ตามรอย 4 วัดในอยุธยาจากละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” 🛕

ช่วงนี้เราได้มีโอกาสกลับไปดูละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ในตอนแรกเราย้อนกลับไปดูเพราะอยากกลับไปซึมซับบรรยากาศตอนละครเพิ่ง On air แต่พอดูไปดูมา ก็เริ่มรู้สึกอยากเห็น อยากสัมผัสว่าของจริงจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะวัดต่าง ๆ ที่ “แม่หญิงการะเกด” ชอบไปเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง เราจึงเริ่มหาข้อมูลว่าแต่ละวัดที่ปรากฏและถูกพูดถึงในละครอยู่ที่ไหนบ้าง สิ่งที่เรารู้อยู่แล้วก็คือมันต้องอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะในละครเป็นยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กษัตริย์องค์หนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งข้อมูลที่เราได้ทำให้รู้ว่าแต่ละวัดไม่ได้มีระยะทางที่ห่างกันมาก และสิ่งต่อไปที่เราทำคือ มีวิธีไหนบ้างที่เราจะสามารถเดินทางไปได้ โดยเริ่มจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็มีหลายวิธีที่สามารถเดินทางไปได้ แต่วิธีที่เราคิดว่าดีที่สุด คือ “การเดินทางด้วยรถไฟ” เพราะมีค่าเดินทางเพียงแค่ขาละ 20 บาท และที่สำคัญคือเป็นการใช้ขนส่งสาธารณะ ทำให้ลดปัญหาการก่อมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากการใช้รถส่วนตัว

เมื่อรถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ระหว่างการเดินทางบนรถไฟ พวกเราก็ได้ซึมซับบรรยากาศที่ไม่ค่อยได้พบเจอ เพราะปกติแล้วเราก็เดินทางด้วยรถไฟฟ้าหรือรถเมล์บนท้องถนน ซึ่งการเดินทางด้วยรถไฟให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ได้กินลมชมวิว แม้จะมีกลิ่นสนิมที่ทุกคนต้องได้สัมผัสเมื่อนั่งรถไฟ และมีชาวต่างชาติในรถไฟทุกคันในขบวน ทำให้เรารู้ได้เลยว่าต้องไปอยุธยาแน่นอน นั่งไปไม่นานในระยะเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง พวกเราก็เดินทางถึงสถานีรถไฟอยุธยา และสิ่งที่พวกเราคิดก็เป็นจริง ชาวต่างชาติจำนวนมากก็ลงที่สถานีนี้เช่นเดียวกัน ทำให้เราได้รู้ว่า แม้ละครจะ On air จบไปหลายปีแล้ว แม้กรุงศรีอยุธยาจะสิ้นความเป็นราชธานีมาหลายร้อยปีแล้ว แต่อยุธยาก็ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจอยู่เสมอมา

เมื่อก้าวออกมาจากสถานีรถไฟ พวกเราก็ตกลงกันว่าจะเช่ารถจักรยานยนต์เพื่อความสะดวกรวดเร็ว บริเวณหน้าสถานีรถไฟมีร้านให้เช่าทั้งรถจักรยานยนต์ จักรยาน และมีบริการเหมาตุ๊ก ตุ๊ก ที่มีลักษณะไม่เหมือนกับตุ๊ก ตุ๊ก ในกรุงเทพฯ มีหลากหลายสีสัน พวกเราเห็นว่าทุกร้านมีราคาให้เช่ารถจักรยานยนต์ในอัตราที่เท่ากันคือ 200 บาท จึงเข้าไปในร้านหนึ่งที่อยู่ลึกสุดในซอย ใช้กลยุทธ์การต่อราคาก็เลยได้ราคาพิเศษ เมื่อตกลงราคากันเรียบร้อย พวกเราก็เดินทางกันไปที่วัดแรก จากตอนแรกคุยกันว่าจะไป “วัดไชย” แต่เพื่อนที่นำทางกลับพาไป “วัดชัย” เมื่อถึงวัดเลยคุยกันแล้วได้ข้อสรุปว่า เราต้องการไป “วัดไชยวัฒนาราม” แต่เพื่อนเข้าใจว่าจะไป “วัดใหญ่ชัยมงคล” ซึ่งโชคดีที่วัดใหญ่ชัยมงคลก็เป็นวัดที่ถูกพูดถึงในละครบุพเพสันนิวาส ทำให้พวกเราตัดสินใจที่จะเริ่มตามรอยละครบุพเพสันนิวาสกันที่วัดนี้เป็นวัดแรก

