Automatically translated.View original post

Freshly Cooked Makeup. Rookie Edition. Freshly But Not Faded. Easy But Beautiful.💦

6/4 Edited to

... Read moreหลายคนถามว่า “แต่งหน้าปรุงจืดคืออะไร” สำหรับเราแนวนี้คือเมคอัพที่ดูเบา สีไม่จัด แต่ “ไม่จาง” คือยังมีมิติและความสดใสแบบพอดี ๆ เหมือนหน้าสวยตามธรรมชาติ เหมาะมากกับวันไปเรียน/ไปทำงาน หรือวันที่อยากแต่งแต่ไม่อยากให้ดูหนักหน้า 1) เตรียมผิวให้สวยก่อน = ครึ่งทางของลุคปรุงจืด เราเน้นบำรุงให้ผิวชุ่มก่อน 5–10 นาที แล้วค่อยลงกันแดด (สำคัญมาก เพราะลุคนี้โชว์ผิว) ถ้าผิวแห้งให้เพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์อีกชั้น ถ้าผิวมันให้ใช้ไพรเมอร์เฉพาะจุด เช่น ข้างจมูก/ทีโซน จะช่วยให้รองพื้นไม่ไหลและดูเนียนขึ้น 2) งานผิวโทนปรุงจืด: บางแต่ปกปิดเฉพาะจุด แทนที่จะโบกหนา ๆ ให้ใช้คุชชั่นหรือรองพื้นเนื้อบาง ทาเฉพาะบริเวณที่ต้องการ แล้วค่อยแต้มคอนซีลเลอร์ใต้ตา รอยสิว มุมปาก จากนั้นเซ็ตด้วยแป้งฝุ่นบาง ๆ แค่ตรงที่มันง่าย จุดสำคัญคือให้ผิวดู “ยังเป็นผิว” จะเข้ากับเทรนด์แต่งหน้าโทนจืดที่สุด 3) คิ้วต้องนุ่ม อย่าเข้มเป็นปื้น ลุคแต่งหน้าแบบปรุงจืดจะสวยมากถ้าคิ้วฟุ้ง ๆ ใช้ดินสอหรือฝุ่นคิ้วสีอ่อนกว่าสีผมเล็กน้อย แล้วปัดมาสคาร่าคิ้วให้เส้นตั้ง ๆ ไม่ต้องตัดคม ขอบคิ้วอย่าแข็ง จะช่วยให้หน้าดูละมุนและเด็กลง 4) ตาโทนจืดแต่มีมิติ (ไม่โล้น) เลือกอายแชโดว์โทนน้ำตาลนม ชมพูตุ่น หรือพีชอ่อน ลงสีอ่อนทั่วเปลือกตา แล้วเพิ่มสีเข้มขึ้นนิดเดียวที่หางตา/รอยพับตา เพื่อให้ตาดูลึกแบบธรรมชาติ ถ้าอยากตาหวาน ให้ใช้ชิมเมอร์ละเอียดมาก ๆ แตะกลางตาเล็กน้อย (อย่าโบ๊ะ) กรีดอายไลเนอร์เส้นเล็กชิดขนตา แล้วปัดมาสคาร่าแบบแยกเส้น จะได้ลุคปรุงจืดที่ตาไม่ดรอป 5) แก้ม+ปากคือหัวใจของ “จืดแต่ไม่จาง” แก้มให้เลือกสีชมพูตุ่น พีชตุ่น หรือกุหลาบหม่น ปัดสูงขึ้นนิดตรงโหนกแก้มจะดูใส ๆ สุขภาพดี ส่วนปากใช้ลิปโทน MLBB (สีปากธรรมชาติ) หรือทินต์เนื้อน้ำแตะด้านในแล้วเบลนด์ขอบให้ฟุ้ง จะดูนัวแบบปรุงจืดสุด ๆ 6) ทริคกันหน้าซีด/ดูป่วย ถ้าทำแล้วรู้สึกหน้าจืดเกิน ให้เพิ่ม 1 อย่างพอ: บรอนเซอร์อ่อน ๆ ที่กรอบหน้า หรือไฮไลต์เนื้อละเอียดที่สันจมูก/โหนกแก้ม เล็กน้อยก็พอ ลุคนี้เน้น “พอดี” สุดท้ายผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจริง ๆ แต่ถ้าโฟกัส 3 จุดนี้—งานผิวบาง, คิ้วนุ่ม, แก้มปากโทนตุ่น—ยังไงก็ได้เมคอัพปรุงจืดที่สวยง่ายและดูแพงขึ้นค่ะ