Automatically translated.View original post

Mary shoes = feet look expensive

6/29 Edited to

... Read moreหลายคนทักมาถามเหมือนกันว่า “รองเท้าแมรี่เจนลายตาข่าย ราคาเท่าไหร่” เพราะทรงนี้กำลังฮิต ใส่แล้วลุคคุณหนูขึ้นทันที เราเลยสรุปจากประสบการณ์ลองหา/ลองใส่มาให้แบบเข้าใจง่าย เผื่อช่วยตัดสินใจก่อนกดซื้อค่ะ เรื่องราคา: รองเท้า “ตาข่าย” จะมีช่วงราคาค่อนข้างกว้าง ขึ้นอยู่กับวัสดุตาข่าย งานเย็บ และพื้นรองเท้า ถ้าเป็นรุ่นแฟชั่นทั่วไปตามออนไลน์ มักอยู่ช่วงหลักร้อยกลางๆ–พันต้นๆ แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่งานตาข่ายแน่น ทรงสวยเป๊ะ และพื้นรองเท้าซัพพอร์ตดี ราคาจะขยับขึ้นอีกนิด สิ่งที่เราเช็กก่อนดูแค่ราคา คือ “ความนิ่มของพื้นรองเท้า” เพราะบางคู่ดูน่ารักมากแต่พื้นแข็ง เดินนานๆ แล้วเมื่อยง่ายค่ะ จุดที่ควรดูให้คุ้มราคา (โดยเฉพาะรองเท้าแมรี่เจนคู่นี้ที่เป็นลายตาข่าย): 1) ความถี่ของลายตาข่าย: ตาข่ายถี่จะดูแพงกว่า และทนกว่า ตาข่ายห่างๆ อาจเกี่ยวง่ายหรือย้วยไว 2) ขอบรองเท้าและรอยเย็บ: ขอบต้องเก็บเรียบ ไม่บาดหลังเท้า เพราะทรงแมรี่เจนจะมีสายคาด ถ้าขอบแข็งจะเสียดสีได้ 3) พื้นรองเท้า: เลือกพื้นนิ่มๆ และมีความยืดหยุ่นนิดหน่อย จะเดินสบายกว่า เหมาะกับวันต้องเดินทั้งวัน 4) สายคาด/ตัวล็อก: ควรปรับได้ และล็อกแน่น ไม่หลุดง่าย เวลาเดินจะมั่นใจมากขึ้น ทริคเลือกไซซ์สำหรับรองเท้าตาข่าย: ตาข่ายบางรุ่นยืดได้นิดหน่อย แต่ไม่ควรเผื่อใหญ่เกิน เพราะจะทำให้เท้าลื่นในรองเท้า เราแนะนำวัดความยาวเท้าแล้วเทียบตารางไซซ์ของร้าน และอ่านรีวิวว่า “หน้าเท้ากว้าง/แคบ” ใส่เป็นยังไง ถ้าใครกลัวกัด ให้ลองใส่กับถุงเท้าบางๆ จะช่วยลดการเสียดสีและยังทำให้ลุคดูเกาหลีๆ ด้วยค่ะ แมตช์ลุคให้เท้าดูแพงแบบง่ายๆ: คู่กับกระโปรงพลีท กางเกงยีนส์ขากระบอก หรือเดรสเรียบๆ คือรอดสุด สีที่ใส่ง่ายและทำให้ดูแพงคือดำ ครีม และน้ำตาลอ่อน ส่วนลายตาข่ายทำให้เท้าดูเบา ไม่ตัน แถมใส่แล้วไม่ค่อยร้อนเท้าเหมือนรองเท้าปิดทึบ สรุปคือ ถ้าถามว่า “ราคาตาข่าย” แบบคุ้มๆ ให้โฟกัสที่พื้นรองเท้า ความแน่นของลายตาข่าย และงานเก็บขอบค่ะ ได้คู่ที่พื้นนิ่ม ใส่สบาย เดินได้จริง ต่อให้ราคาแรงขึ้นนิดหน่อยก็ถือว่าคุ้มมาก