เมื่อใดชีวิตคุณดูมั่วๆ

เรียงลำดับอะไรก่อนอะไรหลังไม่ถูก

หรือไม่ทราบว่าเหลืออะไรต้องทำอีกบ้าง

กระทั่งท้อใจ ไม่นึกอยากทำอะไรสักอย่าง

เมื่อนั้นให้บอกตัวเองว่า

จิตใจของคุณกำลังฟุ้งซ่านมั่วซั่ว

วิธีคิดของคุณขาดระเบียบ ไม่เป็นลำดับ

เพราะตัวคุณขาดเป้าหมายที่ชัดเจนในใจ

หากพลิกเป็นตรงข้ามได้ก็กระตือรือร้นได้

ขยันลุกขึ้นมาทำอะไรให้เสร็จเป็นอย่างๆได้

ทุกอย่างเริ่มต้นที่สภาพจิตใจ

ถ้าสภาพจิตใจดี มีความปลอดโปร่ง

ก็พร้อมจะคิดตามลำดับเป็นเหตุเป็นผล

เมื่อคิดเป็นเหตุเป็นผลถูก ก็มีเป้าหมายชัดเจนได้

เมื่อมีเป้าหมายให้พุ่งใส่ได้ ก็กระฉับกระเฉงได้

ปัญหาคือคุณมักเจอเครื่องรบกวนจิตใจ

เจ้านายแย่ ลูกน้องแย่ เพื่อนร่วมงานแย่

ทำงานขาดระบบ ใช้อารมณ์ ไม่สมเหตุสมผล

ตั้งเป้าหมายแบบมองไม่เห็นอนาคตชัดเจน

เหมือนพากันไปไม่ถึงไหนสักที

คุณเลยพลอยร่างพลอยแห

ไปไม่ถึงไหนกับเขาด้วย

ก่อนคิดถอยเท้าออกมา

คุณจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีทำสภาพจิตให้ดี

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแย่ๆให้ได้

เพราะถ้าทำไม่ได้

แนวโน้มคือคุณจะถูกดึงดูดไปสู่บรรยากาศเดิมๆอีก

เนื่องจาก ‘จิตมั่วๆ’ เป็นของติดตัว

มันจะไหลไปสู่ความเข้ากันได้กับจิตมั่วๆด้วยกัน

หรือต่อให้ได้ไปเจอจิตที่เป็นระเบียบกว่า

ก็อาจจูนกันไม่ติด อยู่ด้วยกันแล้วเป็นทุกข์

หรือไม่ก็พาเขามั่วตามได้ง่ายๆ

ถ้าตั้งเป้าหมายที่ภายนอกไม่ได้

ให้ตั้งเป้าหมายเอากับภายใน

มุ่งมั่นเอาอนาคตทางใจที่สดใส เป็นระบบระเบียบ

เมื่อใดท้อ เมื่อใดรู้สึกมั่วซั่วยุ่งเหยิง

ให้ตั้งโจทย์ง่ายๆว่า จะนึกถึงอะไรดี

อะไรที่ทำให้ใจจดใจจ่อแล้วเป็นสมาธิขึ้นมา

ถ้าความเคยชินบอกว่าให้นึกถึงเรื่องเล่น

นึกถึงขาเมาท์ นึกถึงการโพสรูปแจ่มๆอวดชาวโลก

ให้รีบบอกตัวเองว่านั่นไม่ใช่อะไรที่ดี

นั่นไม่ใช่อะไรที่ทำให้เกิดสมาธิ

ตรงข้าม ยิ่งจดจ่อมากขึ้นเท่าไร

ยิ่งกระวนกระวาย ฟุ้งกระเจิงหนักขึ้นเท่านั้น

บอกตัวเองว่า ที่จิตมั่ว จิตที่รู้สึกแย่

เพราะจิตเขาหิวเป้าหมาย

หิวความคิดที่เป็นระบบระเบียบ

หิวสภาพชีวิตที่เป็นชิ้นเป็นอัน

คุณจะค่อยมีแก่ใจป้อนอาหารให้จิตอิ่ม จิตเต็ม

โดยเริ่มจากการไม่มองงานตรงหน้าเป็นภาระ

ไม่มองเป็นเครื่องวัดว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบ

แต่เห็นมันเป็นเครื่องช่วยปรุงแต่งจิตให้มีทิศ

ไม่หลงทาง ไม่หลักลอย

ในที่สุดทุกคนจะต้องพบว่า

งานคือเครื่องตรึงจิตให้เป็นสมาธิ

ใครอยากหนีงาน ใครอยากเกี่ยงภาระ

ก็ต้องเกิดอาการจิตหิว จิตมั่วซั่วไม่เลิก!

Cr. เพจ #Dungtrin

#ดังตฤณ

#คำครู

#พุทธกาล

2025/9/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสภาพจิตใจที่ฟุ้งซ่านหรือที่เรียกว่า "จิตมั่วๆ" เป็นสิ่งที่หลายคนพบเจอในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับปัจจัยรบกวนจากภายนอก เช่น บรรยากาศการทำงานที่มีความเครียดสูง หรือการมีความสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่เข้าใจกัน การเรียนรู้วิธีทำสภาพจิตให้ดีท่ามกลางสภาพแวดล้อมเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ การเข้าใจว่าจิตของเรานั้น "หิวเป้าหมาย" หมายความว่าจิตของเราต้องการความชัดเจนและความเป็นระบบเพื่อให้มีสมาธิและความสงบ การตั้งเป้าหมายภายในอย่างชัดเจนจะช่วยให้จิตใจมีทิศทาง ไม่หลงทาง และไม่ฟุ้งซ่านง่าย เมื่อรู้สึกท้อหรือสภาพจิตใจเริ่มสับสน การถามตัวเองว่า "จะนึกถึงอะไรดี" หรือ "อะไรที่ทำให้ใจจดจ่อและมีสมาธิ" จะช่วยเป็นตัวกระตุ้นให้กลับมาโฟกัสได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงการปล่อยให้จิตพะว้าพะวงกับเรื่องไร้สาระ หรือสิ่งที่ทำให้จิตกระเจิง เช่น การเล่นโซเชียลมีเดียอย่างไม่รู้ตัว ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความฟุ้งซ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเราเริ่มมองงานหรือภารกิจที่ต้องทำด้วยมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อจิตใจ ไม่ใช่ภาระหรือการเปรียบเทียบกับผู้อื่น งานนั้นจะกลายเป็นเครื่องมือช่วยสร้างสมาธิและความเป็นระเบียบในจิตใจ ดังนั้น การเรียนรู้วิธีดูแลจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน และการตั้งเป้าหมายจากภายในจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบาก และยังช่วยให้จิตใจเข้ากันได้กับบรรยากาศที่ดีขึ้นในอนาคต สภาวะจิตใจที่ดีจะนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จมากขึ้นในทุกด้านของชีวิต