Automatically translated.View original post

Brain sensitive people risk psychiatric diseases.

2025/8/18 Edited to

... Read moreคำถามที่เจอบ่อยมากเวลาอ่านข่าวหรือดูคลิปสายสุขภาพจิตคือ “โรคจิตเภทมีกี่ประเภท” เราเองก็เคยสับสน เพราะบางแหล่งบอกหลายแบบ บางแหล่งบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยใช้การแบ่งแบบเดิมแล้ว เลยลองสรุปให้แบบเข้าใจง่าย เผื่อคนที่กำลังหาข้อมูลอยู่ โรคจิตเภท (Schizophrenia) เคยถูกแบ่งเป็น “ชนิดย่อย” หลายประเภท เช่น 1) ชนิดหวาดระแวง (Paranoid) มักเด่นเรื่องหลงผิดว่าถูกปองร้าย/ถูกจับตา หรือได้ยินเสียงสั่งการ 2) ชนิดกระจัดกระจาย/พูดคิดไม่เป็นระเบียบ (Disorganized) การพูด การคิด การใช้ชีวิตดูสับสนมาก จัดลำดับไม่ได้ 3) ชนิดคาทาโทเนีย (Catatonic) เด่นที่การเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น นิ่งค้าง ไม่ตอบสนอง หรือเคลื่อนไหวแปลกๆ 4) ชนิดเหลือค้าง (Residual) อาการรุนแรงลดลง แต่ยังเหลืออาการบางอย่าง เช่น เฉยเมย เก็บตัว พลังงานน้อย 5) ชนิดไม่จำแนก (Undifferentiated) เข้าเกณฑ์โรคจิตเภทแต่ไม่ชัดว่าเข้ากลุ่มไหน แต่ในปัจจุบัน แนวทางการวินิจฉัยสมัยใหม่ (เช่น DSM-5) “ไม่เน้นแบ่งชนิดย่อย” แบบข้างบนเท่าเดิมแล้ว เพราะหลายคนมีอาการทับซ้อนกัน แพทย์มักประเมินเป็น “มิติของอาการ” แทน เช่น อาการหลงผิด ประสาทหลอน ความคิด/คำพูดไม่เป็นระเบียบ พฤติกรรมผิดปกติ และอาการด้านลบ (เช่น เฉยเมย ไม่อยากทำอะไร พูดน้อย) สิ่งที่หลายคนงงคือ โรคจิตเภทไม่เหมือน “ซึมเศร้า วิตกกังวล หรือ PTSD” ที่เราได้ยินบ่อย (โดยเฉพาะคนที่ไวต่อสิ่งเร้า ตกใจง่าย เครียดง่าย) เพราะกลุ่มนั้นมักเด่นเรื่องอารมณ์และความกังวล ส่วนโรคจิตเภทจะเด่นเรื่อง “การรับรู้ความจริงผิดไป” เช่น หลงผิด หรือได้ยิน/เห็นสิ่งที่คนอื่นไม่รับรู้ ร่วมกับการทำงานในชีวิตประจำวันแย่ลงต่อเนื่อง สัญญาณที่ควรพาไปพบจิตแพทย์/ทีมสุขภาพจิต เช่น - เริ่มได้ยินเสียงหรือเชื่อสิ่งที่คนรอบตัวบอกว่าไม่จริง - พฤติกรรมเปลี่ยนชัดเจน แยกตัว ดูแลตัวเองลดลง - นอนไม่หลับหลายวันร่วมกับความคิดแปลกๆ หรือระแวงมาก - อาการทำให้เรียน/งาน/ความสัมพันธ์พังลง สุดท้าย ขอเน้นว่า “การอ่านเพื่อเช็กตัวเอง” ทำได้แค่คร่าวๆ แต่การวินิจฉัยต้องให้แพทย์ประเมิน เพราะอาการคล้ายกันได้หลายโรค และบางครั้งเกิดจากสารเสพติด ยา หรือโรคทางกายก็มี ถ้ากังวล แนะนำเริ่มจากไปพบจิตแพทย์ หรือหากมีความเสี่ยงเร่งด่วนให้ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิตในพื้นที่ทันที