สรุป5 ข้อคิดที่ได้จาหนังสือ Good Vibe Good Life✨
1. กฎแห่งแรงสั่นสะเทือน (The Law of Vibration)
คนส่วนใหญ่รู้จัก "กฎแห่งแรงดึงดูด" แต่ Vex King บอกว่า แรงสั่นสะเทือน (Vibe) สำคัญกว่า
• คุณไม่ได้ดึงดูดสิ่งที่คุณ "ต้องการ" แต่คุณดึงดูดสิ่งที่ "คู่ควร" กับระดับพลังงานของคุณในตอนนั้น
"อยากได้สิ่งดีๆ ต้องทำตัวให้เป็นคลื่นพลังงานเดียวกับสิ่งนั้นก่อน"
2. รักตัวเอง ไม่ใช่แค่การเห็นแก่ตัว (Self-Love is the Foundation)
การรักตัวเองไม่ใช่การไปสปาหรือซื้อของแพงๆ เสมอไป
• มันคือการกล้าปฏิเสธสิ่งที่ทำร้ายจิตใจ และการเลือกสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมเรา
"การ Say No ให้คนอื่น คือการ Say Yes ให้กับความสุขของตัวเอง"
3. จัดการกับความคิดลบ (Mindset Shift)
เราห้ามความคิดลบไม่ให้เกิดขึ้นไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะ "ไม่จม" อยู่กับมันได้
•เปลี่ยนจากการถามว่า "ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับฉัน?" เป็น "เรื่องนี้กำลังสอนอะไรฉัน?"
"เปลี่ยนความทุกข์ ให้กลายเป็นบทเรียนเพื่อเติบโต"
4. ความสุขสร้างได้จากนิสัยประจำวัน (Positive Lifestyle)
Vex เน้นเรื่องเล็กๆ ที่เราทำทุกวัน เช่น การจัดที่นอน การกินของดีๆ หรือการขอบคุณ (Gratitude)
• พลังงานบวกไม่ได้มาจากการฝืนยิ้ม แต่มาจากกา รดูแลร่างกายและจิตใจให้ดีในทุกวัน
"Vibe ดี เริ่มต้นที่กิจวัตรตอนเช้าของคุณ"
5. ปล่อยวางผลลัพธ์ (Manifest & Detach)
เชื่อมั่นในจักรวาลหรือจังหวะชีวิต
• พยายามให้เต็มที่ในส่วนของเรา แล้วปล่อยวางส่วนที่เราควบคุมไม่ได้ (Trust the process)
"ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แล้วปล่อยให้ที่เหลือเป็นเรื่องของจังหวะเวลา"
#good vibes good life #goodvibesgoodlifeใช้พลังบวกดึงดูดพลังสุข #ติดเทรนด์ #พัฒนาตัวเอง
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ลองนำคำแนะนำจากหนังสือ Good Vibe Good Life ไปปรับใช้ พบว่ากฎแห่งแรงสั่นสะเทือนนั้นจริงอย่างที่ Vex King กล่าวไว้ เช่น ตอนที่เราพยายามตั้งใจปรับเปลี่ยนพลังงานภายในตัวเองให้เป็นบวกมากขึ้น มันจะดึงดูดสิ่งแวดล้อมและผู้คนที่เหมาะสมเข้ามาในชีวิตโดยไม่ได้ตั้งใจ การรักตัวเองอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่การดูแลภายนอก เช่น การไปสปาหรือซื้อของที่ชอบ แต่เป็นการกล้าที่จะปฏิเสธสิ่งที่ทำร้ายจิตใจและเลือกอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เสริมพลังใจ เมื่อเราเลือกที่จะ Say No กับสิ่งที่ไม่ดี เราจะพบว่าชีวิตมีความสุข และสมดุลมากขึ้น ผมเองเคยเจอสถานการณ์ที่ทำให้ความคิดลบเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แต่การเปลี่ยนมุมมองจากคำถามเดิม ๆ เช่น "ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับฉัน?" เป็น "เรื่องนี้กำลังสอนอะไรฉัน?" ช่วยให้ผมเรียนรู้และเติบโตจากความทุกข์ได้จริง ๆ นิสัยเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การจัดที่นอน การกินอาหารที่ดี และการฝึกขอบคุณ ทำให้วันของผมเต็มไปด้วยพลังงานดี ๆ ซึ่งช่วยให้มีความสุขโดยไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามฝืนยิ้มเลย สุดท้าย การปล่อยวางผลลัพธ์และเชื่อมั่นในจังหวะชีวิตเป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้ว่าช่วยลดความเครียดและทำให้สามารถโฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้อย่างเต็มที่ การทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแล้วปล่อยให้จักรวาลจัดการที่เหลือนั้น ทำให้ผมรู้สึกสงบและมีความสุขกับปัจจุบันมากขึ้น จากทั้งหมดนี้ หนังสือ Good Vibe Good Life ช่วยสร้างกรอบความคิดที่เปลี่ยนชีวิตได้อย่างแท้จริง โดยการเน้นพลังงานภายในและวิธีคิดเชิงบวกที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันทุกคน


