Automatically translated.View original post

Mark Pim✨

2025/8/30 Edited to

... Read moreเผื่อใครกำลังหา “มาร์คหน้าพะพิม” หรือ “สครับหน้าพะพิม” แล้วลังเลว่าเหมาะกับผิวตัวเองไหม เราขอสรุปจากประสบการณ์ใช้แนว ๆ มาร์คสมุนไพรที่เคลมเน้นลดสิว ลดผดผื่น และช่วยให้ผิวอิ่มฟูดูสุขภาพดีนะคะ (สายผิวแพ้ง่ายก็ควรอ่านตรงนี้ก่อน) 1) มาร์คหน้าพะพิมช่วยเรื่องอะไร? โดยทั่วไปมาร์คสมุนไพรจะเด่นเรื่องปลอบประโลม ลดความมัน และช่วยให้สิวผด/ผดผื่นดูสงบลง เหมาะมากช่วงที่ผิวเหนื่อย ๆ เจอแดด ฝุ่น หรือพักผ่อนน้อย หลังล้างออกผิวจะรู้สึกนุ่มและดู “อิ่มฟู” ขึ้นเล็กน้อย ถ้าใช้ต่อเนื่องผิวจะดูสม่ำเสมอขึ้น แต่ถ้าคาดหวังให้สิวอักเสบยุบไวแบบยารักษาสิว อาจต้องใช้ร่วมกับสกินแคร์รักษาสิวตัวอื่นด้วยค่ะ 2) สครับหน้าพะพิมใช้ยังไงไม่ให้หน้าแหก หลายคนอยากสครับเพราะรู้สึกหน้าหมอง/มีสิวอุดตัน แต่ถูแรงไปจะระคายเคืองและผดขึ้นง่าย ทริคของเราคือ - สครับแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งพอ (ผิวมันมากอาจ 1–2 ครั้ง) - ใช้น้ำหนักมือเบามาก ๆ เน้นนวดสั้น ๆ 20–30 วินาทีแล้วล้างออก - หลีกเลี่ยงวันที่มีสิวอักเสบเยอะหรือผิวลอกเป็นขุย หลังสครับให้ตามด้วยมาร์คหน้าได้ แต่เลือกสูตรที่เน้นปลอบประโลม/เติมน้ำ จะช่วยลดโอกาสแสบแดงค่ะ 3) วิธีมาร์คหน้าให้เห็นผล (ฉบับทำตามได้จริง) - ล้างหน้าให้สะอาด ซับหน้าให้หมาด - ทามาร์คบาง ๆ ไม่ต้องหนามาก (หนาไปแห้งและดึงผิว) - ทิ้งไว้ประมาณ 10–15 นาที หรือก่อนที่มาร์คจะแห้งตึง - ล้างออกแล้วลงมอยส์เจอไรเซอร์ทันที ช่วงที่เราใช้สม่ำเสมออาทิตย์ละ 2–3 ครั้ง จะรู้สึกว่าผิวดูใสขึ้นและผดผื่นตามผิวลดลงไวกว่าใช้แบบนาน ๆ ครั้งค่ะ 4) ราคาเท่าไหร่? “ราคา เท่า ไหร่” จะขึ้นกับขนาดกระปุก/ซองและโปรฯ ของร้าน โดยมาร์คสมุนไพรและสครับประเภทนี้มักอยู่ช่วงหลักสิบถึงหลักร้อยต้น ๆ แนะนำให้เช็คราคาต่อกรัม และดูวันผลิต/วันหมดอายุด้วย เพราะของแนวสมุนไพรมีกลิ่นและเนื้อที่เปลี่ยนได้ถ้าเก็บไม่ดี 5) เลือกสูตรมาร์คหน้าให้ตรงปัญหา - เน้นลดสิว/ผดผื่น: เลือกสูตรที่เน้นคุมมัน ปลอบผิว - ผิวแห้ง/ขาดน้ำ: มองหาสูตรเติมความชุ่มชื้น แล้วลดความถี่สครับ - อยากผิวดูชมพูอิ่มฟู: เน้นมาร์คที่ช่วยให้ผิวนุ่มและชุ่มน้ำ (ทำแล้วอย่าลืมทาครีมปิดท้าย) สุดท้ายแนะนำให้ทดสอบแพ้ก่อนเสมอ โดยแต้มที่กรอบหน้า/หลังหู 24 ชม. ถ้าผิวโอเคค่อยใช้เต็มหน้า จะได้มาร์คให้ใสแบบปลอดภัยค่ะ