自動翻訳されています。元の投稿を表示する

シェア・エクスペリエンス・ティーチャー・コーチング・スチューデント(英語教師)🩰🎀👩‍🏫

教師体験トレーニングレビュー1年(完了した練習)Moo Raoでのコード64は、3年目の教育を観察するために15日間行われます。1年間の経験(2学期)を練習します。このコーチングは心を強くします。😂多くの異なる形の人々に会います。学校の先生の実際の仕事の生活を見つけました。楽しんで、悲しんで、研究もしてください。教えることも。授業計画も取ってください。試験も受けてください。これは本当に教師になる人の体です。ハハハハ。公立学校にはかわいい子供たちがたくさんいます。私たちを本物の先生のように尊重してください。ひそかに。

あなたの友達はどのようにコーチング/インターンをしていますか?それも共有しましょう。スナップ🫶🏻

#コーチング #練習の経験 #インターンシップ #一日投稿する

2025/10/14 に編集しました

... もっと見るถ้าใครกำลังจะไปเป็น “นักศึกษาฝึกสอนครูภาษาอังกฤษ” หรือกำลังหาข้อมูลว่านักศึกษาฝึกสอนในโรงเรียนต้องทำอะไรบ้าง เรารวบรวมสิ่งที่เจอจริง (แบบไม่สวยหรู) ไว้เป็นแนวทางค่ะ เพราะช่วงฝึก 1 ปีมันไม่ใช่แค่ “ไปสอนหน้าห้อง” อย่างเดียว แต่คือการใช้ชีวิตแบบครูเต็มตัว 1) ชีวิตประจำวันของนักศึกษาฝึกสอนในโรงเรียนรัฐ สิ่งที่กระทบที่สุดคือเวลาและพลังงาน—บางวันต้องตื่นตั้งแต่ประมาณ 06.00 น. เพื่อเดินทางไปโรงเรียนให้ทันเคารพธงชาติ/เช็กชื่อ/เตรียมสื่อ แล้วพอเลิกสอนก็ไม่ได้จบทันที ยังมีงานเอกสาร แผนการสอน ตรวจงานเด็ก และประชุมกลุ่มสาระต่ออีก ถ้าใครคิดว่า “ค่อยไปทำตอนว่าง” บอกเลยว่าความว่างมีน้อยมาก แนะนำให้ทำ To-do list รายวันไว้เลย จะรอดกว่า 2) งานสอนจริง: แผนการสอน-สื่อ-การคุมชั้นเรียน สายภาษาอังกฤษมักเจอโจทย์ “เด็กพื้นฐานต่างกันมาก” โดยเฉพาะถ้าสอน ม.1 หลายห้องในเทอมเดียว สิ่งที่ช่วยเราได้คือทำแผนการสอนแบบยืดหยุ่น เตรียมกิจกรรม 2 ระดับ (ง่าย/ท้าทาย) และมีประโยคคำสั่งภาษาอังกฤษสั้นๆ ที่ใช้ซ้ำได้ เช่น Stand up, Pair work, Time’s up เพื่อคุมจังหวะห้องเรียนให้ไหลลื่น 3) สิ่งที่หลายคนไม่ทันตั้งตัว: เวรและงานจิปาถะ นักศึกษาฝึกสอนในโรงเรียนไม่ได้มีแค่สอนค่ะ เราเคยอยู่เวรเช้า-เที่ยง เวรห้องพยาบาล เวรประชาสัมพันธ์ และบางครั้งต้องช่วยงานกิจกรรมหน้าเสาธง/งานวันสำคัญ ช่วงนี้แหละที่ทำให้รู้ “งานครูจริงๆ” ว่าต้องประสานงานเก่งและใจเย็นมาก บางวันมีเหตุไม่คาดคิด เช่น เด็กหกล้ม ต้องทำแผลครั้งแรกในชีวิตก็มี 4) งานวิจัย-นิเทศ-ประเมินผล: ทำควบคู่กันยังไงไม่พัง ช่วงฝึกสอนมักมีทั้งทำวิจัยในชั้นเรียน + เขียนรายงาน/นำเสนอ + รับนิเทศการสอน แนะนำให้ตั้งไฟล์แม่แบบไว้ (แผนการสอน, rubric, แบบสังเกต, บันทึกหลังสอน) และจด reflection หลังสอนสั้นๆ ทุกวัน เพราะตอนทำเล่ม/สรุปผลจะช่วยมาก ไม่ต้องมานั่งนึกย้อนหลังจนเครียด 5) เทคนิคเล็กๆ ที่ทำให้เด็กเปิดใจ (โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ) เราเห็นชัดเลยว่าเด็กจะร่วมมือมากขึ้นถ้าเขารู้สึกปลอดภัยกับการพูดผิด ลองใช้คำชมที่เฉพาะเจาะจง เช่น “วันนี้ออกเสียง R ชัดขึ้นมาก” หรือให้คะแนนความพยายามเล็กๆ น้อยๆ เด็กหลายคนจะกล้าพูดภาษาอังกฤษขึ้นแบบเห็นได้เลย และความสัมพันธ์ในห้องจะดีขึ้น สุดท้าย สิ่งที่คุ้มที่สุดของการเป็นนักศึกษาฝึกสอนคือ “ความรักแบบตรงไปตรงมา” จากเด็กๆ บางวันแค่ได้อ่านโน้ต/ข้อความสั้นๆ จากนักเรียนก็หายเหนื่อยจริงๆ ใครกำลังจะเริ่มฝึกสอน ขอให้เตรียมใจ เตรียมเวลา และดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ แล้วจะผ่านปีนี้ไปได้แบบภูมิใจมากๆ