Automatically translated.View original post

You're lying. Why?...

✅ How to deal when you know you're lying:

✔ 1. Calm down. Don't be aggressive.

Because if you use emotion = the baby will be afraid → lie harder.

> "I know you eat candy. I'm not angry, but I want you to tell the truth."

✔ 2. Watch when telling the truth.

> "I'm glad you're brave, even if it's something I don't like."

Speech rewards encourage children to see that "telling the truth is safe."

✔ 3. Don't label it "Lie again!"

Because the child will feel himself "a bad person."

Finally, he will stop trying to be nice and do as you say. 😔

👉 Give him a chance to learn and improve.

✔ 4.Tell a story / play a hypothetical role.

Tell a story or play the role of "telling the truth and lying" to a child as an indirect teaching without reproach.

# Lemon 8 Howtoo # Relationship

# lemon 8 diary # Psychology

2025/8/7 Edited to

... Read moreบางทีคำว่า “โกหก” ของเด็ก อาจไม่ได้แปลว่าเจตนาไม่ดีเสมอไปนะคะ บ้านเราเคยเจอช่วงที่ถามอะไรลูกก็ตอบไม่ตรง หรือเหมือน “โกหกกับบอกไม่หมด” จนผู้ใหญ่รู้สึกว่า “ทำอะไรก็ผิด” ไปหมด แต่พอลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเด็กมีเหตุผลของเขา และเราปรับวิธีคุยได้ 1) แยกจินตนาการกับความจริงไม่ออก เด็กเล็กบางช่วงจะเล่าเรื่องแบบเติมๆ จากจินตนาการ เช่น “หนูไม่ได้กินขนม ขนมเดินเข้าปากเอง” ฟังเหมือนโกหก แต่จริงๆ เขาอาจยังไม่เข้าใจเส้นแบ่งความจริง/เรื่องเล่น วิธีที่ช่วยได้คือถามแบบชวนคิด “ถ้าเป็นเรื่องจริงจะเป็นยังไงนะ แล้วถ้าเป็นเรื่องเล่นล่ะ” และค่อยๆ สอนให้รู้ว่าความจริงคืออะไร โดยไม่ตีตรา 2) กลัวโดนดุ หรือกลัวผิด อันนี้พบบ่อยมาก เด็กโกหกเพราะอยากให้เรื่องจบเร็ว ไม่อยากถูกลงโทษ ลองเปลี่ยนโทนประโยคจาก “ทำไมถึงทำแบบนี้!” เป็น “แม่อยากรู้ความจริงเพื่อช่วยแก้ปัญหา” แล้วให้ทางเลือก เช่น “หนูอยากเล่าตอนนี้ หรือขอเวลาหายใจ 5 นาทีแล้วค่อยเล่า?” เด็กจะรู้สึกปลอดภัยขึ้น 3) เลียนแบบผู้ใหญ่ ถ้าที่บ้านมีการพูดเลี่ยงๆ เช่น “บอกเขาไปว่าแม่ไม่อยู่” เด็กจะซึมซับว่า ‘การพูดไม่ตรง’ เป็นเรื่องปกติ วิธีแก้ที่เราลองคือเปลี่ยนเป็นคำพูดตรงแต่สุภาพ เช่น “แม่ไม่สะดวกคุยตอนนี้ เดี๋ยวโทรกลับ” เด็กจะเห็นตัวอย่างการสื่อสารที่ไม่ต้องโกหก 4) เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เด็กบางคนโกหกเพราะอยากได้ของ/อยากเล่นต่อ เช่น “การบ้านเสร็จแล้ว” ทั้งที่ยังไม่ทำ บ้านเราใช้วิธีทำกติกาชัดๆ และตรวจแบบเป็นขั้นตอน เช่น “ถ้าการบ้านเสร็จ เรามาเช็กด้วยกัน 2 นาที แล้วค่อยเล่น” ลดโอกาสโกหก และไม่ทำให้เขารู้สึกว่าต้องสู้กับผู้ใหญ่ เทคนิคสั้นๆ เวลาเจอสถานการณ์ “เด็กโกหก” หรือ “บอกไม่หมด” - แยก ‘พฤติกรรม’ ออกจาก ‘ตัวตน’: พูดว่า “แม่ไม่โอเคกับการโกหก” แทน “หนูเป็นเด็กขี้โกหก” - ชมทันทีเมื่อพูดจริง แม้เป็นเรื่องผิด: “ขอบคุณที่บอกความจริง แม่จะช่วยคิดวิธีแก้ด้วยกัน” - ตั้งคำถามให้เล่า ไม่ใช่ให้สารภาพ: “เล่าให้แม่ฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น” สุดท้าย ถ้ารู้สึกว่าคุยทีไรกลายเป็นทะเลาะ ลองเริ่มจากประโยคเดียวที่นุ่มขึ้นก่อน เช่น “แม่อยู่ข้างหนู แต่อยากให้หนูพูดความจริงนะ” แค่นี้หลายบ้านก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