เล่มนี้ดี....

ความลับของคนธรรมดา ที่ทำอะไรก็สำเร็จในทุกวัน

ระยะหลัง... เราจะพบกับหนังสือที่ ‘ช่วยฮีลใจด้วยตัวเองเยอะขึ้น‘ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมภายนอกกดดันให้เราต้องพยายามมากขึ้น ทุ่มเทมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์มาตรฐานที่คนจำนวนมากวางเอาไว้ แม้ว่าเราจะทำได้ตามมาตรฐานเหล่านั้น แต่...

ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีความรู้สึกที่ดีขึ้นเสียทีเดียว เพราะแนวโน้มที่เราจะรู้สึกอ่อนล้าทางร่างกายและจิตใจก็ยังคงมีสูงอยู่

เอาเข้าจริง... บางทีถ้าเราปรับมุมมองในการใช้ชีวิตให้เรียบง่ายขึ้น ธรรมดาขึ้น เพราะอาจจะพบว่านั่นเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

และความลับของคนธรรมดาอยู่ตรงไหนกันบ้าง... ก็น่าจะอยู่ในทุกช่วงเวลาในแต่ละวันนั่นแหละครับ วันนี้หยิบหนังสือเล่มเล็กๆ “ความลับของคนธรรมดา ที่ทำอะไรก็สำเร็จในทุกวัน” มาอ่านครับ แล้วก็พบว่า หากเราแบ่งเวลาเป็นช่วงๆ และสร้างกิจวัตรประจำวันที่ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่... มีหลายอย่างซ่อนอยู่ เราก็สามารถสำเร็จได้เหมือนกัน ช่วงเวลาต่างๆ ก็มีดังนี้

ช่วงเช้า : ช่วงเวลาตั้งค่า

เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ก็ตอนที่เราเริ่มต้นลุกขึ้นจากเตียงนั่นแหละ เพราะสิ่งแรกที่คิดก็คือเราพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงและทำในทันที...

การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาอย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 21 วัน หากเราทำได้ตลอด 21 วันนั่นแปลว่ามีโอกาสที่เราจะสร้างนิสัยที่ดีขึ้นมาให้กับตัวเอง เพราะงั้นถ้าเราท้อหรือรู้สึกเหนื่อยล้าก่อนช่วงเวลาของค่าเฉลี่ยนี้ ก็ขอให้อดทนเพื่อที่จะผ่านไปให้ได้...

อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ ในช่วงเวลาเช้าสมองของเรายังพร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ใหม่อย่าวางอุปสรรคเอาไว้ข้างหน้าตัวเอง ยิ้มให้กับตัวเองมากๆ แล้วเราจะพบว่าในช่วงเช้า เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการตั้งค่าต่างๆให้กับตัวเอง

ช่วยสาย : ช่วงเวลาลุย

ในภาพรวมของช่วงสาย เป็นช่วงของการลงมือทำ ไม่ว่าเราจะมีความคิดใหม่ใหม่หรือการเริ่มต้นใหม่ในการทำสิ่งต่างๆ ก็ตาม ลองทำตามแผนการที่เราวางเอาไว้ ไม่เป็นไปตามนั้น สิ่งที่เราต้องทำก็แค่แก้ไขและลงมือทำใหม่อีกที

ความคิด + การลงมือทำ = ความสำเร็จ

ช่วงเที่ยง : ช่วงเวลาพัก

ส่วนตัวชอบข้อนี้... เพราะการพักให้เป็น ทำให้เรามีพลังสำหรับการกลับมาทำงานในช่วงบ่ายได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ

ช่วงบ่าย : ช่วงเวลาฮึดสู้

แน่นอนว่าในการทำงาน สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือความเหนื่อยล้า แต่... ทุกคนก็เหนื่อยด้วยกันทั้งนั้น เพราะงั้นหาหเราพยายาม ขยัน และทุ่มเทอย่างเต็มที่ในทิศทาฃที่ถูกต้อง ผลลัพธ์ก็น่าจะต้องออกมาดี ในขณะเดียวกัน บางอย่างที่ไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่เรา แต่น่าสนใจ การลองทำก็ถือเป็นโอกาสที่ดี

อย่าปล่อยให้ตัวเองรู้แค่กรอบที่เราตั้งเอาไว้เท่านั้น เพราะงั้นจะทำให้เราไม่ได้ก้าวไปไหนไกลเลย และที่สำคัญปัญหาต่างๆ มีไว้ให้แก้ไข เมื่อปัญหาอยู่ในบริเวณที่เราจัดการได้ ก็หาวิธีแก้ และลงมือแก้ไขดีกว่า ‘อย่าปล่อยให้ตัวเองวุ่นวายอยู่กับการคิดวิตกกังวล’ เลย

ช่วงเย็น : ช่วงเวลาทบทวน

ส่วนตัว... เมื่อกลับถึงบ้านมักจะคิดทบทวนถึงงานที่เรารัลผิดชอบและทำในวันนี้ หลายงานดีกว่านี้ได้ หลายอย่างที่พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน... น่าจะทำได้ดีกว่านี้ และมีอีกหลายอย่างที่เราทำดีแล้ว

ถ้าเราขยันถูกที่ ถูกเวลา เราก็ต้องได้รับสิ่งที่ใช่กลับมา

และช่วงก่อนนอน : ช่วงเวลาปล่อยวาง

เมื่อทุกอย่างเดินทางมาถึงเวลานี้... แปลว่าเราแก้ไขหรือจัดการอะไรไม่ได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือ ‘ปล่อยให้เวลาค่อยๆ เยียวยาสิ่งต่างๆ’ เราอาจจะทำได้อีกนิดก็คือ วันนี้เราทำได้เท่านี้ พรุ่งนี้เราจะตั้งค่าใหม่อีกครั้ง แล้วทำให้ดีขึ้นกว่าวันนี้

สุดท้ายวันนี้ก็ต้อง ‘ช่างมันแล้วก็ปล่อยวาง’ เพื่อให้ร่างกายและสมองได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ

ความรู้สึกหลังอ่าน

เป็นแนวคิดที่ไม่ยากในการปฏิบัติ และเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยรวมหนังสือเล่มนี้เหมือนเป็นการปรับสมดุลให้เราไม่เอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งจนเกินไป เหมาะกับการอ่านเพื่อกระตุกให้เรากดดันตัวเองน้อยลงและมีความสุขกับการทำสิ่งที่เราต้องทำจริงๆ มากขึ้น

#อ่านไปเรื่อยๆจนกว่าชีวิตจะดีขึ้น

#หนังสือดีมีค่าคู่ควรอ่าน

#อ่านแล้วชีวิตดีขึ้น

#ติดเทรนด์

2025/8/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหนังสือ "ความลับของคนธรรมดา ที่ทำอะไรก็สำเร็จในทุกวัน" ช่วยชี้ให้เห็นว่าการสร้างกิจวัตรประจำวันที่มีโครงสร้างชัดเจนในแต่ละช่วงเวลาของวัน สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีทั้งในแง่ของความสำเร็จและความสุขใจ การแบ่งวันออกเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ช่วงเช้าเพื่อ "ตั้งค่า" ตัวเองโดยการสร้างนิสัยใหม่ เช่น การตื่นเช้า ยิ้มให้ตัวเอง และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ช่วยให้สมองพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ จากผลวิจัยด้านจิตวิทยาพบว่า การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อเนื่องเป็นเวลา 21 วัน สามารถช่วยเสริมสร้างนิสัยใหม่ที่ดีขึ้นได้ ช่วงสายที่เป็นเวลาลงมือทำตามแผนที่วางไว้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องรักษาความมุ่งมั่น และเมื่อเจออุปสรรคหรือแผนไม่เป็นไปตามที่วาง ก็ควรมีความยืดหยุ่นในการแก้ไขและทำใหม่เพื่อเดินหน้าต่อไป ความคิดบวกควบคู่กับการลงมือทำอย่างจริงจังเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ในช่วงเที่ยง การให้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่จะช่วยเติมพลังกลับมา ทำให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นพร้อมสำหรับการทำงานในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นเวลาที่มักจะรู้สึกเหนื่อยล้า การมีวิธีจัดการกับความเหนื่อยได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้สามารถทำงานอย่างมุ่งมั่นและทุ่มเทได้มากขึ้น นอกจากนี้ การเปิดโอกาสลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่อาจนอกเหนือจากแผนเดิม ก็อาจนำไปสู่โอกาสและความสำเร็จในรูปแบบใหม่ๆ ช่วงเย็นเป็นเวลาทบทวนสิ่งที่ทำไปในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นงานหรือความสัมพันธ์กับผู้อื่น การสะท้อนผลทำให้เรามองเห็นจุดที่สามารถพัฒนาหรือปรับปรุงได้ ช่วยให้เตรียมตัวสำหรับการทำงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในวันถัดไป และก่อนนอน เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องปล่อยวางสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นๆ ให้สมองและร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะการพักผ่อนเพียงพอช่วยเสริมสร้างสมองและร่างกายให้พร้อมรับมือกับวันใหม่อย่างมีพลัง แนวคิดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเพิ่มประสิทธิภาพชีวิตโดยไม่เพิ่มความเครียด และเป็นการปรับสมดุลให้ชีวิตสามารถเดินหน้าได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน ผู้ที่สนใจควรลองนำแนวทางนี้ไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างนิสัยที่ดีและความสำเร็จในแบบฉบับของตนเอง

ค้นหา ·
หนังสือเล่มนี้ดีมาก

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Lemon8Family 🍋
Lemon8Family 🍋

โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปังๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕

ดูเพิ่มเติม(1)