นี่คือหูฟังที่ทำให้ผมไม่โดนเรียกซ้ำ

นี่คือหูฟังที่ทำให้ผมไม่โดนเรียกซ้ำ

เรียกครั้งเดียว หันทันที พร้อมทำงานต่อ 😄

.

ขอเล่าก่อนว่า ช่วงหนึ่งผมไม่ค่อยกล้าใส่หูฟังเวลาทำงาน เพราะใช้หูฟัง In-ear แล้ว เวลาหัวหน้าหรือ User เรียก มักไม่ได้ยิน สุดท้ายก็โดนเดินมาตบไหล่ทุกที

.

พอได้ลอง ROSESELSA OPENFEEL ชีวิตการทำงานก็ง่ายขึ้นเยอะ ใครเรียก ก็หันได้ทันที

.

สิ่งที่ชอบที่สุดตั้งแต่แกะกล่อง คือ การดีไซน์ ตัวเคสผิวเงาดูพรีเมียม ส่วนตัวหูฟังเป็น Open-ear แบบ Clip-On ก้านยืดหยุ่น ผิวด้านจับแล้วให้ความรู้สึกดี ไม่ลื่น

.

เวลาใส่คือ ใส่ง่ายมาก มันไม่ต้องยัดเข้าหูเลย น้ำหนักเบา และไม่กดหู ผมลองใส่ทำงานตั้งแต่เช้าจนบ่าย ก็แทบลืมเลยว่ากำลังใส่อยู่

.

ที่สำคัญระหว่างฟังเพลงก็ยังได้ยินเสียงคนเรียก เสียงโทรศัพท์ หรือเสียงแจ้งเตือนในออฟฟิศ เวลาเดินไปห้อง Server เดินไปเข้าห้องน้ำ หรือออกไปซื้อกาแฟ ก็ยังรับรู้เสียงรอบข้างได้ ทำให้รู้สึกปลอดภัยกว่าหูฟังแบบปิดหู

.

ส่วนเรื่องเสียงบอกตรงๆ ว่าดีกว่าที่คิด รุ่นนี้ใช้ Hi-Fi DSP และรองรับ LDAC กับ LHDC ทำให้รายละเอียดเสียงคมชัดขึ้น

.

โทนเสียงโดยรวมถือว่าทำได้ดี เสียงร้องชัด นุ่ม แยกรายละเอียดเครื่องดนตรีได้ดี มีมิติ

.

ส่วนเบสมีแรงปะทะกำลังพอดี ไม่ได้หนักจนกลบเสียงร้อง

.

ผมลองฟังทั้ง Pop, Jazz, Acoustic รวมถึง Rock และ EDM ก็ยังฟังสนุก

.

สำหรับผมชอบ EQ โหมด Balance มากที่สุด เพราะให้เสียงค่อนข้างสมดุล ฟังเพลิน ฟังสบาย

.

แต่ขอย้ำตรงนี้ว่า เสียงที่ได้จะไม่แน่น ไม่พุ่ง เหมือนหูฟังแบบ In Ear ที่จุกเข้าไปในหู

.

เรื่องฟังก์ชันการใช้งานถือว่าครบ Bluetooth 5.4 เชื่อมต่อไวและสัญญาณนิ่ง มี 360° Spatial Audio ช่วยเพิ่มมิติเวลาดูหนังด้วย

.

ถ้าใครเล่นเกมก็มี Game Mode ด้วย Low Latency 20ms ให้ภาพกับเสียงแทบไม่ดีเลย์ แถมยังกันน้ำ IP55 ส่วนแบตเตอรี่รวมกับเคสใช้งานได้สูงสุด 52 ชั่วโมง

.

ข้อสังเกตที่เจอคือ EQ ในแอปยังปรับได้น้อย มีให้ปรับแค่ Balance กับ Bass ไม่สามารถ Custom ได้

.

แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องการจูนเสียง ผมว่าแทบไม่มีผล เพราะเสียงปรับจูนมาใช้ได้ดีอยู่แล้ว

.

สุดท้ายสำหรับผม ROSESELSA OPENFEEL อาจไม่ใช่หูฟังที่ให้เบสหนักที่สุด แต่เป็นหูฟังที่ทำให้ผมฟังเพลงไปพร้อมกับใช้ชีวิตได้จริง ไม่ว่าจะทำงาน เดินทาง หรือออกกำลังกาย โดยยังคงได้ยินเสียงรอบข้างอยู่

.

หากใครที่กำลังมองหา Open-Ear แบบ Clip-On อยู่ ผมว่าตัวนี้ตอบโจทย์มาก

#ROSESELSA #ติดเทรนด์ #กรรมกรไอทีรีวิว #Lemon8ฮาวทู #ป้ายยากับlemon8

7/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ใช้งานจริงของผมกับหูฟัง ROSESELSA OPENFEEL ต้องบอกว่าความสะดวกสบายคือจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เพราะหูฟังแบบ Open-Ear ช่วยให้ผมได้ยินเสียงสภาพแวดล้อมรอบข้างได้ชัดเจน ทั้งเสียงเรียกและแจ้งเตือนสำคัญโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก ช่วยให้ผมไม่พลาดการติดต่อในการทำงานและไม่ถูกเรียกซ้ำบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน หูฟังมีดีไซน์ก้านอ่อนแบบ Clip-On ที่หนีบกับใบหูโดยไม่กดแน่นจนรู้สึกอึดอัด แม้ใส่ตลอดวันก็ไม่เจ็บหู ซึ่งถือว่าตอบโจทย์คนที่เคยเจอปัญหาหูเจ็บจากการใช้หูฟังแบบ In-ear นอกจากนี้ตัวเคสออกแบบสวยงามและผิวเงาดูพรีเมียม รวมถึงน้ำหนักเบาที่ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานโดยแทบไม่รู้สึกว่ากำลังใส่อยู่ เรื่องคุณภาพเสียงแม้จะไม่ได้เบสหนักแบบหูฟัง In-ear แต่โทนเสียงที่ได้ถือว่าชัด เสียงร้องนุ่มนวล รายละเอียดเครื่องดนตรีต่างๆ ฟังแยกได้ดี เพลงหลากหลายแนว เช่น Pop, Jazz, Acoustic, Rock, EDM ก็ยังเต็มอิ่มสนุกได้ พร้อมด้วยเทคโนโลยี Hi-Fi DSP และรองรับ LDAC กับ LHDC ทำให้เสียงมีมิติและรายละเอียดคมชัดมากขึ้น ในฟังก์ชันการใช้งาน ROSESELSA OPENFEEL มาพร้อม Bluetooth 5.4 เชื่อมต่อง่ายและเสถียร ฟีเจอร์ 360° Spatial Audio เพิ่มมิติให้การรับชมภาพยนตร์ และ Game Mode ที่ลดค่า Latency เพียง 20ms ทำให้ภาพกับเสียงสัมพันธ์กันดี เหมาะกับคนเล่นเกมและดูหนังอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานกันน้ำ IP55 ทำให้ใช้งานได้ในกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกาย โดยแบตเตอรี่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 52 ชั่วโมงรวมกับเคสชาร์จ จุดที่ยังพอจำกัดคือแอป EQ ที่ให้เลือกปรับได้แค่สองโหมดระหว่าง Balance กับ Bass เท่านั้น ไม่มีฟังก์ชันปรับแต่งเสียงแบบ Custom แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ซีเรียสเรื่องการตั้งค่าเสียงมากนัก ก็ยังถือว่าเสียงปรับจูนมาดีและฟังสบายอยู่ โดยรวมแล้ว หูฟัง ROSESELSA OPENFEEL เป็นตัวเลือกยอดเยี่ยมสำหรับคนที่ต้องการหูฟังแบบ Open-Ear น้ำหนักเบา ใส่ง่าย เหมาะกับการทำงานและใช้ชีวิตประจำวันที่ยังต้องการความปลอดภัยจากการรับรู้เสียงรอบข้าง พร้อมคุณภาพเสียงดีและฟังก์ชันครบครันในราคาที่คุ้มค่าอย่างน่าสนใจ