Automatically translated.View original post

Tax on cars🚗

📄 Required documents

1. Vehicle registration book (real)

* Most importantly, use to confirm car information

2. Unexpired (compulsory insurance) Act

* Must be done before tax

* If there is no → can't continue

3. Car Condition Examination (T.w.) (Only cars that meet the criteria)

* Cars over 7 years old

* Motorcycles over 5 years old

💰 expenses

* Tax fee → Depending on engine size / vehicle type

* B.C. → Approximately hundreds

* Check fee (if applicable) → Approximately 100-300 Baht

📍 Tax extension channel

Can choose from many styles. Very convenient. 👇

1. Go to the transportation office

* File → Payment → Get Tax Sign Immediately

2. Continue online

* Via Web DLT e-Service

* Or DLT Smart Queue App

6/8 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังจะ “ไปต่อภาษีรถยนต์” แล้วไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เราเคยพลาดมาแล้วรอบนึง (ไปถึงแล้วเอกสารไม่ครบ เสียเที่ยว) เลยอยากสรุปเป็นเช็กลิสต์แบบใช้งานได้จริง โดยเฉพาะคนที่ค้นหาเรื่อง “ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง 2568” หรือ “การต่อทะเบียน” 1) เช็กก่อนว่า “รถต้องตรวจสภาพ (ตรอ.) ไหม” หลายคนเข้าใจว่าต่อภาษีต้องตรวจสภาพทุกคัน แต่จริง ๆ จะมีเกณฑ์อายุรถ - รถยนต์อายุเกิน 7 ปี: ต้องมีใบตรวจสภาพรถ (ตรอ.) - รถจักรยานยนต์อายุเกิน 5 ปี: ต้องมีตรอ. ทริคของเรา: ถ้ารถเข้าเกณฑ์ ให้ไปตรวจสภาพก่อน แล้วค่อยไปต่อภาษี จะไม่เสียเวลา 2) เช็กลิสต์เอกสารที่ควรเตรียม (เอาไปที่ขนส่งหรือใช้ยื่นออนไลน์) - เล่มทะเบียนรถ “ตัวจริง” (สำคัญมาก ใช้ยืนยันข้อมูลรถ) - พ.ร.บ. (ประกันภาคบังคับ) ที่ยังไม่หมดอายุ: ถ้ายังไม่ได้ทำ ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนต่อภาษี - ใบตรวจสภาพรถ (ตรอ.) เฉพาะคันที่เข้าเกณฑ์อายุ - บัตรประชาชนเจ้าของรถ (เผื่อไว้กรณีทำเรื่องแทน/เจ้าหน้าที่ขอตรวจ) หมายเหตุ: ถ้าเป็นรถที่มีการเปลี่ยนข้อมูลสำคัญ (เช่น เปลี่ยนเครื่อง/สี/ที่อยู่) แนะนำเตรียมหลักฐานประกอบไปด้วย จะได้จบในรอบเดียว 3) ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (กันช็อกตอนจ่าย) - ค่าภาษีรถ: ขึ้นกับขนาดเครื่องยนต์/ประเภทรถ - ค่าพ.ร.บ.: ส่วนใหญ่หลักร้อย - ค่าตรวจสภาพ ตรอ.: ประมาณ 100–300 บาท (แล้วแต่สถานตรวจ) ทริค: ถ้าพ.ร.บ.หมดอายุ ให้เผื่อเวลา เพราะบางที่ทำพ.ร.บ.ได้ใกล้ ๆ จุดต่อภาษี แต่บางที่ต้องไปทำแยก 4) ต่อภาษีที่ไหนสะดวกสุด: ไปขนส่ง vs ต่อออนไลน์ - ไปที่ “ขนส่ง”: ยื่นเอกสาร → ชำระเงิน → ได้ป้ายภาษีทันที เหมาะกับคนอยากจบไว หรือมีเอกสารหลายอย่างต้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยเช็ก - ต่อออนไลน์: ผ่าน DLT e-Service หรือแอป DLT Smart Queue เหมาะกับคนเอกสารครบ โดยเฉพาะคนไม่อยากเสียเวลารอคิวที่ขนส่ง 5) เช็กลิสต์ก่อนออกจากบ้าน (ลดโอกาสเสียเที่ยว) - เล่มทะเบียนรถอยู่ไหม - พ.ร.บ. ยังไม่หมดอายุหรือยัง - รถเข้าเกณฑ์ต้องมีตรอ.หรือเปล่า - เตรียมเงิน/ช่องทางชำระให้พร้อม หวังว่าโพสต์นี้จะช่วยให้ “การต่อทะเบียน/ต่อภาษีรถยนต์” รอบนี้ของทุกคนลื่นไหล ไปต่อภาษีรถยนต์ที่ขนส่งก็จบ หรือทำออนไลน์ก็สะดวกเหมือนกัน ขอให้ได้ป้ายภาษีแบบไม่ต้องกลับไปกลับมาอีกนะ