"ภัยเงียบอันดับ 1 ที่พรากชีวิตวัยทำงาน"

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ เรา​ในฐานะพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยวิกฤตหัวใจ (CCU) มานาน เห็นเคสวัยรุ่นวัยทำงาน ที่เจ็บป่วยมาด้วยโรคหนึ่ง น่าสนใจมากและพบมากขึ้นเรื่อยๆ

​หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่อง "โรคใหลตาย" หรือ Brugada Syndrome (บรููกาดา) กันมาบ้าง วันนี้จะขอเล่ายาวนิดนึงนะคะ

คำว่า "ใหลตาย" เป็นภาษาถิ่นภาคอีสาน (สะกดด้วยไม้ม้วน) มาจากคำว่า "นอนใหล" แปลว่า นอนหลับลึก หรือละเมอ

​ คนเฒ่าคนแก่เชื่อกันว่าเกิดจาก "ผีแม่ม่าย" มาเอาวิญญาณผู้ชายไปทำสามี

​วิธีแก้เคล็ด: ผู้ชายในหมู่บ้านต้องเอา "ปลัดขิก" ทาหัวแดงมาแขวนหน้าบ้าน หรือแต่งหญิงนอน เพื่อหลอกผี

​ จุดเปลี่ยน :โศกนาฏกรรมแรงงานไทย

​ปี พ.ศ. 2533 (1990): เกิดข่าวดังระดับประเทศ เมื่อแรงงานก่อสร้างชาวอีสานที่ไปทำงานที่ สิงคโปร์ นอนเสียชีวิตปริศนาจำนวนมาก (คืนละหลายศพ)

​ลักษณะการตาย: แข็งแรงดีเข้านอนปกติ แต่มีเสียงหายใจครืดคราด หรือชักเกร็ง แล้วเสียชีวิต ตรวจไม่พบสารพิษหรือร่องรอยฆาตกรรม

​ ตอนนั้นแพทย์ทั่วโลกยังงง เรียกว่า SUDS (Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome) หรือ "โรคตายเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ"

จนใน​ปี 1992 (2 ปีต่อมา): แพทย์พี่น้องชาวสเปน (Brugada brothers) ค้นพบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจรูปแบบเฉพาะ และตั้งชื่อว่า Brugada Syndrome

​บทบาทแพทย์ไทย ก็มีการศึกษาและพิสูจน์ได้ว่า "โรคใหลตาย" ในคนไทย ก็คือ "Brugada Syndrome" นั่นเอง

​สาเหตุที่แท้จริง: ไม่ใช่ผีแม่ม่าย แต่เป็น พันธุกรรมที่ผิดปกติ ทำให้ไฟฟ้าหัวใจลัดวงจร โดยเฉพาะในขณะนอนหลับหรือมีไข้สูง

แล้วทำไมถึงพบบ่อยในประชากรวัยทำงาน

ถึงแม้ส่วนหนึ่งมันคือเรื่องของพันธุกรรมที่ซ่อนอยู่​แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ... "ไลฟ์สไตล์" ของเรานี่แหละ คือตัวกระตุ้นชั้นดี!

​โรคนี้คือภาวะที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปกติ (เหมือนไฟบ้านลัดวงจร) ซึ่งมักจะเกิดตอนที่เรานอนหลับ และสิ่งที่ไปกระตุ้นให้มันกำเริบได้ง่ายขึ้นในคนที่เสี่ยงอยู่แล้ว คือ:

❌ การอดนอน เรื้อรัง: ร่างกายไม่ได้ชาร์จแบต

❌ ความเครียดสะสม: ใช้งานร่างกายเกินขีดจำกัด

❌ ภาวะไข้สูง: ความร้อนในร่างกายส่งผลต่อการนำไฟฟ้าหัวใจ (ข้อนี้สำคัญมาก ป่วยต้องรีบลดไข้!)

​ วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น

1.ถ้าร่างกายฟ้องว่าไม่ไหว คือต้องนอน: อย่าฝืนอัดคาเฟอีนเกินขนาด

2.​สังเกตตัวเองและคนข้างๆ: มีอาการนอนกรนเสียงดังผิดปกติ หรือมีเสียงเฮือกเหมือนขาดอากาศหายใจตอนหลับไหม?

3.​เช็คประวัติ: ถ้าในครอบครัวมีประวัติคนหนุ่มสาวเสียชีวิตกะทันหัน หรือใหลตาย ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจเพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คัดกรองค่ะ

​งานหนักแค่ไหน ก็ต้องมีลิมิตให้ร่างกายได้พักบ้างนะคะ

#BrugadaSyndrome #โรคใหลตาย #สุขภาพวัยทำงาน #เตือนภัยสุขภาพ #chapter40pluswithme

2025/11/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมBrugada Syndrome หรือโรคใหลตาย เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้การทำงานของคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ซึ่งมักส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวัยทำงาน โดยเฉพาะในช่วงเวลานอนหลับ การศึกษาจากข้อมูลในภาพที่แสดงให้เห็นถึงปัจจัยกระตุ้นสำคัญๆ เช่น การอดนอนสะสม ความเครียดสูง ไข้สูง และการทำงานหนักในช่วงดึก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่ทำให้โรคนี้กำเริบขึ้นได้ง่าย ปัญหาที่สำคัญคือผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงมักไม่แสดงอาการชัดเจนจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์รุนแรง เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือช็อกหัวใจเฉียบพลัน วิธีการตรวจคัดกรองที่ดีที่สุดคือการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติครอบครัวพบการเสียชีวิตกระทันหันจากโรคนี้หรืออาการใหลตาย การป้องกันโรคใหลตายไม่ได้จำกัดแค่การตรวจหาโรคเท่านั้น แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เช่น 1. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและมีคุณภาพ ป้องกันการอดนอนสะสมที่ส่งผลต่อระบบไฟฟ้าหัวใจ 2. การรับมือกับความเครียดด้วยวิธีผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรักษาสุขภาพจิต 3. ควบคุมไข้สูงให้เร็วที่สุดด้วยการลดไข้ เพื่อไม่ให้ความร้อนในร่างกายกระตุ้นกลไกไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ 4. หลีกเลี่ยงการทำงานหนักในช่วงดึกหรือดำเนินกิจกรรมหนักที่อาจเพิ่มความเครียดของหัวใจ สำหรับผู้ที่ยืนยันว่าเป็นโรคใหลตาย แพทย์อาจแนะนำให้ติดตั้งเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเฉพาะกิจ (ICD) เพื่อป้องกันเหตุการณ์หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ สุดท้าย การดูแลเพื่อนและคนข้างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากพบว่าคนใกล้ตัวมีอาการนอนกรนเสียงดัง ผิวหน้าเขียว หรือมีอาการหายใจผิดปกติในขณะหลับ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหัวใจผิดปกติที่อาจรุนแรง ด้วยความรู้และความเข้าใจในโรคใหลตาย Brugada Syndrome นี้ เราสามารถป้องกันและดูแลสุขภาพวัยทำงานให้แข็งแรงมากขึ้น ลดความเสี่ยงต่อตัวเราและคนที่รักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ เอ๋🌸ณัฐณิชา
เอ๋🌸ณัฐณิชา

ขอบคุณความรู้ดีๆค่ะ

ดูเพิ่มเติม(1)