Cr.Dungtrin
#Dungtrin #ดังตฤณ #คําครู #พุทธกาล
นิยามของคำว่า ‘ศัตรู’
ไม่ใช่คนเลวร้ายโดยสันดาน
แต่ใจเรามักเห็นแต่แง่ร้ายของเขา
ถ้าใจเราไม่มีโทสะ
แต่มีสติสัมปชัญญะดีขณะเจรจา
น้ำเสียงก็จะราบเรียบ
คลื่นจิตที่ลอยไปกระทบคู่สนทนาก็เงียบสงบ
เมื่อไร้ร่องรอยของ ‘ปรปักษ์’
ส่วนลึกของคู่สนทนา
ย่อมไม่ปรารถนาจะเป็นปรปักษ์ด้วย
อย่างน้อย ก็ชั่วเวลาที่จิตเรา
ดํารงอยูในสติสัมปชัญญะนั้น!
จากประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อเจอสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งหรือความไม่ลงรอยกับผู้อื่น การรักษาสติสัมปชัญญะขณะสื่อสารถือเป็นกุญแจสำคัญที่สุดที่ช่วยลดความตึงเครียดและป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งบานปลาย เมื่อใจไม่ได้ถูกครอบงำด้วยโทสะหรือความเกลียดชัง การใช้โทนเสียงที่นุ่มนวลและเน้นการฟังอย่างตั้งใจ จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศการพูดคุยให้เป็นไปอย่างสงบ คลื่นจิตของทั้งสองฝ่ายก็จะไม่เกิดความสั่นสะเทือนจนทำให้เกิดความปรปักษ์กัน ผมพบว่า เวลาเราหยุดนิ่งเก็บความโกรธไว้ในใจ และหันมาเข้าถึงความรู้สึกจริงๆ ของคู่สนทนา เช่น การเข้าใจว่าพวกเขามีเหตุผลหรือความรู้สึกอะไรที่กำลังแสดงออกมา จะช่วยลดความเป็น 'ศัตรู' ในใจลงได้อย่างมาก นอกจากนี้ ในมุมของพุทธศาสนา คำว่าศัตรูไม่ได้หมายความถึงคนชั่ว แต่คือบททดสอบใจที่ทำให้เราพัฒนาตนเอง ถ้าเรายังยึดติดกับอารมณ์โกรธเกลียด ก็เหมือนกับว่าเราเปิดพื้นที่ให้ 'ศัตรู' ตัวจริงได้อยู่อาศัยในจิตใจ ดังนั้นการฝึกสติและรักษาสติสัมปชัญญะ ไม่ใช่แค่ช่วยให้การสนทนาไม่เสียดสีหรือรุนแรง แต่ยังเป็นหนทางสู่ความสงบภายในตัวเราเอง และส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับผู้อื่น ผมขอแนะนำให้ทุกคนลองสังเกตตัวเองในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง ว่าสามารถลดการตอบโต้ด้วยโทสะและเปลี่ยนมาใช้สติสัมปชัญญะในการสื่อสารได้มากน้อยแค่ไหน และจะเห็นว่าทุกครั้งที่ทำได้ จิตใจก็จะสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากในการใช้ชีวิตประจำวัน
