♪ Glass glasses ♪
https://www.facebook.com/share/1DDHjQzutR/?mibextid=wwXIfr
เวลาเจอพืชใบเขียวเลื้อยๆ ตามสนามหญ้าหรือริมทาง หลายคนจะถามเหมือนกันเลยว่า “นี่คือผักอะไร” เพราะบัวบกกับแว่นแก้วหน้าตาคล้ายกันมาก โดยเฉพาะตอนยังอ่อนๆ เราเคยสับสนเหมือนกัน เลยลองสังเกตแบบละเอียดตามที่เคยเห็นในภาพเปรียบเทียบ/ข้อมูลพฤกษศาสตร์ แล้วสรุปเป็นวิธีแยกแบบง่ายๆ ดังนี้ 1) ดู “รูปทรงใบ” เป็นหลัก (จำง่ายสุด) - บัวบก: ใบมักเป็น “ทรงไต” หรือคล้ายไต/พัด มีรอยเว้าตรงโคนใบค่อนข้างชัด ใบดูเหมือนมีร่องเข้ามาเล็กน้อย - แว่นแก้ว: ใบมักเป็น “ทรงกลม” มากกว่า โคนใบดูเต็มๆ กลมๆ คล้ายแผ่นกลมเล็กๆ (หลายคนเรียกว่าคล้ายแว่น) ทริคของเรา: พลิกดูใบหลายๆ ใบในกอเดียวกัน ถ้าเจอใบที่เว้าทรงไตเด่นๆ มักไปทางบัวบก แต่ถ้าออกกลมสม่ำเสมอหลายใบ มักเป็นแว่นแก้ว 2) ดู “ก้านใบ” และวิธีที่ใบต่อกับก้าน บางครั้งแค่ทรงใบยังไม่พอ เพราะใบอาจเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อม แนะนำให้สังเกตจุดที่ก้านใบต่อกับแผ่นใบด้วย ใบที่ดู “กลมเป็นแผ่น” มักทำให้คนคิดถึงแว่นแก้ว ส่วนใบที่ดูเป็นทรงไตจะทำให้นึกถึงบัวบกมากกว่า 3) ชื่อวิทยาศาสตร์/วงศ์ (ไว้ยืนยันเมื่อไม่มั่นใจ) ถ้าต้องการความชัวร์ (เช่น เก็บไปกิน/ทำยา) ให้เทียบกับข้อมูลชื่อวิทยาศาสตร์และวงศ์จากแหล่งเชื่อถือได้ เพราะบัวบกและแว่นแก้วเป็นคนละชนิดกัน และอยู่คนละกลุ่มพืช 4) เรื่องสรรพคุณและการนำไปใช้ - บัวบก: คนส่วนใหญ่นึกถึงการทำเป็นน้ำใบบัวบก หรือใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านด้านการดูแลผิว/ร้อนในตามความเชื่อ - แว่นแก้ว: บางพื้นที่ก็มีการใช้เป็นพืชสมุนไพรเช่นกัน แต่การใช้และความนิยมอาจต่างจากบัวบก ข้อควรระวังจากประสบการณ์: ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นชนิดไหน อย่าเพิ่งเก็บมาทำอาหาร/คั้นน้ำ เพราะพืชใบคล้ายๆ กันมีหลายชนิดมาก ควรให้คนที่ชำนาญช่วยยืนยัน หรือเทียบกับคู่มือพืชในพื้นที่ 5) คำถามที่เจอบ่อย: “แว่นแก้ว ใบ บัวบก มีกี่ชนิด?” ในชีวิตจริงที่ทำให้คนงง มักไม่ใช่แค่ “ชนิดเดียวกับชนิดเดียว” แต่เป็นเพราะพืชกลุ่มใบกลม/ใบเว้า มีหลายชนิดและมีความแปรผันของรูปใบตามแดด น้ำ และดิน ทำให้ดูเหมือนมีหลายแบบ แนะนำให้โฟกัสที่ทรงใบ (ไต vs กลม) ร่วมกับลักษณะก้านและข้อมูลวิทยาศาสตร์ จะช่วยแยกได้แม่นขึ้น ถ้าอยากให้ช่วยดูว่าในรูปที่คุณเจอเป็นบัวบกหรือแว่นแก้ว ลองถ่ายใกล้ๆ ให้เห็นรูปใบชัดๆ (ทั้งด้านหน้าและจุดต่อก้านใบ) แล้วเทียบตามข้อด้านบน จะตัดสินได้ง่ายมาก