เข้าไปในบริเวณวัด สิ่งแรกที่คิดคือใหญ่ตามชื่อจริง ๆ เพราะในวัดกว้างมาก ซึ่งวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นวัดที่ถูกพูดถึงในละครว่าเป็นสถานที่เล่าเรียนหนังสือของลูกบ่าวกับออกญาโหราธิบดี ผู้เป็นผู้ประพันธ์หนังสือเรียนเล่มแรกของไทยอย่าง “จินดามณี” เข้าไปใจกลางของวัดก็เจอกับ “พระเจดีย์ชัยมงคล” เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ มี “ระเบียงคต” ล้อมรอบ ภายในระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นตลอดแนว แต่เดิมมีหลังคาคลุม ผนังด้านนอกเป็นผนังทึบ ด้านในเป็นเสาโปร่ง ตรงกลางเป็นทางเดิน มีบันไดให้เราสามารถเดินขึ้นเพื่อเข้าไปในเจดีย์ได้ ซึ่งปฏิสังขรณ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ได้รับชัยชนะจากพระมหาอุปราชา ด้วยความที่เจดีย์มีขนาดใหญ่มาก กว่าจะเดินขึ้นไปถึงพวกเราก็หอบกันหมด แต่เมื่อได้เข้าไปแล้วก็เจอกับบ่อที่มีไว้สำหรับการ “โยนเหรียญเสี่ยงทายลงบาตร” เชื่อกันว่าหากเหรียญตกลงไปในบาตร จะทำให้พรที่ขอประสบความสำเร็จ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเราต้องไม่พลาด แต่ไม่ว่าจะโยนกี่รอบก็ไม่ลงบาตร เพราะการจะทำให้เหรียญลงไปในบาตรเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ด้วยความลึกของบ่อ และทัศนียภาพจากมุมมองข้างบนที่มองลงไปในบ่อ อีกทั้งยังมีแผ่นไม้บดบังตรงปากบ่อเพื่อป้องกันไม่ให้คนตกลงไป แต่ก็เป็นการยืนยันว่าเราได้มาถึงวัดใหญ่ชัยมงคลแล้ว

หลังจากพวกเราได้เดินชมวัดใหญ่ชัยมงคลแล้ว ก็เดินทางไปกันต่อที่ “วัดพนัญเชิงวรวิหาร” เมื่อถึงวัดสิ่งแรกที่เห็นคือวัดนี้มีที่ตั้งติดริมแม่น้ำป่าสักบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เข้าใจกว่าเดิมว่าทำไมถึงเป็นที่ที่นัดหมายกันของขุนศรีวิสารวาจา ขุนเรืองอภัยภักดี และหลวงสรศักดิ์ ในตอนที่จะไปเผาทำลายคลังสินค้าของอังกฤษ ดังที่ปรากฏในละคร เพราะเป็นริมแม่น้ำซึ่งมีท่าเรือ สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก ซึ่งวัดพนัญเชิงวรวิหาร มีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร สังกัดมหานิกาย และสิ่งที่พวกเราไม่เคยรู้มาก่อน แม้กระทั่งในละครก็ไม่ได้ปรากฏ นั่นก็คือ ปฐมเหตุที่ทำให้เกิดการสร้างวัดพนัญเชิงฯ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นวัดที่สร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ซึ่งบุคคลที่เป็นปฐมเหตุแห่งการสร้างวัดพนัญเชิงฯ คือ “พระนางสร้อยดอกหมาก“ ซึ่งในอดีตกาล พระนางได้รับการอันเชิญให้มาเป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง แต่ระหว่างทางที่จะมาเข้าร่วมพิธีราชาภิเษก มีเหตุทำให้พระนางสิ้นพระชนม์ ทำให้พระเจ้าสายน้ำผึ้งสถาปนาพระอารามขึ้น ณ บริเวณที่พระราชทานเพลิงพระศพของพระนางสร้อยดอกหมาก และพระราชทานนามว่า “วัดพระเจ้าพระนางเชิง” จนเพี้ยนกลายมาเป็น “วัดพนัญเชิงฯ” ทำให้พวกเราได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ววัดในอยุธยาไม่ได้มีแค่วัดที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียและขอม แต่ก็ยังมีวัดที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมอื่น ระหว่างเดินชมศาลก็ได้เจอกับคุณป้าแม่บ้าน เลยได้พูดคุยและได้ข้อมูลมาว่า หากใครมาวัดพนัญเชิงฯ แล้วได้เข้ามาในศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก สามารถมาขอพรได้ โดยเฉพาะเรื่องความรัก การงาน ค้าขาย สุขภาพ รวมถึงสามารถมาขอลูกได้ หากขอเรื่องความรักแล้วสำเร็จ ก็สามารถนำของหวาน ผลไม้ มาถวายเพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าแม่ และที่สำคัญ ในศาลมีเซียมซีเยอะมาก แม้กระทั่งรั้วของศาลก็ถูกออกแบบให้เหมือนกับไม้เซียมซี และนอกจากจะเป็นวัดที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีนแล้ว ก็ยังมีจุดสำหรับคนไทยพุทธ มีพระประจำวันเกิด และยังมี “ท้าวเวสสุวรรณ” ที่เชื่อกันว่าหากท่องคาถาบูชาครบ 9 จบ จะทำให้มีอำนาจวาสนา ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ซึ่งถือว่าเป็นการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

