’ณัฐวุฒิ‘ ร่วมรอรับ ‘ทักษิณ‘ หลังได้พักโทษ ยัน เคารพการตัดสินใจ หากหันหลังให้การเมือง ขอบคุณ หลัง ‘อนุทิน‘ ยินดี อดีตนายกฯ ได้รับอิสรภาพ

วันนี้ (10 พ.ค. 69) เวลา 17:00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเดินทางมารับตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังได้รับการพักโทษ ในวันพรุ่งนี้ ว่า เชื่อว่าทางครอบครัวอดีตนายกฯ และประชาชนที่ให้การสนับสนุน รอคอยการคืนสู่อิสรภาพในวันพรุ่งนี้ บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ในช่วงบ่ายมาแล้ว ซึ่งส่วนนี้ก็ทำกิจกรรมอยู่หน้าเรือนจำทุกสัปดาห์อยู่แล้ว และยิ่งเพิ่มจำนวนตาขึ้นเรื่อย ๆ และเชื่อว่าช่วงค่ำคงจะแน่นพื้นที่หน้าเรือนจำ คือพี่น้องที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดมาไกล ตั้งใจจะมาค้างแรมหน้าเรือนจำ ส่วนในกรุงเทพและปริมณฑลตั้งใจจะมาหน้าเรือนจำ มาส่งกำลังใจให้นายทักษิณแล้วยังมาเป็นกำลังใจให้กันและกันที่ยืนหยัดเคียงข้างกันมา และตนเองตั้งใจเดินทางมาตั้งแต่เช้ามืด เพราะห่วงเรื่องการจราจร เพราะเป็นเช้าวันจันทร์ ซึ่งเส้นทางนี้การจราจรคับคั่งอยู่แล้ว สำหรับกำหนดการอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว นายทักษิณออกมาช่วงใกล้ 08:00 น. ก็จะมีกาาพบปะประชาชนมารอให้กำลังใจช่วงสั้น ๆ และเดินทางกลับบ้านพักและครอบครัว ไม่มีอะไรการอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีการพูดจาปราศรัยทักทาย จะโบกมือทักทาย มองตาก็รู้ใจพี่น้องคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเองขอให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรเส้นนี้ ทางคณะผู้จัดงานได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้การดำเนินการครั้งนี้ลดผลกระทบสำหรับการใช้พื้นผิวจราจรให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม หากมีความลำบากในการเดินทางอยู่บ้างในบางช่วงเวลา ก็ต้องกราบขออภัย มีอะไรที่เราอำนวยความสะดวกได้ เจ้าหน้าที่ประสานมา เราพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่างอยู่แล้ว

นายณัฐวุฒิ ย้ำว่า สำหรับพวกเรานายทักษิณคือนายกรัฐมนตรีที่มีผลงานเป็นรูปธรรมมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับคะแนนสนับสนุนจากการเลือกตั้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีศักยภาพในการบริหารความสามารถในการแก้วิกฤตของประเทศ มีความสามารถในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะเดียวกัน ก็เป็นนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งที่ถูกกระทำจากขบวนการอำนาจทางการเมือง โดยเฉพาะอำนาจจากคณะรัฐประหาร และกลุ่มพลังนอกระบบมากที่สุด หนักหนาสาหัสที่สุด ต่อเนื่องจนมาถึงนาทีนี้ เราเพียงอยากให้กำลังใจ และเพียงอยากยืนยันว่า การรัฐประหาร ไม่ใช่คำตอบ ไม่ใช่ทางออกของประเทศ ใครก็ตามที่ถูกกระทำจากรัฐประหาร จะไม่เดินเดียวดาย จะมีประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคอยให้การสนับสนุนและเคียงข้างเสมอ

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีหลายคนคัดค้านมติการพักโทษของนายทักษิณ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มองที่ระบบระเบียบกติกาของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีคณะกรรมการพิจารณาเป็นขั้นตอน ทุกคนรู้ว่ามีคนจับตามอง จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ดังนั้น แต่ละขั้นตอนของคณะกรรมการทุกท่าน จะพิจารณาอย่างรอบคอบ และตัดสินใจโดยชอบด้วยกฎหมาย นายทักษิณเข้าข้อคุณสมบัติทุกประการ และการได้รับการพักโทษในคราวนี้พร้อมกับติดกำไร EM ซึ่งมีคำถามคาใจใครหลายคน รวมถึงตนเองด้วย ว่าในวัย 77 ปี ยังจะต้องติดกำไร EM อีกหรือไม่ ทั้งที่จะไม่ติดกำไร EM ก็ไม่ได้ฝ่าฝืนเงื่อนไขอยู่แล้ว หากเจตนาจะหลบหนี ก็จะไม่บินกลับมาจากดูไบตั้งแต่ต้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการอย่างไรก็ตาม เมื่อมติของผู้มีอำนาจออกมาเช่นนี้ พวกเราก็ยอมรับ และเชื่อว่านายทักษิณ ก็พร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว

เมื่อถามต่อว่าการติดกำไร EM เป็นเรื่องของการป้องกันเพื่อไม่ให้นายทักษิณ เข้ามายุ่งการเมืองใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ความคิดทางการเมืองไม่มีไปพันธนาการได้ หากจะบอกว่านายทักษิณ ออกมา จะหันหลังให้กับการเมือง ไม่สนใจสถานการณ์บ้านเมืองเลยว่าคงไม่ใช่ แต่คงจะติดตามข่าวสาร ใครขอความความคิดเห็น ก็คงทำเป็นวาระภายใน เงื่อนไขของการพักโทษ ก็ไม่เหมาะอยู่แล้ว สำหรับการแสดงออกในเรื่องการ

เมือง ขณะนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล ฝั่งรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ ก็จะมีแนวทางไป ส่วนนายทักษิณ ก็ความห่วงใยเรื่องบ้านเมือง ตนเองว่าเหมือนคนไทยทุกคนที่มองว่ามีข้อน่าห่วงใยหลายเรื่องอยู่

เมื่อถามว่าส่วนตัวแล้วยังอยากให้นายทักษิณเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าเคารพในการตัดสินใจของนายทักษิณ หากจะตัดสินใจทางใดก็มีสิทธิ์โดยชอบเหมือนกับคนไทยทุกคนเท่ากัน เพียงแต่บาดแผล และความบอบช้ำตลอดเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา วันนี้หากบอกว่าอยากพักบ้าง อยากไปนั่งเฝ้ามองอยู่ข้างหลัง ให้คำปรึกษากับผู้ที่สนใจ ผู้ใกล้ชิดเป็นเรื่องเป็นวาระ ตนเองว่าก็ไม่มีไม่มีปัญหา เราคงไม่ไปเรียกร้องคาดคั้น ว่าต้องกลับเข้าสู่การเมือง

5/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์และการติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย การที่บุคคลสำคัญอย่างอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษและกลับคืนสู่ชีวิตปกติ เป็นเหตุการณ์ที่มีความหมายอย่างลึกซึ้งต่อกลุ่มผู้สนับสนุนและประชาชนทั่วไปที่เฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนาน การได้เห็นบรรยากาศการรวมตัวของประชาชนที่หลากหลาย ทั้งจากต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ที่มารอรับหน้าศาลหรือเรือนจำ นับเป็นภาพสะท้อนถึงพลังของความเชื่อมั่นและความรักในอดีตรัฐมนตรีท่านนี้อย่างชัดเจน ความเสียสละในการมีส่วนร่วมหน้าสถานที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เพื่อให้เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างราบรื่นและไม่รบกวนเส้นทางการจราจร เป็นตัวอย่างของความร่วมมือในสังคมประชาธิปไตย จากคำกล่าวของนายณัฐวุฒิ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ยังสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรีว่ามีผลงานที่จับต้องได้ เป็นตัวแทนของประชาชนที่ได้รับการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ รวมถึงการยืนยันว่าเรื่องการรัฐประหารไม่ใช่ทางออกของประเทศและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการเมืองในระยะยาว อย่างไรก็ดี ประเด็นการติดกำไล EM ซึ่งมีข้อสงสัยในกลุ่มผู้สนใจและประชาชนทั่วไป ก็แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและความระมัดระวังในการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเป็นธรรมและการควบคุม ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์ การเคารพในสิทธิของอดีตนายกรัฐมนตรีในการเลือกเส้นทางชีวิตหลังได้รับการปล่อยตัวนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเลือกที่จะแสดงบทบาททางการเมืองหรือพักผ่อนอยู่ข้างหลัง เพียงแค่คืนสู่ความเป็นอิสระก็นับเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีสำหรับการสร้างความหวังในวงการเมืองไทย ดังนั้น เหตุการณ์นี้จึงไม่ได้เป็นแค่การเดินทางกลับบ้านธรรมดา ๆ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านและความหวังในการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น พร้อมกับการตอกย้ำว่าเสียงของประชาชนและการเคารพในกระบวนการยุติธรรมยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต