Automatically translated.View original post

IF + Conditional Formatting

3/7 Edited to

... Read moreถ้าอยากเช็ก “ผ่าน/ไม่ผ่าน” ใน Excel ให้ไวและอ่านง่าย ฉันชอบทำ 2 อย่างคู่กันคือ “สูตร IF” เพื่อสรุปผล และ “Conditional Formatting” เพื่อใส่สีตามเงื่อนไข เวลาเปิดไฟล์มาจะเห็นทันทีว่าใครผ่าน ใครไม่ผ่าน เหมาะมากกับงานเช็กคะแนน KPI หรือเช็กสถานะเอกสาร 1) สูตร IF เปรียบเทียบข้อมูล (ตัวเลข) เริ่มจากกำหนดเกณฑ์ก่อน เช่น คะแนนผ่าน = 50 ขึ้นไป - ตัวอย่างสูตร: =IF(B2>=50,"ผ่าน","ไม่ผ่าน") B2 คือช่องคะแนน ถ้าคะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ให้ขึ้นคำว่า “ผ่าน” ถ้าน้อยกว่าให้ขึ้น “ไม่ผ่าน” ถ้าคำถามเป็นแนว “เมื่อต้องการกำหนดเงื่อนไขข้อมูลที่มีค่าน้อยกว่า ควรใช้คำสั่งเงื่อนไขข้อใด” ในกรณีนี้ก็ใช้เครื่องหมาย “น้อยกว่า” คือ < ในเงื่อนไขของ IF ได้เลย - ตัวอย่าง: =IF(B2<50,"ไม่ผ่าน","ผ่าน") ฉันมักเขียนแบบนี้เวลาต้องการโฟกัสคนที่ไม่ผ่านเป็นหลัก 2) สูตร IF เปรียบเทียบ “ข้อความ” หลายไฟล์ไม่ได้เก็บเป็นคะแนน แต่เก็บเป็นคำ เช่น สถานะ “ส่งแล้ว/ยังไม่ส่ง” หรือ “ผ่าน/ไม่ผ่าน” อยู่แล้ว เราก็ใช้ IF เช็กข้อความได้ - ตัวอย่าง: =IF(C2="ส่งแล้ว","ครบ","ค้าง") ทริคคือข้อความต้องใส่ในเครื่องหมายคำพูด และต้องสะกดให้ตรงกับข้อมูลจริง (รวมถึงเว้นวรรค) 3) Conditional Formatting คืออะไร และใช้ใส่สีตามเงื่อนไขยังไง Conditional Formatting คือการ “จัดรูปแบบตามเงื่อนไข” เช่น ถ้าเป็นคำว่า “ไม่ผ่าน” ให้เป็นสีแดง หรือถ้าคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ให้ไฮไลต์ทันที วิธีที่ฉันใช้บ่อย: - เลือกช่วงข้อมูลที่ต้องการใส่สี (เช่น คอลัมน์ผลลัพธ์ ผ่าน/ไม่ผ่าน) - Home > Conditional Formatting กรณี “สร้างเงื่อนไข Excel สี” แบบง่าย: - Highlight Cells Rules > Text that Contains… แล้วพิมพ์ “ไม่ผ่าน” เลือกสีแดง - ทำซ้ำอีกอันสำหรับคำว่า “ผ่าน” เลือกสีเขียว ถ้าอยากใส่สีจาก “คะแนน” โดยตรง: - Highlight Cells Rules > Less Than… ใส่ 50 แล้วเลือกสี นี่คือเคสยอดฮิตของ “ใส่สี Excel ตามเงื่อนไข” ที่ทำให้ตารางดูเป็นแดชบอร์ดเล็ก ๆ ได้เลย 4) เคล็ดลับที่ช่วยให้ใช้งานจริงได้ลื่นขึ้น - ลากสูตร IF ลงทั้งคอลัมน์ด้วยการดับเบิลคลิกที่มุมขวาล่างของเซลล์ (Fill Handle) - ถ้าเกณฑ์เปลี่ยนบ่อย ให้เก็บเกณฑ์ไว้ในเซลล์ เช่น E1 แล้วใช้ =IF(B2>=$E$1,"ผ่าน","ไม่ผ่าน") เพื่อปรับเลขครั้งเดียวทั้งตาราง - ถ้าต้องสรุปในแดชบอร์ด ลองนับจำนวนคนผ่าน/ไม่ผ่านด้วย COUNTIF เช่น =COUNTIF(D:D,"ผ่าน") ทำครบ 4 ขั้นตอนนี้ (กำหนดเกณฑ์ > กรอกข้อมูลและสูตร IF > จัดรูปแบบตามเงื่อนไข > สรุปผล) ไฟล์จะอ่านง่ายขึ้นมาก และลดเวลาตรวจงานได้ชัดเจน