ไปกันที่วัดต่อไป เราขี่รถจักรยานยนต์ตามแผนที่เรื่อย ๆ จนมาเจอสถานที่คล้ายว่าจะเป็นแค่วัดเล็ก ๆ แต่บนหน้าจอโทรศัพท์บอกว่ามาถึงแล้ว พวกเรามองสำรวจพื้นที่ดูอีกรอบ เห็นว่ามีเพียงแค่โบสถ์ เมรุ ศาลาวัด ร้านผลไม้และน้ำหวานอยู่สองสามร้าน และป้ายที่เรามองเห็นตอนเลี้ยวรถเข้ามา เขียนตัวใหญ่ ๆ ว่า “วัดพุทไธศวรรย์” เราเดินไปตามยอดวิหารที่พอมองเห็นได้ไกล ๆ ถึงได้เห็นป้ายแผนที่ภายในวัด รอบข้างป้ายมีรูป “เบลล่า-ราณี” และ “โป๊ป-ธนวรรธน์” พร้อมนักแสดงจากละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” เป็นสัญญาณว่าเรามาตามรอยถึงที่แล้ว ซึ่งบอกด้วยว่าต้องตามรอยละครที่ส่วนไหนของวัด เดินเข้าไปถึงโซนแรกจะยังดูเหมือนวัดปกติ มีพระแม่ธรณี วิหารพ่อจตุคามรามเทพ กุฏิเจ้าอาวาส มีโบสถ์ที่ข้างในตั้งพระพุทธรูปพระพุทธนเรศวรมหาราช ข้างหน้าโบสถ์มีทั้งแผงขายสลากกินแบ่ง ดอกไม้ธูปเทียน และมีราวแขวนกระโปรงผ้าถุงไว้ให้คนที่แต่งกายสั้นเหนือเข่า น่าเสียดายที่เราเหลือเวลาน้อยมากเลยไม่ได้เข้าไป พวกเราเดินผ่านประตูอาคมที่ “แม่หญิงการะเกด” ทะลุม่านอาคม ประตูที่เราเห็นในละครเป็นประตูไม้มีกลอนแบบโบราณ พวกเราเดินดูความสวยงามของพระปรางค์ได้สักครู่ ก็เห็นว่ามีประตูให้เดินทะลุเข้าไปได้อีก เมื่อมองเข้าไปทำเอาพวกเราตาเบิกโพลง เพราะสิ่งที่เห็นคือลานกว้างที่คนยุคนั้นฝึกซ้อมดาบกันในละคร ลานหญ้ากว้างมีซากวิหารเก่า เราเดินเข้าไปดูที่ซากวิหารใกล้ ๆ เห็นป้ายเขียนว่า “พระไสยยาสน์” ด้านในมีพระพุทธรูปนอนอยู่ พอสังเกตถึงได้เห็นว่าพระบาทของพระพุทธรูปไม่เสมอกัน และพระเศียรหันไปทางแนวเดียวกันกับทางเข้า มาลองคิดดูคนในยุคนั้นจะตั้งใจทำให้มันแตกต่างได้ขนาดนั้นเชียวหรือ หรือสถาปัตยกรรมในยุคนั้นอาจจะไม่ได้มีมาตรฐานเหมือนในปัจจุบัน พวกเราเดินออกมาจากวัดพร้อมกับคิดถึงข้อสงสัยเล็ก ๆ นี้ ถือว่าเป็นวัดที่มีฉากให้เราตามรอยละครได้เยอะ และได้ดื่มด่ำกับร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้จากยุคกรุงศรีได้มาก

