3/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมผมรู้สึกว่าเรื่องการตัดงบอาหารกลางวันของ ส.ส. เป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจจริงๆ เพราะมันเกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดินที่ต้องบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยข้อเสนอของหมอวรงค์ที่อยากลดจำนวนผู้ช่วย ส.ส. จากเดิม 8 คนเหลือ 3 คน และปรับเงินเดือนผู้ช่วยจาก 15,000 เป็น 18,000 บาท รวมถึงลดกองทุนบำเหน็จและงบอาหารกลางวัน นอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณกว่า 540 ล้านบาทต่อปีแล้ว ยังแสดงถึงความพยายามในการจัดการเงินภาษีที่ประชาชนจ่ายอย่างโปร่งใส จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามข่าวการเมือง ประชาชนมักมองว่างบประมาณของ ส.ส. เป็นเรื่องที่ควรตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเงินที่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การลดจำนวนผู้ช่วยและงบส่วนเกินเช่นนี้ทำให้เห็นว่ามีความพยายามในการปรับตัวให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งล้วนมีความสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน แน่นอนว่าข้อเสนอนี้อาจเผชิญเสียงค้านในสภาฯ เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนตัวหลายฝ่าย แต่ถ้ามองในมุมประชาชนทั่วไป การตัดงบที่ไม่จำเป็นถือเป็นก้าวหนึ่งที่ดีในการพัฒนาทางการเมืองและงบประมาณ การบริหารจัดการอย่างชัดเจนและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยสร้างความเป็นธรรมและความโปร่งใสในระบบการเมืองมากขึ้น ในฐานะคนที่ติดตามข่าวสารและสนใจเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ผมเห็นด้วยว่าการตั้งเป้าลดภาระงบประมาณที่ไม่จำเป็น รวมถึงการปรับลดจำนวนผู้ช่วยและบำเหน็จจะช่วยให้ภาพรวมระบบการเมืองดีขึ้น และไม่ลืมว่าการสร้างความยอมรับจากประชาชนต้องเริ่มจากการแสดงความรับผิดชอบต่อการใช้จ่ายงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนอย่างแท้จริง

5 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Apichart Manee-
Apichart Manee-

ส.ส.แต่ละคนต้องมีค่าจ้างเยอะขนาดนี้เลยหรือเมื่อรวมทั้งผู้ช่วยมันไม่สมกับผลงาน เพราะเวลาประชุมมันพากันหายหัวไปไหนตั้งเยอะ

รูปภาพของ พรรณนภา วีระพล
พรรณนภา วีระพล

ขอเป็นอีก1เสียงของประชาชนคะขอแสดงความคิดที่เห็นด้วยคะกับการลดค่าอาหารมื้อกลางวันของ.ส.ส.และลดจำนวนผู้ช่วยของ.ส.ส.จาก8คนให้เหลือแต่3คนประเทศชาติประชาชนไม่ต้องมาแบกรับหนี้สินของประเทศชาติตรงนีเฝ้คะ

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม