Automatically translated.View original post

Inflammatory skin rash

Has anyone ever been like us?

I had this rash, a little itchy, since last Tuesday, and it started to spread. Yesterday I went to a dermatologist to tell me that I was allergic to space and pollution from PM2.5, it wasn't about the landscape, or little rest, it wasn't about food allergies, it was on the trunk, but my arm was up in one area.

How many medicines do not disappear once? Discouraged. Please advise me. Yesterday, my mother took some turmeric grinding to apply better or with good herbs can be recommended.

Sickness review

😷 What's the matter?: dermatitis.

🤒 Symptoms: Some acne spots and erythema. All over the arm.

🩺 Treatment: Inflammatory skin remover

🚫 Prohibition: Rubbing soap because alkali will weaken the skin shield.

# Red rash# Inflammatory skin rash

1/7 Edited to

... Read moreจากที่ผมเป็น “ผื่นเล็กๆ ขึ้นตามแขน” ลักษณะจะเป็นผดแดงกับจุดแดง/น้ำตาลเล็กๆ กระจายเต็มท่อนแขน บางจุดเหมือนสิวเล็กๆ คันไม่มากแต่รำคาญ และที่สังเกตคือมันค่อยๆ ลามเพิ่มจำนวน ถ้าใครกำลังกลัวว่าเกี่ยวกับโรคร้าย (เช่น HIV) ผมอยากแชร์มุมที่หมอผิวหนังอธิบายกับผม และวิธีสังเกตแบบไม่ตื่นตระหนกนะครับ 1) ผื่นแบบนี้ “อาจ” ไม่ได้ชี้ไปที่ HIV โดยตรง สิ่งที่ผมเคยกังวลเหมือนกันคือเห็นผื่นแล้วไปโยงกับคำค้น “คนเป็น HIV อาการ” แต่หมอบอกว่า HIV ไม่ได้วินิจฉัยจากผื่นอย่างเดียว และผื่นมีได้เป็นร้อยสาเหตุ ถ้าจะประเมินเรื่อง HIV จริงๆ ให้ดู “ความเสี่ยง” จากพฤติกรรมและตรวจเลือดตามช่วงเวลา มากกว่าเดาจากผื่นครับ (ถ้าเคยมีความเสี่ยง แนะนำตรวจที่สถานพยาบาล/คลินิกนิรนามจะชัดที่สุด) อาการที่ทำให้ควรไปพบแพทย์เร็วขึ้น ได้แก่ ไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บคอมาก ผื่นขึ้นทั่วตัวร่วมกับอ่อนเพลียหนัก หรือมีแผลในปากร่วมด้วย เพราะอันนี้ต้องให้หมอซักประวัติละเอียดครับ 2) สาเหตุใกล้ตัวที่เข้ากับ “ขึ้นเฉพาะแขน” ของผมขึ้นบริเวณเดียวที่แขน เลยเข้าทางพวก “ระคายเคือง/แพ้สัมผัส” ได้ เช่น - ฝุ่น/มลภาวะ PM2.5 และอากาศแห้ง ทำให้ผิวอักเสบง่ายขึ้น - สบู่แรงๆ หรือการถูแรง (หมอย้ำว่าอย่าถูสบู่ เพราะด่างทำให้เกราะผิวอ่อนแอ) - เหงื่อ+เสื้อแขนยาว/การเสียดสี - กำไล/สายรัด/น้ำหอม/ครีมที่โดนบริเวณแขนพอดี (ผมก็เริ่มสังเกตของที่สัมผัสแขนทุกวัน) 3) วิธีดูแลเบื้องต้นที่ผมทำแล้วช่วย “ไม่ให้ลามเพิ่ม” - หยุดขัดถูทันที เปลี่ยนมาอาบน้ำด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน และลูบเบาๆ - ทามอยส์เจอไรเซอร์หลังอาบน้ำทันที (สำคัญมากเวลาผิวแห้งจากฝุ่น/อากาศ) - เลี่ยงน้ำร้อนและเหงื่ออับ ถ้าออกนอกบ้านเจอฝุ่น กลับมาอาบน้ำล้างตัวเร็วขึ้น - ใส่เสื้อแขนยาวผ้านิ่ม ลดการเสียดสี และพยายามไม่เกา - ทำตามยาทาที่หมอให้ให้ครบระยะ (ยาบางตัวต้องใช้ต่อเนื่องถึงจะเห็นผล) 4) เรื่องสมุนไพร/ขมิ้นที่ผมลอง แม่ผมให้ “ขมิ้นบด” ทาแล้วเหมือนแดงลดลงนิดหน่อย แต่ผมจะระวังมาก เพราะสมุนไพรสามารถระคายเคืองหรือทำให้แพ้ซ้ำได้ โดยเฉพาะถ้าผิวกำลังอักเสบอยู่ ถ้าจะลองจริงๆ แนะนำทดสอบที่ผิวเล็กๆ ก่อน 24–48 ชม. และถ้าแสบ/คันมากขึ้นให้หยุดครับ 5) เมื่อไหร่ควรกลับไปหาหมอ - ผื่นลามเร็วมากหรือคันจนรบกวนการนอน - มีน้ำเหลือง เจ็บ แดงร้อน บวม (เสี่ยงติดเชื้อ) - ใช้ยา/ดูแลแล้ว 7–14 วันไม่ดีขึ้น หวังว่าแชร์ประสบการณ์นี้จะช่วยให้คนที่เจอผื่นแดงกับจุดเล็กๆ กระจายทั่วแขนตั้งสติได้มากขึ้นนะครับ ถ้าบอกได้ว่าเริ่มเป็นหลังทำอะไร (เปลี่ยนสบู่/น้ำยาซักผ้า/ใส่กำไล/ช่วงฝุ่นหนัก) ผมจะช่วยคิดต่อว่าควรเลี่ยงอะไรเป็นพิเศษได้ครับ