พวกเราเดินทางไปที่วัดสุดท้าย ทว่าครั้งนี้แผนที่บอกเส้นทางพาเราเข้าไปในซอกซอยเล็ก พวกเรานึกระแวงกันหลายรอบว่าเส้นทางนี้จะพาเราไปวัดชื่อดังยอดนิยมอย่าง “วัดไชยวัฒนาราม” ได้จริงหรือ แต่ดูแล้วเส้นทางนี้น่าจะเป็นเส้นทางลัดที่พาเรามาถึงวัดได้เร็วขึ้น เห็นได้จากร้านให้เช่าชุดไทยมากมายที่อยู่ล้อมรอบวัด มีร้านชุดไทยร้านหนึ่งอยู่ด้านข้างรั้ววัด เห็นรถจักรยานยนต์ของเราก็ใจดีให้ยืมพื้นที่ข้างร้านให้จอดรถแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย พวกเราอยากเข้าไปเช่าชุดไทยเป็นการขอบคุณ แต่อย่างที่บอกว่าเวลาเหลือน้อย เลยทำได้แค่จำร้านเช่าชุดนี้ไว้เพื่อมาอุดหนุนในครั้งถัดไป มาถึงบริเวณหน้าวัดมีคาเฟ่ทรงไทยประยุกต์ รอบข้างเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นวิวพระปรางค์ได้ มีตัวอักษรแบบไทยเขียนว่า “เรือนมยุรา” พอดีกับมีคนเดินเปิดประตูออกมาพร้อมกับไอศกรีมสลักลายวัดไชยวัฒนารามนูนขึ้นแบบที่เราเคยเห็นในโซเชียล เดินเลยผ่านร้านไปจะเป็นบริเวณจำหน่ายตั๋ว หากเป็นคนไทยเก็บค่าเข้าเพียงแค่คนละสิบบาท แต่ถ้าหากเป็นชาวต่างชาติก็จะเก็บในอัตราที่สูงกว่าเล็กน้อย เมื่อพวกเราได้ตั๋วกันมาแล้ว เดินเลยจากจุดจำหน่ายไปก็จะพบกับแบบจำลองรูปแบบสันนิษฐานกลุ่มอาคารประธานของวัดไชยวัฒนาราม และเมื่อได้เข้าไปในวัดก็ได้พบกับแม่น้ำเจ้าพระยา โดยในละครได้มีการกล่าวถึงค่อนข้างบ่อย เพราะเรือนของออกญาโหราธิบดี อยู่ใกล้กับวัดไชยวัฒนาราม จึงพายเรือผ่านแม่น้ำสายนี้เป็นประจำ ดังคำกล่าวในบทละครที่แม่หญิงการะเกดพูดไว้ว่า “วัดไชยฯก็อยู่ปากน้ำบ้านเรานี่เอง” ทำให้นึกได้ว่าทางที่พวกเรากำลังเดินอยู่ ก็คือทางเข้าวัดที่ปรากฎในละคร ซึ่งมีความแตกต่างตรงที่ในละครมีตลาดริมทางและกำแพงวัดล้อมรอบ แต่ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ร่องรอยทิ้งไว้ให้ได้ระลึกถึง พวกเราได้เดินเข้าไปดูพระปรางค์วัดไชยฯ ก็ได้รู้ว่าไม่ใช่พระปรางค์ธรรมดาทั่วไป เพราะเมื่อมองเข้าไปลึก ๆ แล้ว ในนั้นมีภาพปูนปั้นเล่าเรื่องราวพุทธประวัติในตอนต่าง ๆ เช่น ตอนเสด็จลงจากดาวดึงส์ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาเข้ามามีอิทธิพลในประเทศไทยมาแต่ช้านาน พระอาทิตย์เริ่มหายไปจากท้องฟ้า เหลือเพียงแสงสลัว ๆ พร้อมต้อนรับยามวิกาล ซึ่งเป็นจังหวะที่พอเหมาะพอดีที่ทำให้เรานึกถึงฉากที่เรืองฤทธิ์พาเกศสุรางค์มาชมความสวยงามของวัดไชยวัฒนารามในยามค่ำคืน และได้เจอกับการะเกดเป็นครั้งแรก พวกเราเดินชมได้ไม่นานนัก ก็ได้กำหนดการที่จะต้องเดินทางกลับ แต่ก่อนจะออกจากวัดก็ได้เจอกับซุ้มหลายซุ้มที่จัดเรียงกัน ทำให้รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าต้องเป็นตลาดแน่ ๆ นึกแล้วก็เสียดาย เพราะมาแล้วก็อยากเก็บความทรงจำทุกอย่างให้ครบ แต่สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือการเดินทางไปซื้อของฝากติดไม้ติดมือก่อนกลับ

