับไปทำสิ่งที่เรารัก ทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตไม่ได้มีแค่การเรียนปริญญาโท และเรายังเป็นตัวเราเองอยู่

3. จัดห้อง จัดพื้นที่ของเรา🧣

ถ้าพื้นที่รอบตัวเราเป็นบรรยากาศที่สบายใจ เราจะรู้สึกอยากใช้เวลาอยู่ตรงนั้นมากขึ้น โต๊ะสะอาด ห้องเป็นระเบียบ

มีของที่เราชอบอยู่รอบ ๆ เราจะรู้สึกว่า เออ วันนี้ลองทำงานต่ออีกนิดก็ได้ บางทีเราไม่ต้องหา motivation จากที่ไหนไกล แค่ทำให้ environment รอบตัวน่าอยู่ขึ้นก่อนก็ช่วยได้เยอะแล้ว

4. จัดดอกไม้ โดยเฉพาะ Ikebana เราชอบสุด 🌷

ความรู้สึกตอนค่อย ๆ ปักดอกไม้ลงไป แล้วจัดให้มันตั้งตรงในตำแหน่งที่เรารู้สึกว่าสวย ชอบมากๆ แล้วมันทำให้เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่มี research paper ไม่มี deadline ไม่มีอะไรให้ต้องคิดหลายอย่างพร้อมกัน มีแค่ดอกไม้ตรงหน้าเรา และบางที การได้จดจ่อกับสิ่งๆนึง อย่างเต็มที่ ก็เป็นการพักสมองที่ดีมาก

5. ต่อ LEGO แล้วค่อยกลับไปทำ Research🪉

LEGO เป็นอีกอย่างที่ช่วยให้เรามีสติมากขึ้นแบบแปลก ๆ

ตอนต่อเราจะจดจ่ออยู่กับชิ้นส่วนตรงหน้า ไม่ค่อยคิดเรื่องอื่นเลย

แต่ที่ตลกคือ ต่อไปสักพัก เราจะเริ่มรู้สึกว่า พอและ ปวดหลังและ ไปทำอย่างอื่นดีกว่า แล้ว อย่างอื่น ที่เรากลับไปทำก็คือ Research

ซึ่งมันช่วยมาก เพราะเราไม่ได้ฝืนตัวเองให้นั่งทำวิจัยติดต่อกันหลายชั่วโมง อันนี้ลองไปทำดูอาจจะแล้วแต่คน555

6. อยู่กับธรรมชาติ 🌳

ข้อนี้เราไม่ได้พูดเกินจริงเลย สำหรับเรา วิธีพักสายตาจากหน้าจอที่ดีที่สุดคือ มองต้นไม้ ออกไปเดินเล่น นั่งมองท้องฟ้า ดูใบไม้

หรือแค่เดินไปอยู่ในที่ที่มีต้นไม้เยอะๆ หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับ laptop อ่าน paper และทำ research การได้มองอะไรที่ไม่ใช่หน้าจอบ้างมันช่วยให้รู้สึก reset จริงๆ และบางครั้งเราไม่ต้อง ทำอะไร เพื่อเติมพลังเลย แค่เปลี่ยนสิ่งที่กำลังมองอยู่ก็พอแล้ว

เราไม่ได้คิดว่าการหมดไฟเป็นสิ่งที่เราต้องกำจัดให้หมดไป

เพราะตอนเรียนปริญญาโท มันมีวันที่เหนื่อยเป็นเรื่องปกติ

สิ่งที่เราเรียนรู้คือ เราไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองให้ productive ตลอดเวลา เราแค่ต้องรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรากลับมาเป็นตัวเองได้อีกครั้ง

เพราะสุดท้ายแล้ว เราคงไม่ได้อยากเรียนจบแค่พร้อมใบปริญญา

หรือรีบเติบโตและประสบความสำเร็จ จนลืมไปว่าตัวเราเป็นใครระหว่างทาง Be kind to yourself :) 🌷

8/21 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมในระหว่างการเรียนปริญญาโท หลายคนอาจประสบกับความเครียดและความหมดไฟจนรู้สึกท้อแท้ การเติมไฟและเติมกำลังใจให้ตัวเองนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการเรียนต่อในระดับนี้ จากประสบการณ์ตรง การจัดสภาพแวดล้อมรอบตัวให้เป็นระเบียบและน่าอยู่ เสมือนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับตัวเอง ช่วยให้จิตใจสงบและพร้อมรับความท้าทายได้ดีมากขึ้น เช่น การจัดโต๊ะเรียนให้โล่ง ไม่มีสิ่งรบกวน และมีของชอบ เช่น ดอกไม้หรือต้นไม้เล็ก ๆ เพิ่มเข้ามา จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและอยากนั่งทำงานต่อ นอกจากนี้ การหาเวลาทำสิ่งที่ชอบจริง ๆ อย่างงานอดิเรก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ศิลปะ Ikebana หรือการต่อ LEGO ก็เป็นการฝึกสมาธิและจัดการความเครียดได้อย่างดี การทำกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ความคิดได้พักสมอง และเมื่อกลับไปทำงานวิจัยหรืองานเรียน ก็จะมีพลังและสติที่คมชัดมากขึ้น อีกข้อที่ไม่ควรมองข้ามคือการใช้เวลาพักผ่อนกับธรรมชาติ การออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะหรืออยู่ท่ามกลางต้นไม้ช่วงเวลาสั้น ๆ หลังจากทำงานหนักหลายชั่วโมง จะช่วยให้สายตาและจิตใจได้รีเซ็ต ทำให้ความคิดปลอดโปร่งและพร้อมรับมือกับงานต่อไปได้ดี สุดท้ายคือการเข้าใจและยอมรับความรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองให้ productive ตลอดเวลา ให้ความเมตตากับตนเอง รู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการเรียนรู้หนึ่งที่ทุกคนต้องผ่าน ความสำเร็จไม่ได้วัดแค่ใบปริญญา แต่รวมถึงความสุขและการเติบโตของตัวเราเองระหว่างทางเท่านั้น โดยรวมแล้ว เคล็ดลับเล็กๆ เหล่านี้จากประสบการณ์จริงช่วยให้การเรียนปริญญาโทไม่ใช่เรื่องหนักหนาเกินไป และยังเสริมสร้างสมดุลทั้งทางจิตใจและร่างกาย ให้สามารถผ่านพ้นทุกช่วงเวลาที่ยากลำบากได้อย่างมีความสุขและเต็มที่กับการเรียนมากขึ้น