ข้อควรรู้ก่อนจองสายการบิน Spring Airlines ไปจีน🇨🇳
1.เคร่งเรื่องขนาดกระเป๋าถือขึ้นเครื่องมาก
2.ต้องต่อรถมาอีกterminal
3.ข้อดี: ออกตรงเวลามาก
#สายการบินจีน #เซี่ยงไฮ้ #Shanghai #รีวิวสายการบิน #springairlines
หลายคนถามเรื่อง “Spring Airlines ของประเทศอะไร/น่ากลัวไหม” เราเช็กก่อนจองเหมือนกันค่ะ—Spring Airlines เป็นสายการบินโลว์คอสต์ของจีน (คนจีนใช้เยอะมาก) เหมาะกับคนที่อยากได้ตั๋วราคาประหยัดไปจีน/ไปเซี่ยงไฮ้ แต่ต้องยอมรับกติกากระเป๋าและระบบสนามบินที่ค่อนข้างจุกจิกกว่าสายการบินฟูลเซอร์วิส เรื่องที่ควรโฟกัสสุดคือ “ขนาดกระเป๋า carry on Spring Airlines” เพราะเขาเคร่งจริง จากที่เราเจอในทริปนี้ กระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ 1 ชิ้น น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. และขนาดประมาณ 40×30×20 ซม. แนะนำให้ใช้เป้หรือกระเป๋าผ้าใบเล็ก ๆ จะผ่านง่ายกว่า ถ้าเป็นกระเป๋าล้อลากไซซ์ใกล้ ๆ กันแต่ดูใหญ่ เขามีสิทธิ์ให้ชั่ง/วัดได้เลย ส่วนโหลดใต้ท้องเครื่อง โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 20 กก. ต่อคน (แล้วแต่เงื่อนไขตั๋ว) ถ้าน้ำหนักไม่พอควร “ซื้อเพิ่มน้ำหนักกระเป๋า” ตั้งแต่ตอนจองหรือจัดการในหน้า Manage Booking จะคุ้มกว่าซื้อหน้าเคาน์เตอร์มากค่ะ อีกอย่างที่คนมักไม่รู้คือเรื่อง “ต่อ terminal” เราเจอว่าทั้งขาไป-ขากลับต้องนั่งรถ/รถไฟไปอีก terminal ทำให้ต้องเผื่อเวลาเพิ่ม โดยเฉพาะขากลับที่บาง terminal ร้านอาหารน้อยมาก (วันที่เราไปมีไม่กี่ร้านเอง) ทริคคือกินให้อิ่ม/ซื้อขนมและน้ำจาก terminal แรกไว้ก่อน แล้วค่อยย้ายไป terminal ของเกต จะสบายกว่า ไม่ต้องลุ้นว่าไปแล้วไม่มีอะไรขาย เรื่อง “ที่นั่ง Spring Airlines” ฟีลโลว์คอสต์ทั่วไปค่ะ ระยะวางขาไม่ได้กว้างมาก คนสูงประมาณ 162 ยังพอไหว แต่ถ้าสูงราว 175 อาจรู้สึกแน่นนิดหน่อย ถ้าเลือกได้ แนะนำเลือกที่นั่งทางเดินเพื่อยืดขา/ลุกง่าย หรือถ้าอยากสบายขึ้นค่อยดูตัวเลือกที่นั่งพรีเมียมหรือแถวหน้าตอนจอง (ราคาจะขยับตามไฟลต์) ข้อดีที่เราชอบคือ “ออกตรงเวลา” มาก ทำให้วางแพลนต่อรถ/ต่อไฟลต์ได้ง่ายขึ้น สรุปถ้าใครจะ “จองตั๋วสปริงแอร์ไลน์” ให้ชัวร์ เช็ก 3 อย่างนี้ก่อน: กฎกระเป๋าถือ 7 กก. + ขนาด 40×30×20, เผื่อเวลาย้าย terminal, และเลือกที่นั่งให้เหมาะกับความสูง/ความสบายของตัวเอง เท่านี้ทริปไปจีนก็จะราบรื่นขึ้นเยอะค่ะ