เรามาถึงอยุธยาแล้ว บอกเลยว่าจังหวะนี้น้ำตาลต้องเข้า เพราะจุดหมายต่อไปคือ “ตลาดน้ำอยุธยา” เพื่อซื้อโรตีสายไหม พวกเราขี่จักรยานยนต์ไปยังจุดหมายสุดท้ายด้วยความหวังที่ริบหรี่ เพราะดูจากเวลาแล้วตลาดน้ำคงไม่เหลือร้านอยู่ แต่เหมือนบุญจากการไหว้พระทั้งสี่วัดจะยังพอช่วยได้บ้าง เพราะมีร้านโรตีสายไหมร้านหนึ่งเปิดอยู่ หลังจากได้ของตามเป้าหมายแล้ว ก็จำใจขี่จักรยานยนต์ไปคืนที่ร้านเช่า แม้ตอนแรกการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์จะฟังดูน่ากลัว แต่กลับกลายเป็นวิธีที่ทั้งประหยัดและสนุก ได้ซึมซับบรรยากาศรอบข้างอย่างใกล้ชิด เมื่อคืนรถเรียบร้อย เดินออกมาถึงปากซอยก็เจอสถานีรถไฟ จากความสว่างของแสงแดดค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแสงหลอดไฟ ความรู้สึกใจหายค่อย ๆ แทรกเข้ามา ตั๋วรถไฟจากสถานีอยุธยาไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ราคาเพียง 20 บาท การเดินทางครั้งนี้พวกเราได้แบกความทรงจำดี ๆ กลับไปมากมาย ทั้งภาพวัดวาสวยงาม ร่องรอยการใช้ชีวิตของคนโบราณที่หาได้ยาก และการได้ตามรอยละครในดวงใจอย่างใกล้ชิด

.

