หมึกต้มน้ำดำ...แบบดำจริงๆ
หลายคนอยากได้ “หมึกต้มน้ำดำ” ที่ดำสวยแบบร้าน แต่พอทำเองกลับออกน้ำเทาๆ หรือมีกลิ่นคาว เราลองทำอยู่หลายรอบจนได้สูตรที่คุมสีและกลิ่นได้ดี เลยสรุปเป็นแนวทางให้ทำตามแบบไม่ต้องกังวลค่ะ 1) เลือกหมึกให้ถูกตั้งแต่แรก - ถ้าอยากดำสวย แนะนำหมึกกระดองหรือหมึกกล้วยที่ “มีถุงน้ำหมึกอยู่ครบ” (ขอแม่ค้าอย่าให้แตก) - หมึกสดจะตาใส ผิวไม่เละ ไม่มีกลิ่นฉุนแรง เวลาแตะตัวหมึกจะเด้ง 2) ทำความสะอาดยังไงให้ไม่คาว - ดึงแกนใสๆ ออก ล้างเมือกให้สะอาด (น้ำไหลผ่าน) แล้วซับให้แห้ง - ถุงน้ำหมึก: แยกไว้ในถ้วย อย่าให้โดนน้ำเยอะ เพราะสีจะจางและกลิ่นจะกระจาย - ทริคลดคาวแบบที่ทำแล้วเวิร์ก: ขยำหมึกเบาๆ กับเกลือเล็กน้อยแล้วล้างออก หรือใช้น้ำมะนาวนิดเดียว (อย่าเยอะ เดี๋ยวเนื้อแข็ง) 3) เคล็ดลับ “ดำจริงๆ” ต้องใช้น้ำหมึกให้ถูกจังหวะ - น้ำซุปควรร้อนจัดก่อนค่อยใส่น้ำหมึก แล้วคนให้ละลายทันที สีจะเข้มและเนียน - อย่าต้มเดือดพล่านนานหลังใส่น้ำหมึก เพราะบางครั้งสีจะหม่นและกลิ่นแรงขึ้น ให้คุมเป็นเดือดเบาๆ 4) สูตรน้ำซุปหมึกต้มน้ำดำแบบบ้านๆ (ทำง่าย) วัตถุดิบหลัก: น้ำเปล่า/น้ำสต๊อก, รากผักชี, กระเทียม, พริกไทย, ขิง 2-3 แว่น (ช่วยดับคาว), ซีอิ๊วขาว, น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทราย, เกลือเล็กน้อย วิธีทำ: ต้มน้ำกับรากผักชี กระเทียม พริกไทย ขิง ให้หอมก่อน 10-15 นาที จากนั้นปรุงรสให้ “ออกเค็มหวานกลม” แนวหมึกต้มหวานน้ำดำ แล้วค่อยใส่น้ำหมึก 5) ต้มหมึกให้นุ่ม ไม่หด ไม่เหนียว - หลักง่ายๆ: “ไฟแรงเวลาลงหมึก + เวลาสั้น” - พอน้ำเดือด ใส่หมึกลงไป ต้มแค่ 45 วินาที–2 นาที (ขึ้นกับขนาด) แล้วปิดไฟ แช่ต่อในน้ำซุปอีก 2-3 นาที หมึกจะเด้งนุ่มกว่าเคี่ยวไปเรื่อยๆ - ถ้าหมึกตัวใหญ่ ผ่าครึ่งจะสุกไวและรับรสดีขึ้น 6) ปรุงรสสไตล์หมึกต้มหวานน้ำดำให้กินง่าย - ถ้าชอบหวานนำ: เพิ่มน้ำตาลปี๊บทีละนิด แล้วตัดด้วยซีอิ๊วขาว - ถ้าชอบหอมพริกไทย: โขลกพริกไทยเพิ่มและใส่ตอนท้าย - อยากให้น้ำซุปเงาดำขึ้น: เพิ่มน้ำหมึก (ถ้ามี) หรือเคี่ยวน้ำซุปให้เข้มก่อนใส่หมึก 7) เสิร์ฟคู่กับอะไรอร่อยสุด เราชอบกินกับข้าวสวยร้อนๆ โรยผักชี พริกไทยเพิ่ม หรือจะทำเป็นเมนูน้ำๆ กินกับเส้นหมี่ขาวก็เข้ากันดีมาก ทำตามนี้จะได้ต้มหมึกน้ำดำที่ “ดำจริง” หอมเครื่อง ไม่คาว และเนื้อหมึกไม่เหนียว ใครลองทำแล้วสีไม่เข้มหรือกลิ่นยังแรง บอกขั้นตอนที่ทำมาได้ เดี๋ยวช่วยไล่จุดที่พลาดให้ค่ะ
