ผู้ติดตาม 119 คน
คุณอาจชอบ
เลิฟเบิร์ด นก(คลั่ง)รัก 🫶🏻💕💫
หลงรักนกตัวเองวันละล้านรอบ ไม่เกินจริง🩵🐦
ฟาร์มบ้านนก
พาร์บลู เมิฟวิง โอพาไลน์🦜 #เลิฟเบิร์ด #โอพาไลน์ #นกแก้ว #สัตว์เลี้ยงที่น่ารัก #Lemon8ฮาวทู
... อ่านเพิ่มเติมช่วงที่เริ่มเลี้ยง “เลิฟเบิร์ด” ใหม่ ๆ เรามักติดคำถามเดียวกันคือ “สีอะไร?” เพราะในวงการจะมีชื่อเรียกหลายแบบ ทั้งไทย/อังกฤษ เช่น lovebird, opaline, parblue, mauve ฯลฯ ซึ่งบางครั้งดูจากรูปก็ยิ่งสับสน โดยเฉพาะนกโทนเหลือง-เขียว-เทา หรือโทนฟ้าอมเทาที่เปลี่ยนเฉดตามแสง วิธีที่ผมใช้ดูสีเลิฟเบิร์ดแบบง่าย ๆ (ไม่ต้องเดาจากฟิลเตอร์) คือดู “โทนพื้นขน” ก่อน 1) กลุ่มเขียว: ขนลำตัวจะออกเขียวชัด โดยเฉพาะช่วงปีก/หลัง 2) กลุ่มฟ้า: โทนจะเย็นกว่า ออกฟ้า/เทา/ฟ้าหม่น และมักไม่มีเหลืองเขียวเด่น 3) กลุ่มเหลือง: มีเม็ดสีเหลืองชัดที่หน้า/อก หรือทั้งตัว (บางสายจะเป็นเหลืองครีม) ส่วนคำว่า “สีม่วง” ที่หลายคนหา มักเกิดจากโทนฟ้าเข้ม/เทาเข้มที่อมม่วงในบางแสง เช่น mauve หรือ violet factor ทำให้ดูเป็นม่วงได้ สำหรับสาย “โอพาไลน์ (Opaline)” จุดสังเกตคือสีบริเวณหัว-หน้า-อกจะดูนวล/สว่างและลายปีกจะนุ่มกว่าแบบปกติ ทำให้ภาพรวมดูหวาน ๆ เวลาเกาะบนฝ่ามือใกล้ ๆ จะเห็นชัดมากว่าสีไล่โทนสวย และถ้าเป็นโทนพาร์บลู (Parblue) จะมีความกึ่งกลางระหว่างเขียวกับฟ้า คือมีความเทา/หม่นและบางตัวจะติดเหลืองนิด ๆ เลยดูเป็นเหลือง-เขียว-เทาได้ อีกเรื่องที่คนค้นหาบ่อยคือ “ตารางสีเลิฟเบิร์ด/โปสเตอร์ตารางสี” แนะนำให้ใช้เป็นแนวทางได้ แต่ควรเทียบกับนกจริงภายใต้แสงธรรมชาติ (ไม่ย้อนแสง) เพราะตารางสีในเน็ตบางภาพปรับสีมาแล้ว ถ้าจะถ่ายรูปไว้เทียบ ให้ถ่าย 2 แบบ: แสงหน้าต่างตอนกลางวัน และแสงขาวในบ้าน แล้วดูว่าค่าโทนเย็น/อุ่นต่างกันแค่ไหน คนที่กำลังมอง “กรงนกเลิฟเบิร์ด” เพื่อเลี้ยงลูกนกหรือเลี้ยงคู่ ผมแนะนำเลือกกรงกว้างมากกว่าสูง ระยะซี่ไม่ห่างเกินไป (ลูกนกมุดออกได้) และควรมีคอนเกาะหลายระดับ + ของเล่นเคี้ยว เพื่อให้นกไม่เบื่อ ถ้าเพิ่งรับ “ลูกนกเลิฟเบิร์ด” มาใหม่ ให้โฟกัสเรื่องความอุ่น ความสะอาด และตารางให้อาหารที่สม่ำเสมอ ก่อนจะกังวลเรื่องสี เพราะสีบางโทนจะชัดขึ้นหลังผลัดขน สุดท้าย ถ้าอยากตามหา “นกเลิฟเบิร์ดสีหายาก” จริง ๆ ให้ถามข้อมูลพ่อแม่พันธุ์/รูปตอนโต และขอดูภาพในแสงธรรมชาติ จะช่วยลดโอกาสเข้าใจผิดเรื่องสีฟ้า-เขียว-ม่วงได้เยอะครับ