Ep.3 เที่ยว มาเก๊าจูไห่ 3วัน2คืน เช้านี้มาสวนสนุก Chimelong
สวนสนุก Chimelong Ocean Kingdom เช้านี้มาชมโชว์วาฬเบลูก้า Chimelong Ocean Kingdom #จูไห่ #jawscoffee #experience #zhuhai
ถ้าใครกำลังวางแผน “ทัวร์มาเก๊า 3 วัน 2 คืน” แล้วอยากแวะ “จูไห่” ด้วย เราว่าการใส่ Chimelong Ocean Kingdom ไว้เป็นกิจกรรมครึ่งวัน-เต็มวันคุ้มมาก โดยเฉพาะถ้าตั้งใจมาดู Beluga (โชว์วาฬเบลูก้า) แนะนำให้จัดเป็นรอบเช้าเหมือนเรา เพราะคนยังไม่แน่น เดินถ่ายรูป/หาที่นั่งดูโชว์สบายกว่า การจัดแพลนแบบง่ายๆ ที่เราใช้: วันแรกเที่ยวมาเก๊า (ย่านเมืองเก่า-ถ่ายรูปแลนด์มาร์ก-กินของอร่อย), วันที่สองข้ามไปจูไห่แล้วเข้าชมสวนสนุก, วันที่สามเก็บตกจูไห่หรือกลับไปมาเก๊าตามไฟลต์/ท่าเรือของแต่ละคน วิธีนี้ช่วยลดการเร่งรีบ และทำให้เวลาที่จูไห่ “ไม่หลุดธีมพักผ่อน” ทิปก่อนเข้า Chimelong Ocean Kingdom (จากประสบการณ์ส่วนตัว) - เช็กเวลาโชว์ล่วงหน้า: โซนโชว์ยอดฮิตอย่าง Beluga มักมีรอบจำกัด ถ้าไปถึงแล้วค่อยดูตาราง อาจต้องรอนานหรือได้ที่นั่งไม่ดี เราจะดูตารางแล้วล็อกเวลาคร่าวๆ ก่อน จากนั้นค่อยเดินเล่นโซนอื่น - ไปถึงก่อนรอบโชว์สักพัก: เราจะเผื่อเวลาเดินเข้าฮอลล์ หาที่นั่ง และถ่ายรูปบรรยากาศด้านนอก ถ้าอยากนั่งกลางๆ แนะนำมากว่าอย่ามาใกล้เวลาเกินไป - เตรียมน้ำ/ของว่างเล็กน้อย: เดินในสวนสนุกใช้แรงเยอะ โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนในจูไห่ (ช่วงสายๆ แดดเริ่มมา) มีน้ำติดตัวช่วยมาก - แต่งตัวและรองเท้า: แนะนำรองเท้าผ้าใบ/รองเท้าที่เดินสบาย เพราะพื้นที่ใหญ่ เดินวนทั้งวันได้ง่ายมาก สำหรับคนที่ค้นหา “จูไห่” แล้วลังเลว่าจะไปดีไหม เราว่ามันเป็นเมืองที่จังหวะช้ากว่า มาเก๊า เดินทางไม่ยาก และเหมาะกับการเติมกิจกรรมแนวครอบครัว/สายสวนสนุกเข้าไปในทริป 3 วัน 2 คืน พอได้ดูโชว์วาฬเบลูก้าแล้วรู้สึกว่าเป็นโมเมนต์ที่คุ้มค่ากับการข้ามฝั่งจริงๆ สรุป: ถ้าเป้าหมายคือทริปมาเก๊า 3 วัน 2 คืนที่มีวันเดย์ทริปจูไห่ แนะนำให้ล็อก Chimelong Ocean Kingdom เป็นไฮไลต์ช่วงเช้า แล้วค่อยไปเดินเล่น/หาของกินในจูไห่ต่อช่วงบ่าย จะได้ทั้งความสนุกและไม่เหนื่อยเกินไป