เขียน : ชวกร หัสเขียว และ กุลนิษฐ์ ลีนะกนิษฐ์

เรียบเรียง : ชวกร หัสเขียว

ภาพ : ชวกร หัสเขียว และ กุลนิษฐ์ ลีนะกนิษฐ์

#อยุธยา #วัดดังอยุธยา #โบราณสถานอยุธยา #อยุธยาเมืองมรดกโลก

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
2/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการตามรอยวัดที่ปรากฏในละครบุพเพสันนิวาสนั้นไม่เพียงแต่เป็นการชมสถานที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านสถานที่จริงที่เหล่าตัวละครในเรื่องใช้ชีวิตอยู่ด้วย การเดินทางด้วยรถไฟจากกรุงเทพฯ สู่สถานีอยุธยาเป็นประสบการณ์ที่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงช่วยลดมลภาวะ ยังได้สัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นและธรรมชาติที่แตกต่างจากการนั่งรถยนต์ส่วนตัว หลังจากลงสถานี อยุธยา คุณจะพบบริการเช่ารถจักรยานยนต์และจักรยานราคาย่อมเยาว์ เป็นวิธีที่สะดวกและทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคอยุธยาอย่างแท้จริง การได้ขี่รถจักรยานยนต์เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับวัดไชยวัฒนาราม จะรู้สึกถึงบรรยากาศพระนครเก่าและวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด วัดใหญ่ชัยมงคลเป็นสถานที่น่าประทับใจมากเมื่อได้ไปสัมผัส เพราะนอกจากขนาดวัดจะยิ่งใหญ่สมชื่อแล้ว ยังมีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงชัยชนะในสงครามด้วย การได้สัมผัสเจดีย์ทรงระฆังและระเบียงคตที่รายล้อมด้วยพระพุทธรูป ทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมทางศาสนาและศิลปะในกรุงศรีอยุธยาได้ดีขึ้น วัดพนัญเชิงวรวิหารโดดเด่นด้วยศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ที่ผู้คนเชื่อกันว่ามีอิทธิฤทธิ์ด้านความรักและสิ่งมงคล จากการได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่วัด ทำให้ทราบถึงความเป็นวัดที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทยกับจีนได้อย่างกลมกลืน มีทั้งพระประจำวันเกิดและท้าวเวสสุวรรณที่คนไทยให้ความเคารพนับถือ ส่วนวัดพุทไธศวรรย์ แม้จะดูเหมือนไม่ใหญ่มาก แต่กลับมีความทรงจำที่ลึกซึ้งอยู่ในฉากของละคร การได้เดินผ่านประตูอาคมและชมลานกว้างที่เคยเป็นที่ฝึกซ้อมดาบ ทำให้เรานึกภาพถึงยุคอยุธยาได้ชัดเจนขึ้น อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปพระนอนที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน ความรู้สึกส่วนตัวในการไปตามรอยละครครั้งนี้ คือการได้สัมผัสที่จริงและได้เข้าใจถึงเรื่องราวในอดีตที่ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องในละครแต่เป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตในสถานที่เหล่านี้ได้ สำหรับใครที่ชอบเรียนรู้ และชื่นชอบละครบุพเพสันนิวาส ผมแนะนำให้วางแผนทริปอยุธยาแล้วเดินทางด้วยรถไฟและเช่ารถจักรยานยนต์ อิ่มเอมทั้งใจและสายตาอย่างแน่นอน พร้อมเก็บภาพความทรงจำดี ๆ กลับบ้านเป็นของฝากที่ล้ำค่ากว่าของใดๆ

ค้นหา ·
แผนที่ตามรอยวัดในอยุธยาจากละคร

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ตามรอย สอดสร้อยมาลา 🪷🫧
📍 พระที่นั่งพิมานรัตยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม, อยุธยา 🗺️ ค่าเข้าชม ๒๐ บาท (สำหรับคนไทย) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม #อยุธยา #ตามรอยละคร #ตามรอยซีรีส์ #สอดสร้อยมาลา #ayutthaya
beony โบตั๋น

beony โบตั๋น

ถูกใจ 76 ครั้ง

รีวิวละครพีเรียดที่ชอบ
#ละครไทย #พีเรียด #ละคร #drama
AstroBai (หมอดูที่ชื่อใบ)

AstroBai (หมอดูที่ชื่อใบ)

ถูกใจ 8 ครั้ง

บุพเพสันนิวาสซีรี่ส์วาย
#ก่อนเสียเงินมาLemon8 อ้าย ผิน อ้ายแย้ม ภาพบรรยากาศ ในการ บวงสรวง ละครซีรีย์วายฉบับใหม่ ของบุพเพสันนิวาส
EmilyBPG

