ห้องพักที่แพงที่สุดคือห้องพักโรงพยาบาลคุณว่าจริงไหม
ประโยคเปรียบเปรยที่ว่า "โรงพยาบาลคือโรงแรม 1 ดาวที่แพงที่สุดในโลก" เป็นเรื่องที่ "จริงแท้แน่นอน" ในแง่ของความคุ้มค่าและความรู้สึกของผู้จ่ายเงินครับ
ถ้าเราลองถอดหมวกความจำเป็นทางการแพทย์ออก แล้วมองในมุมของผู้บริโภคที่ซื้อ "บริการห้องพัก" เราจะเห็นความจริงที่น่าเจ็บปวดอยู่ 3 ข้อหลักๆ ดังนี้ค รับ
1. ตัวเลขราคาที่สวนทางกับความสุข
ถ้าคุณจ่ายเงิน 10,000 - 20,000 บาท นอนโรงแรม 5 ดาว สิ่งที่คุณได้คือเตียงคิงไซส์นุ่มๆ สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ รูมเซอร์วิสระดับเชฟ และวิวหลักล้าน
แต่ในราคาเดียวกัน (หรือแพงกว่านั้น) ที่โรงพยาบาลเอกชนระดับท็อป สิ่งที่คุณได้คือ:
เตียงเหล็กมีราวกันตกที่ปรับไฟฟ้าได้
อาหารรสชาติจืดชืดที่ถูกคำนวณโภชนาการมาแล้ว
ห้องพักที่อาจจะหรูหราเหมือนโรงแรม แต่คุณกลับไม่มีอารมณ์จะเพลิดเพลินกับมันเลยด้วยซ้ำ
ในโรงพยาบาลระดับพรีเมียมของไทยปัจจุบัน ห้องระดับท็อปๆ เช่น Royal River Suite หรือ Elite Room มีราคาตั้งแต่ 75,000 ไปจนถึง 150,000 บาทต่อคืน ซึ่งราคานี้เทียบเท่าหรือแพงกว่าห้อง Suite ของโรงแรมหรูระดับโลกเสียอีก
2.จ่ายแพงแค่ไหน... ก็ไม่มีใครอยากอยู่นาน
3. "ค่าห้อง" เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง
ความน่ากลัวที่แท้จริงของห้องพักโรงพยาบาล ไม่ใช่แค่ตัวเลขค่าห้องที่เห็นในแผ่นพับครับ เพราะในขณะที่โรงแรมคิดราคาเน็ตจบที่ค่าห้องพัก แต่โรงพยาบาลจะพ่วงสิ่งเหล่านี้มาในใบเสร็จด้วยเสมอ:
ค่าบริการพยาบาล (คิดเป็นรายวัน)
ค่าบริการโรงพยาบาล (ค่าระบบ ค่าเครื่องมือ)
ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่าแพทย์ตรวจเยี่ยม
ทำให้ห้องพักโรงพยาบาลกลายเป็นพื้นที่ที่ "จำกัดอิสรภาพ" สูงสุด แต่มี "อัตราค่าเช่า" ที่โหดร้ายที่สุดต่อเงินในกระเป๋า
ดังนั้น คำกล่าวนี้จึงเป็นความจริงอย่างยิ่งครับ มันเป็นห้องพักที่ไม่มีใครอยากจองล่วงหน้า ไม่มีใครอยากได้อัปเกรดห้อง และทุกคนดีใจที่สุดในวันที่ได้ก้าวขาออกจากห้องนั้นครับ
ปัญหาที่กล่าวมาแก้ได้ด้วยการทำประกันสุขภาพโอนความเสี่ยงไปให้บริษัทประกันแล ้วเซฟเงินในกระเป๋าไว้ดีกว่าครับ












