อุปกรณ์ติดตาม!! ตัวช่วยคนขี้ลืม! แบบฉบับคนงบน้อย!!

ติดตามได้ทุกอุปกรณ์ รู้หมดว่าอยู่ตรงไหน

ที่สำคัญ ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android เลย

.

สำหรับใครที่ลืมของบ่อย หาของไม่ค่อยเจอ และกำลังมองหาแก็ดเจ็ตติดตามสิ่งของ ในจำกัด(2xx-3xx บาท) แนะนำเลย MiLi MiTag Duo ตัวนี้

.

ซึ่งหลักๆเวลาผมใช้งาน จะดูในเครื่อง iPhone บอกได้เลยว่าเชื่อมต่อง่ายมาก ไม่กี่ขั้นตอนก็เสร็จ ไม่ต้องเป็นสายไอที ก็ทำเองได้สบาย

.

วิธีเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iOS

1.เข้าแอป Find My แล้วไปที่ Items

2.กด + และเลือก Other Item

3.ที่ MiTag กด 1 ครั้งเพื่อเปิด

4.ในแอปจะเห็นอุปกรณ์ชื่อ MiTag กด Connect

5.ตั้งชื่อและเลือก Emoji ตามใจชอบ กด Agree และ Finish เป็นอันเสร็จ

.

สำหรับ Android เสียดายที่ไม่ได้ลองให้ดู เพราะไม่รองรับอุปกรณ์ของ Huawei

.

การบอกตำแหน่ง โดยรวมทำได้ดี บอกตำแหน่งได้ค่อนข้างแม่น แต่ไม่ถึงกับเป๊ะระดับเซนติเมตร ถ้าในแอปบอกว่าอยู่ใกล้ๆแต่ยังหาไม่เจอ สามารถกดส่งเสียง “ปี๊บๆ” เพื่อเดินตามเสียงจนเจอได้

.

ถ้าอยากดูแบบเรียลไทม์ (เช่น ติดในรถเพื่อตรวจการเคลื่อนไหว) เท่าที่ทดสอบ ถ้า MiTag อยู่ในระยะเชื่อมต่อกับมือถือ 1-15 เมตร จะดูการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ได้ แต่ถ้าเกิน 15 เมตร และไกลออกไปเรื่อยๆ จะดูได้แค่ว่า MiTag ออนไลน์ล่าสุดที่ไหน และกี่นาทีที่แล้ว

.

เรื่องแบตเตอรี่ กินไฟน้อยมาก ใช้ถ่านกระดุมก้อนเดียว CR2032 อยู่ได้ 6-8 เดือน ใส่จนลืมเปลี่ยนกันไปเลย

.

Spec อื่น

- ใช้กับแอป Apple Find My และ Google Find Hub

- ค่าความคลาดเคลื่อนต่ำกว่า 5 เมตร

- รองรับการแชร์อุปกรณ์

- กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP67

- น้ำหนักเพียง 9.5 กรัม

.

ข้อสังเกต: ถึงจะรองรับทั้ง iOS และ Android แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อ 2 ระบบพร้อมกันได้ ต้อง Remove จากเครื่องใดเครื่องหนึ่งก่อน และ Android ต้องเป็นเวอร์ชัน 9 ขึ้นไป

.

สรุปสั้นๆ ถ้าใครที่กำลังมองหาตัวช่วยแก้ลืมของ สำหรับติดตามของใช้ เช่น กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสตางค์ พวงกุญแจรถ หรือแม้แต่ติดตามน้องหมา น้องแมว ในงบหลักร้อย MiLi MiTag Duo ตอบโจทย์มากๆ

#MiLi #MiTag #อุปกรณ์ติดตาม #ติดเทรนด์ #ป้ายยากับlemon8

2/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การใช้งาน MiLi MiTag Duo มีความประทับใจในขนาดเล็ก น้ำหนักเบาเพียง 9.5 กรัม ทำให้สามารถติดตั้งกับสิ่งของได้หลากหลายโดยไม่รู้สึกเกะกะ เช่น กระเป๋าเป้ หรือพวงกุญแจรถ เนื่องจากอุปกรณ์นี้รองรับทั้งระบบ iOS และ Android (เวอร์ชัน 9 ขึ้นไป) จึงสะดวกสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป วิธีเชื่อมต่อก็ไม่ซับซ้อน เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็พร้อมใช้งานทันที นอกจากนี้ ความแม่นยำในการระบุตำแหน่งถือว่าดีในระดับที่ใช้ประโยชน์ได้จริง หากของหายอยู่ในระยะใกล้ตัว สามารถกดส่งเสียงเพื่อช่วยให้หาของได้สะดวกขึ้น ฟังก์ชันนี้ทำให้ผมไม่ต้องเสียเวลาค้นหาของนานๆ โดยเฉพาะในบ้านที่มีหลายห้อง สำหรับคนที่ต้องการติดตามสัตว์เลี้ยง หรือติดตามสิ่งของในรถยนต์ MiLi MiTag Duo สามารถแจ้งตำแหน่งล่าสุดได้แม่นยำในระดับหนึ่ง แม้จะดูแบบเรียลไทม์ได้ในระยะ Bluetooth ไม่เกิน 15 เมตร แต่ข้อมูลตำแหน่งออฟไลน์ก็เพียงพอให้ทราบว่าของอยู่ตรงไหนเมื่อเราอยู่ห่างออกไป ในเรื่องการใช้แบตเตอรี่ ถือว่าทำได้ดีมาก ใช้ถ่านกระดุม CR2032 ก้อนเดียวที่มีอายุการใช้งาน 6-8 เดือน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความยุ่งยากในการเปลี่ยนถ่านบ่อยๆ ประสิทธิภาพการกันน้ำและฝุ่นที่มาตรฐาน IP67 ก็ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือในที่ที่มีฝุ่นมีความปลอดภัย ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ติดตามราคาประหยัด ใช้งานง่าย และเชื่อถือได้ MiLi MiTag Duo ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนงบน้อยที่อยากจัดการกับปัญหาขี้ลืมของใช้บ่อยๆ และยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสัตว์เลี้ยงได้ด้วยเช่นกัน