EmilyBPG

ถูกใจ 484 ครั้ง

ภาพคอลลาจแสดงที่พักที่อยุธยา มีห้องนอนสะอาดตา วิวแม่น้ำสวยงาม และตัวอาคารที่พักพร้อมคาเฟ่ในตัว เหมาะสำหรับการพักผ่อนริมน้ำ
ห้องนอนสะอาดตา มีเตียงเดี่ยวสองเตียง หน้าต่างบานใหญ่พร้อมผ้าม่านโปร่งแสง และโคมไฟตั้งโต๊ะ ให้บรรยากาศสบายๆ เหมาะแก่การพักผ่อน
วิวจากหน้าต่างห้องพัก มองเห็นต้นไม้เขียวขจีและแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆ สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลายจากภายในห้อง
ที่พักอยุธยางบหลักร้อย!?👀👄♥️
เราไปพัก 2 วัน 1 คืน กับเพื่อน 3 คน สถานที่📍: ชมจันทร์คาเฟ่ อยุธยา แอนด์ รีสอร์ท 🛏️ ห้องที่เราพักมีทั้งหมด 3 เตียง 💸 หารกันตกคนละไม่ถึง 5 ใบเเดง 🥢 ที่นี้ไม่มีอาหารเช้าให้น๊าเเต่มีร้านโจ๊กใกล้ๆค่ะ อร่อยเริ่ด✅ 🧸 ที่พักสะอาดมาก เจ้าของบ้านใจดีมากๆค่ะ 🌳 ที่พักติดเเม่น้ำ สงบ ไม่วุ่นวาย
Ranrada

Ranrada

ถูกใจ 31 ครั้ง

ชุดไทย อยุธยา
prompt 📍 สร้างภาพเหมือนเต็มตัวของหญิงสาว สวมใส่ชุดไทยโบราณอย่างแท้จริงในแบบราชสำนัก (“นางใน” หรือผู้แสดงละครในราชสำนัก) จากยุคอยุธยา–ต้นรัตนโกสินทร์ ใบหน้า: ใช้ใบหน้าของผู้ใช้งานจริง เหมือน 100% ตามรูปอ้างอิง โดยห้ามเปลี่ยนแปลงรูปหน้า อารมณ์ สีผิว รายละเอียดเส้นผม และลักษณะใบหน้าใด ๆ รายละเอ
Janny Janejira

Janny Janejira

ถูกใจ 58 ครั้ง

เป็นมิวเซียมที่ทำให้ตกหลุมรักอยุธยาเมืองเก่ามากขึ้น✨
สถานที่ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม จ.อยุธยา 💵 ราคา: ค่าเข้าคนไทย 20 บาท ต่างชาติ 120 บาท (จอดรถรอบนอก บริเวณกำแพงขาว ตรงข้ามตลาดนัดได้เลย) -ชำระเงินสดเท่านั้นนะ- เล่าประสบการณ์ ประสบการณ์การใช้บริการ💬 : เอาไฮไลท์เลยนะ 1.ซึบซับบรรยากาศชาววังแบบชนชั้นสูง (นึกถึงละครแม่พลอยสี่แผ่นดินอ
Kung_thanyarath

Kung_thanyarath

ถูกใจ 4 ครั้ง

ชวนไปไหว้พระประจำวันเกิด "วันอังคาร" 🩷 @อยุธยา
โพสต์นี้ชวนชาววันอังคาร 🩷🩷🩷 ไปไหว้พระนอน พระประจำวันเกิดของพวกเรากันที่รอบเกาะเมืองอยุธยานะคะ 🚘 ทั้งนี้ เพื่อนๆที่เกิดวันอื่นก็สามารถมากราบไหว้พระพุทธไสยาสน์ได้น้า มาเที่ยวอยุธยากันนะคะ 🫶🙏😄 สถานที่ 1📍: วัดพระนอน 600 ปี วัดพระนอน 600ปี (พระพุทธศรีอยุธยาประชาพิทักษ์) จ.อยุธยา สถานที่ 2📍: วัด
iLoma Kamolwat 🐬🐹✨️

iLoma Kamolwat 🐬🐹✨️

ถูกใจ 4 ครั้ง

คาเฟ่ลับสุดสวยที่ใส่ชุดไทยถ่ายรูปฟีลละครบุพเพสันนิวาส!!
คาเฟ่ลับสุดสวยที่ใส่ชุดไทยถ่ายรูปฟีลละครบุพเพสันนิวาส!! คาเฟ่เรือนไทยท่ามกลางป่าตาลเมืองเพชรบุรี พร้อมชมผ้าลายไทยจากละครดังบุพเพสันนิวาส จิบกาแฟแลทุ่งนาสุดเขียวขจี เมนูแนะนำ ชีสเค้กลอดช่องมูสใบเตย พายมะพร้าวสังขยาใบเตย อัญชันเลม่อนน้ำผึ้งโซดา(แก้วกลาง) ลาเต้ใบเตยน้ำตาลเคี่ยว มัทฉะตาลโตนด(ร
OnTheWay_เที่ยวระหว่างทาง

OnTheWay_เที่ยวระหว่างทาง

ถูกใจ 41 ครั้ง

ภาพคอลลาจแสดงสินค้าเซรามิก, เค้กมะม่วง, กระต่ายนอนหลับ และเท้าที่สวมถุงเท้าลายกระต่าย ภายใน Timethai Craft&Cafe นนทบุรี
บรรยากาศร่มรื่นของคาเฟ่ Timethai Craft&Cafe ที่เป็นบ้านไม้เรือนไทย มีป้ายชื่อร้านและพื้นที่นั่งกลางแจ้งล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวขจี
มุมนั่งเล่นกลางแจ้งของคาเฟ่ Timethai Craft&Cafe มีโต๊ะเก้าอี้ใต้ร่มและผ้าใบกันแดดประดับธงหลากสี พร้อมลูกค้ากำลังนั่งพักผ่อน
คาเฟ่ฟีลละครไทยพีเรียด ย้อนยุค ริมน้ำ ย่านนนทบุรี🪷🥭✨
ช่วงนี้ใครอินละครไทยพีเรียด อยากมีฟีลไปถ่ายรูปบ้านเรือนไทย ทำตัวเป็นออเจ้า ไม่ต้องไปไกลถึงอยุธยาก็ได้ ที่นี่คือ Timethai Craft&Cafe คาเฟ่บ้านเรือนไทยริมคลองบางกรวย จ.นนทบุรี ด้านในบรรยากาศร่มรื่น มีหลากหลายมุมให้เลือกนั่ง ทั้งบนเรือน และริมน้ำ อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเวิร์คชอป สามารถสั่งผ่
Papawee.chen

Papawee.chen

ถูกใจ 15 ครั้ง

🚲one day trip📍อยุธยา🚂นั่งรถไฟ
​🚂 One Day Trip อยุธยา: นั่งรถไฟไปเช่าชุดไทย ถ่ายรูปจึ้งในงบหลักร้อย! ✨ ​ทริปนี้เริ่มง่ายๆ แค่นั่งรถไฟจาก สถานีบางซื่อค่ะ ค่าตั๋วรถไฟชั้น 3 แค่คนละ 14 บาท เอง (ถูกมาก!) นั่งชมวิวรับลมเย็นๆ ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงสถานีอยุธยา ทริปนี้เรามากันแค่ 2 คน ค่ารถไปส่งตามวัด จะอยู่ที่ประมาณ 100 กว่าๆ ​✨ แปล
MyjiYo

MyjiYo

ถูกใจ 24 ครั้ง

หญิงสาวกำลังยืนอยู่บนชานชาลาสถานีรถไฟอยุธยาพร้อมกระเป๋าเดินทาง แสดงถึงการเริ่มต้นทริปอยุธยาแบบไม่มีรถส่วนตัวด้วยรถไฟ
แผนที่ท่องเที่ยวอยุธยาพร้อมรูปภาพสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น วัดราชบูรณะ วัดใหญ่ชัยมงคล และวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นพิกัดแนะนำในทริป
บทสนทนาแชทเกี่ยวกับการเหมาตุ๊กๆ ทัวร์อยุธยา 9 วัด ราคา 800 บาท พร้อมภาพหญิงสาวสองคนในชุดไทยที่วัดโบราณ
อยุธยา Ver.ไม่มีรถส่วนตัว🚃
นั่งรถไฟจากโคราช มาตะลุยกรุงเก่าแบบไม่มีรถส่วนตัวก็มันส์ได้! กับทริป "อยุธยา 1 วัน ฉบับตุ๊กๆ หน้ากบ" เก็บครบ 9 พิกัดไฮไลท์ตามแผนที่ จ่ายหลักร้อยแต่รูปสวยหลักล้าน! 🚂💨💖 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สเตปการเดินทางสุดชิลล์ 📍Start: นั่งรถไฟจาก สถานีนครราชสีมา ลง สถานีอยุธยา (รับลมเย็นๆ ดูวิวข้
Kru.oongfong

Kru.oongfong

ถูกใจ 4 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม