ใครอยากเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ แนะนำเลย ของเขาอร่อยมากกก ตอนยืนรอของ มีลูกค้าบแกว่าเคยกินมาแล้วจากหน้าร้านเต็มเลย ของเขาดีจริ๊งงง
#BellHouseขนมอร่อย #บ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน #บ้าบิ่นเผือกกวนมะพร้าวอ่อน #ขนมครกสิงคโปร์ #ขนมครกใบเตย
หลายคนถามกันเยอะว่า Bell House คืออะไร ทำไมช่วงนี้เห็นคนพูดถึงบ่อย ๆ เราเองเพิ่งไปลองแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมคนต่อคิว เพราะรสชาติ “ขนมไทยทำง่ายแต่ทำให้อร่อยยาก” เขาทำได้จริง โดยเฉพาะบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน ตัวแป้งนุ่มหนึบ หอมมะพร้าวชัด กัดแล้วได้เนื้อมะพร้าวอ่อนเต็ม ๆ ไม่หวานแหลม กินเพลินมาก ส่วนบ้าบิ่นเผือกกวนมะพร้าวอ่อนจะหอมเผือกขึ้นมาอีกเลเยอร์ เหมาะกับคนชอบกลิ่นเผือกแบบละมุน ๆ ถ้าใครเป็นสายขนมครก แนะนำลอง “ขนมครกสิงคโปร์” กับ “ขนมครกใบเตย” ของ Bell House ด้วยนะ ของเราที่ได้ลองคือใบเตย กลิ่นใบเตยชัด หวานกำลังดี เนื้อด้านในนุ่ม ๆ ส่วนขอบจะกรอบนิด ๆ กินร้อน ๆ คือดีมาก ทีนี้ที่หลายคนค้นหา Bell House แล้วสนใจจริง ๆ คือเรื่อง “แฟรนไชส์” ในภาพที่เราเห็นมีโปรเริ่มต้นงบประมาณ 29,900 บาท (เซ็ตพร้อมลุย) และอีกเซ็ตระดับมือโปร 49,900 บาท ซึ่งสิ่งที่เราชอบคือเขาเน้นว่าอุปกรณ์ทำงานง่าย เช่น มีแบ้งผสมพร้อมหยอด ทำให้ใช้พนักงานคนเดียวก็เอาอยู่ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ หน้าห้าง/หน้าตลาด หรือคนที่อยากมีรายได้เสริมหลังเลิกงาน อีกจุดที่ดูน่าสนใจคือสิทธิพิเศษที่ระบุไว้ เช่น ช่วยจัดหาทำเลหน้า Lotus (บางสาขา/เงื่อนไข) และช่วยสมัคร App Delivery ให้ รวมถึงมีแนวทางการลงรูป/โปรโมตให้มือใหม่ด้วย อันนี้สำหรับคนที่ไม่ถนัดการตลาดออนไลน์คือช่วยได้เยอะ ทริคส่วนตัวของเราถ้าจะเริ่มขายขนมแนวนี้: ลองเริ่มจากเลือกเมนูขายดี 1–2 อย่างก่อน (เช่น บ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน + ขนมครกใบเตย) แล้วค่อยเพิ่มเมนูเมื่อทำคล่อง จะคุมคุณภาพง่ายกว่า และอย่าลืมทำรอบให้สดใหม่ เพราะขนมกลุ่มนี้ “หอมตอนร้อน” คือจุดขายสุด ๆ สรุป ถ้าใครค้นหา Bell House เพราะอยากลองขนม—บอกเลยคุ้มลอง และถ้าค้นหาเพราะสนใจแฟรนไชส์ งบเริ่มต้น 29,900 บาทก็พอเริ่มได้ แนะนำให้ทักขอรายละเอียดเงื่อนไข/สิ่งที่ได้ในเซ็ตให้ชัด ๆ ก่อนตัดสินใจ จะได้เหมาะกับทำเลและเวลาที่เรามีจริง ๆ

