กิมจิกลมกล่อม🥬

🧂 ส่วนผสมหลัก

1. วัตถุดิบผัก

ผักกาดขาว (ขนาดกลาง) 1 หัว

หัวไชเท้า ½ หัว (หั่นเส้น)

ต้นหอมญี่ปุ่น 3–4 ต้น (หั่นท่อน 2 นิ้ว)

แครอท ½ หัว (หั่นเส้น) – เพิ่มสีสันและรสหวานธรรมชาติ

2. ส่วนผสมสำหรับแช่เกลือ

เกลือทะเลหยาบ ½ ถ้วย

น้ำสะอาด (พอท่วมผัก)

3. ส่วนผสมสำหรับน้ำซอสกิมจิ

แป้งข้าวเหนียว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำ 1 ถ้วย

น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

พริกป่นเกาหลี (โกชูการู) ½ - 1 ถ้วย (แล้วแต่ชอบเผ็ดมากน้อย)

กระเทียมบด 10 กลีบ

ขิงบด 1 ช้อนโต๊ะ

หอมใหญ่สับ ½ หัว

น้ำปลาเกาหลี หรือ น้ำปลาทะเลแท้ ¼ ถ้วย

กุ้งเค็มบด หรือ ปลาหมักเกาหลี (saeujeot) 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีข้ามได้)

🥬 ขั้นตอนการทำ

ขั้นตอนที่ 1 : แช่ผัก

1. ผ่าผักกาดขาวตามยาวเป็น 4 ส่วน (ไม่ต้องตัดขาดที่โคน)

2. โรยเกลือหยาบระหว่างชั้นใบให้ทั่ว

3. แช่ไว้ 4–6 ชั่วโมง จนผักนิ่มและยืดหยุ่นได้

4. ล้างเกลือออกด้วยน้ำสะอาด 2–3 ครั้ง แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ

ขั้นตอนที่ 2 : ทำน้ำซอสกิมจิ

1. ตั้งหม้อ ใส่น้ำ 1 ถ้วย + แป้งข้าวเหนียว 2 ช้อนโต๊ะ คนให้ละลาย

2. ต้มจนข้นเป็นลักษณะคล้ายกาวข้าวเหนียว → ปิดไฟ

3. ใส่น้ำตาล คนให้ละลาย แล้วพักไว้ให้เย็น

4. พอเย็นแล้ว ใส่พริกป่นเกาหลี กระเทียม ขิง หอมใหญ่ น้ำปลา และกุ้งเค็มบด คนให้เข้ากันจนเป็นซอสเนียน

ขั้นตอนที่ 3 : ผสมผักกับซอส

1. ใส่หัวไชเท้า แครอท และต้นหอมลงในชาม

2. เทซอสกิมจิลงไป คลุกเคล้าให้ทั่ว

3. จากนั้นนำไปทาให้ทั่วผักกาดขาวแต่ละใบจนทั่วทั้งหัว

ขั้นตอนที่ 4 : หมักกิมจิ

1. นำกิมจิที่คลุกแล้วใส่ภาชนะ (โหลแก้วหรือกล่องมีฝาปิด)

2. กดให้แน่นเพื่อไล่อากาศ

3. ปิดฝาไว้หมักที่อุณหภูมิห้อง 1–2 วัน (ขึ้นอยู่กับอากาศ — ถ้าร้อนจะเปรี้ยวเร็ว)

4. เมื่อเริ่มมีกลิ่นเปรี้ยวและมีฟองเล็กน้อย แสดงว่าหมักได้ที่

5. นำไปเก็บในตู้เย็นเพื่อหยุดการหมัก — จะเก็บได้หลายสัปดาห์

2025/10/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจทำกิมจิแบบมือโปร ควรทราบว่าการเลือกใช้แป้งข้าวเหนียวเพื่อทำซอสกิมจิมีส่วนช่วยทำให้น้ำซอสเกาะตัวและมีความเหนียวข้นพอดี ทำให้ผิวใบผักกาดขาวรัดซอสไว้ได้ดี ส่วนพริกป่นเกาหลี (โกชูการู) นั้นมีความหอมและรสเผ็ดเฉพาะตัวที่ทำให้รสชาติกิมจิกลมกล่อมมากขึ้น นอกจากนั้น การใช้เกลือทะเลหยาบช่วยในการแช่ผักกาดขาวให้ผักนิ่มและปล่อยน้ำออกมา เมื่อล้างเกลือออกจะทำให้ผักไม่เค็มจนเกินไป กระเทียม ขิง และหอมใหญ่ที่สับละเอียด จะช่วยเติมกลิ่นและรสชาติที่ลึกซึ้งกว่าการใช้เครื่องปรุงสำเร็จรูป และการเติมกุ้งเค็มบดหรือปลาหมักเกาหลี (saeujeot) จะเพิ่มรสเค็มและช่วยกระตุ้นการหมักจนมีกลิ่นเปรี้ยวและรสชาติที่สมดุล ขั้นตอนการหมักที่ถูกต้อง คือ การบีบกิมจิให้แน่นในโหลแก้วหรือกล่องที่มีฝาปิด เพื่อไล่อากาศออก นำไปหมักที่อุณหภูมิห้องไม่เกิน 2 วัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของสภาพแวดล้อม ถ้าอากาศร้อน การหมักจะเร็วกว่าปกติ การสังเกตเห็นฟองเล็กๆ และกลิ่นเปรี้ยวจัด คือสัญญาณว่ากิมจิพร้อมนำไปเก็บในตู้เย็นเพื่อหยุดการหมักได้ สำหรับคนที่ชอบรสชาติเผ็ด สามารถเพิ่มปริมาณพริกป่นเกาหลีได้ตามชอบ หรือหากชื่นชอบรสเปรี้ยวขึ้น สามารถหมักต่อได้อีกระยะหนึ่งก่อนนำเข้าตู้เย็น นอกจากนี้ แครอทและหัวไชเท้าที่ใส่ลงไปนอกจาก ทำให้อาหารดูสวยงามแล้วยังเพิ่มรสหวานธรรมชาติ ช่วยตัดความเปรี้ยวของกิมจิได้อย่างดี การทำกิมจิเองที่บ้านจึงเป็นวิธีที่สะดวกและปลอดภัย สามารถควบคุมรสชาติและวัตถุดิบได้ตามความชอบ และยังเป็นหนึ่งในเมนูที่ดีต่อสุขภาพ มีโปรไบโอติกช่วยเสริมระบบย่อยอาหารอีกด้วย