Automatically translated.View original post

The moral poetry is called Beloved Things.🙏

1. Grief stems from joy (lust / attachment)

: Pleasure means love, satisfaction, enjoyment of things like a lover, property, fame, or comfort.

✨ Mechanism of Grief: When we rejoice in a thing, we have a firm hold that it must stay with us forever, but according to the principle, they must change and go out. (vanity) When a separation, disappointment, or thing changes, the mind inevitably causes sadness, sorrow, and distress.

2. The threat is due to pleasure (fear / paranoia).

✨ Mechanism of Peril: When there is love and joy, "peril" or fear immediately follows.

✨ The dangers here are: fear of loss, paranoia of one's future usurpation, jealousy, or anxiety. These fears make the mind unhappy and constantly paranoid.

3. When free from joy, grief is healed.

✨ Letting Go: It is the training of the mind not to cling, to see things as real as nothing.

✨: Once the mind is freed from lust and attachment, even if they change or disappear, the mind will be unmoved, ungrieved, and without fear, and become truly calm.

Thank you for the meaning from Google 🙏

# Happy to go with Je Jung # Critical poetry # The Bible# The Lord# Amen

7/17 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์การศึกษาและปฏิบัติธรรม ความรู้เรื่องความโศกที่เกิดจากความยินดีและความยึดติดนั้นมีความสำคัญต่อการเข้าใจธรรมชาติของชีวิตจริงๆ ครับ เมื่อเรารักหรือหลงรักในบางสิ่ง เช่น คนรัก ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน เรามักจะอยากเก็บรักษาหรือครอบครองสิ่งนั้นไว้ตลอดไป ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเสมอ ความยึดมั่นถือมั่นนี้เองที่ก่อให้เกิดความโศกเศร้าเมื่อสิ่งที่เรารักนั้นเปลี่ยนแปลงหรือสูญเสียไป นอกจากนี้ ความยินดีที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งยังนำมาซึ่งความกลัวและระแวงว่าจะสูญเสียสิ่งที่รัก จึงทำให้จิตใจไม่สงบและมีความเครียดสะสมมากขึ้น สิ่งนี้สะท้อนถึงกลไกที่ลึกซึ้งในจิตใจมนุษย์ที่ต้องการความมั่นคง แต่ในความจริงแล้ว ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ การฝึกปล่อยวางคือกุญแจสำคัญในการลดความทุกข์นี้ โดยการเข้าใจไตรลักษณ์ว่า ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เป็นธรรมชาติพื้นฐาน เมื่อเราเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงนี้ ชีวิตก็จะเป็นอิสระจากความยึดติด แม้สิ่งที่รักจะสูญหายไป ก็ไม่ทำให้ใจสั่นไหวหรือเศร้าโศกมากเหมือนเดิม จากประสบการณ์ส่วนตัว การฝึกสมาธิและเจริญสติมีประโยชน์มากในการช่วยให้เห็นจิตใจและความเคลื่อนไหวของความรู้สึก เราจะเริ่มเข้าใจว่าอารมณ์ต่างๆ ไม่ได้เป็นตัวเราจริงๆ แต่เป็นเพียงสิ่งผ่านเข้ามา เมื่อเราปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่ยึดติด ความสงบภายในจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ในชีวิตประจำวัน การนำหลักนี้มาปรับใช้ เช่น การไม่ยึดติดกับสิ่งของ ผลลัพธ์ ชื่อเสียง หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ จะช่วยลดความเครียดและความทุกข์ได้อย่างมาก นอกจากนี้ ยังช่วยให้เรามองเห็นคุณค่าของปัจจุบันและทำจิตใจให้แจ่มใสมากขึ้น สุดท้ายนี้ การปล่อยวางไม่ใช่เรื่องง่ายในช่วงแรก แต่หากเราฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและเข้าใจธรรมชาติของชีวิต จะพบว่าจิตใจเรามีความสุขสงบและอิสระจากความทุกข์ที่เกิดจากความยึดติดได้จริงๆ การใส่ใจและปฏิบัติธรรมตามแนวทางนี้จึงเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการพบกับความสงบแท้ในชีวิต