Plant the sun, watch the flowers, sunflowers
ใครกำลังอยากปลูก “ดอกทานตะวัน” หรือเลี้ยง “ต้นทานตะวัน” ไว้ชมดอกที่บ้าน เราว่าจุดสำคัญคือเริ่มให้ถูกตั้งแต่เมล็ดค่ะ เราทดลองปลูกทานตะวันชมดอกจากเมล็ดหลายรอบ วิธีที่เวิร์กสุดคือทำให้เมล็ดชุ่มก่อนเพาะเล็กน้อย (อย่าแช่น้ำนานจนเมล็ดขาดอากาศ) แล้วค่อยลงดินเพาะกล้าหรือถาดเพาะที่ดินร่วนโปร่ง มีอินทรียวัตถุพอประมาณ ขั้นตอนเพาะแบบที่ทำแล้วงอกดี 1) เตรียมดินเพาะ: ใช้ดินเพาะกล้าหรือดินร่วนผสมปุ๋ยคอกสุก/ปุ๋ยหมักนิดหน่อย ให้ดินไม่แน่นเกินไป (ทานตะวันไม่ชอบดินแฉะ) 2) หยอดเมล็ด: หยอดลึกประมาณ 1–2 ซม. กลบดินบางๆ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม 3) วางในที่ร่มโปร่ง: ช่วงเพิ่งงอกเราไว้ในร่มที่อากาศถ่ายเทก่อน แดดรำไรช่วยให้ต้นไม่ช็อก 4) รดน้ำตอนเช้า: เรารดช่วงเช้าจะดีที่สุด ดินจะค่อยๆ แห้งระหว่างวัน ลดโอกาสเชื้อราและต้นกล้าเน่า ดูแลต้นทานตะวันให้โตไว ลำต้นแข็ง - พอเริ่มมีใบจริง 2–3 ใบ ค่อยๆ “รับแดด” เพิ่มจากครึ่งวันไปจนเต็มวัน ทานตะวันยิ่งได้แดดมาก ดอกยิ่งสวยและลำต้นแข็งแรง - ถ้าต้นยืดสูงผอม แปลว่าแสงไม่พอ ให้ย้ายไปจุดที่แดดจัดขึ้น และอย่ารดน้ำจนชื้นตลอดเวลา - ลมแรงทำให้ต้นหักง่าย ช่วงยังเล็กอาจใช้ไม้ปักช่วยพยุง หรือย้ายไปมุมที่กันลม ย้ายลงแปลง/ลงกระถางเมื่อไหร่ดี? เราเลือกย้ายตอนต้นสูงราว 10–15 ซม. หรือมีใบจริง 3–4 ใบ รากเริ่มเดินดีแล้ว ควรย้ายช่วงเย็นหรือเช้าตรู่ ลดการคายน้ำ และรดน้ำให้ชุ่มหลังย้าย 1 ครั้ง จากนั้นคุมให้ดินชื้นพอดีใน 3–5 วันแรก ทิปเรื่องระยะปลูก (กันแย่งอาหาร) - ปลูกชมดอกในแปลง แนะนำเว้นระยะประมาณ 30–45 ซม. แล้วแต่สายพันธุ์ - ถ้าปลูกกระถาง เลือกกระถางลึกอย่างน้อย 10–12 นิ้ว เพื่อให้รากลงได้เต็มที่ ปัญหาที่เจอบ่อย - เมล็ดไม่งอก: มักมาจากเมล็ดเก่า ดินแฉะ หรือฝังลึกเกินไป - ต้นกล้าเน่า: เกิดจากรดน้ำถี่/อับชื้น แก้ด้วยดินโปร่งและรดเช้า - เพลี้ย/หนอน: ตอนเริ่มแตกใบอ่อนให้คอยส่องใต้ใบ ถ้าเจอให้ล้างออกด้วยน้ำแรงพอประมาณ หรือใช้สารสกัดสะเดาแบบอ่อนๆ ถ้าทำตามนี้ มือใหม่ก็มีโอกาสได้ต้นทานตะวันแข็งแรงและได้ดอกทานตะวันไว้ชมที่บ้านแน่นอนค่ะ



































































































